Robinhood เมื่อเปลี่ยนผู้ปกครองใหม่ชื่อ ยิบอินซอยและเพื่อน ที่หนึ่งในบริษัทร่วมทุนมีผู้บริหารเก่า Robinhood นั่ง President ทิศทางจะเป็นอย่างไร (วิเคราะห์)

หลังจากวันที่ 25 มิถุนายน 2567 SCBX เคยประกาศยุติกิจการ โรบินฮู้ด โดยให้บริการวันสุดท้าย 31 กรกฎาคม 2567

และวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ได้เปลี่ยนแผนใหม่ ยกเลิกคำประกาศเดิม เลือกเพียงยุติให้บริการอื่น ๆ ยกเว้นฟู้ดเดลิเวอรี่ ที่ยังเปิดให้บริการต่อไป จากการมีผู้สนใจเข้ามาเสนอซื้อโรบินฮู้ดหลายราย  

จนคณะกรรมการ SCBX มีมติเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567 อนุมัติให้ขายหุ้นทั้งหมดในบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด เจ้าของแพลตฟอร์มโรบินฮู้ด

และในวันนี้ 30 กันยายน 2567 SCBX ได้ประกาศขายหุ้นใน เพอร์เพิล เวนเจอร์ส ทั้งหมด อย่างเป็นทางการให้กับกลุ่มกลุ่มยิบอินซอย และผู้ร่วมทุนอีก 3 กลุ่ม ด้วยมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นทั้งหมด 90,160,000 หุ้น

โดยการขาย เพอร์เพิล เวนเจอร์ส ในครั้งนี้ กลุ่มยิบอินซอยและผู้ร่วมทุนอีก 3 กลุ่ม เป็นผู้เข้าซื้อธุรกิจทั้งหมด ผ่านการเสนอซื้อตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2567

พร้อมแบ่งสัดส่วนการถือหุ้น ดังนี้

กลุ่มยิบอินซอยสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมด 50% ผ่านบริษัท ยิบอินซอย จำกัด สัดส่วน 30 และ บริษัท มีศิริ จำกัด

บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 30%

บริษัท เอสซีที เรนทอล คาร์ จำกัด สัดส่วน 10%

และ บริษัท ล็อกซบิท จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 10%

 

ซึ่งการเข้าซื้อหุ้นจะแบ่งการชำระเงินออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

ชำระทันที 400 ล้านบาท

และส่วนเพิ่มตามผลประกอบการสูงสุดไม่เกิน 1,600 ล้านบาท

 

โดย 400 ล้านบาท ที่ต้องชำระทันที แบ่งเป็นเงินทุนจาก 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มยิบอินซอย 200 ล้านบาท ได้แก่ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด 120 ล้านบาท และบริษัท มีศิริ จำกัด 80 ล้านบาท

บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 120 ล้านบาท

บริษัท เอสซีที เรนทอล คาร์ จำกัด 40 ล้านบาท

และ บริษัท ล็อกซบิท จำกัด (มหาชน) 40 ล้านบาท

 

ส่วน 1,600 ล้านบาทที่เหลืออยู่ในรูปแบบการทำสัญญา Management Agreement โดย SCBX จะได้รับการชำระเงินในรูปแบบ Management Fee จากผลประกอบการของโรบินฮู้ด ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

แต่ถ้ามองย้อนหลังที่ผ่านมา ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า โรบินฮู้ด มีผลประกอบการ ดังนี้  

2563 รายได้รวม 0.08 ล้านบาท ขาดทุน 87.83 ล้านบาท

2564 รายได้รวม 15.79 ล้านบาท ขาดทุน 1,335.37 ล้านบาท

2565 รายได้รวม 538.24 ล้านบาท ขาดทุน 1,986.84 ล้านบาท

2566 รายได้รวม 724.45 ล้านบาท ขาดทุน 2,155.73 ล้านบาท

 

ซึ่งการเปลี่ยนมือโรบินฮู้ดสู่ผู้ปกครองรายใหม่ เชื่อว่าเป็นหนึ่งในเกมการแข่งขันที่สร้างความน่าสนใจให้กับธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่มากขึ้น

เพราะเหตุผลที่ทั้ง 4 กลุ่มเลือกซื้อโรบินฮู้ดมาจากการมองเห็นโอกาสการเติบโตของฟู้ดเดลิเวอรี่ในอนาคต

แม้ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า ตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ในปี 2567 ลดลงจากปีที่ผ่านมาก็ตาม

จากปี 2565 มูลค่า 86,520 ล้านบาท

ปี 2566 มูลค่า 87,000 ล้านบาท

คาดการณ์ปี 2567 มูลค่า 86,100 ล้านบาท

 

การหดตัวลงของตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ไทยส่วนหนึ่ง จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่ามาจาก

 

  1. การลดลงของยอดลูกค้าใหม่ที่สมัครเข้ามาใช้บริการ
  2. ผู้บริโภคออกมาใช้ชีวิตและรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น
  3. ค่าอาหารในแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ส่วนใหญ่มีราคาที่แพงขึ้น
  4. แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ลดการห้ำหั่นด้านแคมเปญโปรโมชั่นเพื่อหันมาสร้างผลกำไรในการให้บริการ

 

ในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ในประเทศไทย ประกอบด้วยคู่แข่งหลักอีก 3 รายได้แก่ แกร็บ, ไลน์แมน และฟู้ดแพนด้า ที่มีบริการมากกว่าฟู้ดเดลิเวอรี่ เช่น บริการเรียกรถ บริการซื้อสินค้า บริการส่งของ เป็นต้น

โดยรายได้ของทั้ง 3 แพลตฟอร์มที่รายงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า ส่วนใหญ่มีผลประกอบการเติบโตในทุก ๆ ปี จากการแข่งขันสร้างการเติบโต พร้อมจุดเด่นที่แตกต่างกันไป

เช่น แกร็บ วางตัวเป็นซูเปอร์แอปฯ ที่มีทั้งบริการ ฟู้ดเดลิเวอรี่, บริการซื้อสินค้า, บริการเรียกรถ บริการส่งของ รวมถึงการจับมือกับ Klook ให้บริการจองโรงแรมและกิจกรรมท่องเที่ยว เป็นต้น

ในช่วงที่ผ่านมามีผลประกอบการดังนี้

2562    รายได้รวม 3,193.17 ล้านบาท ขาดทุน 1,650.11 ล้านบาท

2563    รายได้รวม 7,215.46 ล้านบาท ขาดทุน 284.28 ล้านบาท

2564    รายได้รวม 11,375.56 ล้านบาท ขาดทุน 325.25 ล้านบาท

2565    รายได้รวม 15,197.48 ล้านบาท กำไร 576.13 ล้านบาท

2566    รายได้รวม 15,622.43 ล้านบาท กำไร 1,308.46 ล้านบาท

 

ไลน์แมน  แพลตฟอร์มที่มีบริการต่าง ๆ ทั้ง ฟู้ดเดลิเวอรี่, บริการซื้อสินค้า บริการเรียกรถ และบริการส่งของ พร้อมผลประกอบการดังนี้

 

2562    รายได้รวม 49.92 ล้านบาท ขาดทุน 157.25 ล้านบาท

2563    รายได้รวม 1,066.37 ล้านบาท ขาดทุน 1,114.67 ล้านบาท

2564    รายได้รวม 4,140.05 ล้านบาท ขาดทุน 2,386.52 ล้านบาท

2565    รายได้รวม 7,802.77 ล้านบาท ขาดทุน 2,730.85 ล้านบาท

2566    รายได้รวม 11,634.42 ล้านบาท ขาดทุน 253.81 ล้านบาท

 

ฟู้ดแพนด้า แพลตฟอร์มที่มีจุดเด่นให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ครบ 77 จังหวัดเป็นรายแรก พร้อมด้วยบริการซื้อสินค้า และส่งของ

ที่ผ่านมา ฟู้ดแพนด้า มีผลประกอบการดังนี้

2562    รายได้รวม 818.16 ล้านบาท ขาดทุน 1,264.50 ล้านบาท

2563    รายได้รวม 4,375.13 ล้านบาท ขาดทุน 3,595.49 ล้านบาท

2564    รายได้รวม 6,786.57 ล้านบาท ขาดทุน 4,721.60 ล้านบาท

2565    รายได้รวม 3,628.05 ล้านบาท ขาดทุน 3,255.01 ล้านบาท

2566    รายได้รวม 3,843.30 ล้านบาท ขาดทุน 522.49 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ดี สำหรับเจ้าของ robinhood รายใหม่ทั้ง 4 นักลงทุน ไม่ถือว่าเป็นมือใหม่สักทีเดียวในธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่

เนื่องจากบริษัท ล็อกซบิท จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือล็อกซ์เลย์ ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และบริษัทนี้มีสีหนาท ลํ่าซํา อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด เจ้าของแพลตฟอร์ม โรบินฮู้ด เป็น President ของบริษัท 

 

Marketeer FYI

สำหรับผู้ร่วมทุนรายอื่น เช่น กลุ่มยิบอินซอย เป็นกลุ่มที่มีธุรกิจหลัก 4 ขา ได้แก่

1. IT Digital Solutions

2. High Technology

3. Trading & Manufacturing

4. Insurance Broker

 

และมีแนวทางขยายสู่กลุ่มธุรกิจ Clean Energy & Smart Agri-Tech Solutions และ Nano Bio Technology ในอนาคต

บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงิน, บริหารการจัดการเงินทุน

และบริษัท เอสซีที เรนทอล คาร์ จำกัด บริษัทเช่าชื้อยานยนต์ เพื่อการพาณิชย์

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer