ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่จัดเทศกาลวันแม่ในช่วงเดือนพฤษภาคม อิงตามสหรัฐฯ ซึ่งแต่ละปีแบรนด์ในธุรกิจต่างๆ จะพากันออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขาย จากบุตรหลานที่อยากเอาใจและตอบแทนพระคุณแม่ 

หนึ่งในธุรกิจของญี่ปุ่นที่ดูจะตื่นตัวกับวันแม่มากที่สุดคือร้านอาหาร สำหรับวันแม่ปี 2026 หนึ่งในร้านอาหารที่สามารถเรียกเสียงฮือฮาได้คือ Umeda Hakuundai ร้านปิ้งย่าง (ยากินิกุ) ในเขตคิตะ เมืองโอซาก้า 

ร้าน Umeda Hakuundai ได้คัดสรรเนื้อวากิวญี่ปุ่นส่วนไหล่ที่มีลวดลายไขมันแทรกสวยงามมาแล่ให้บางเฉียบ แล้วบรรจงม้วนจัดเรียงทีละชิ้นอย่างประณีตจนดูเหมือนกลีบดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน และเนื้อแต่ละชิ้นผ่านกระบวนการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว 

ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เนื้อคงรูปทรงเป็นดอกไม้ที่สวยงามได้นานกว่าปกติแล้ว ยังช่วยรักษาความสดใหม่และล็อกรสชาติ “อูมามิ” อันเข้มข้นของเนื้อแดงไว้ได้อย่างครบถ้วน 

แคมเปญนี้ที่มาพร้อมบริการเขียนข้อความสุดซึ้งและเสริมด้วยเค้กเนื้อพรีเมียม เริ่มเปิดจองผ่านช่องทางออนไลน์มาตั้งแต่มิถุนายน 2025 เป็นต้นมา ในราคาเริ่มต้น 5,980 เยน (ประมาณ 1,400 บาท) ต่อปริมาณ 300 กรัม 

ซึ่งทางร้านถือว่าเป็นราคาที่เข้าถึงได้สำหรับการมอบเป็นของขวัญพิเศษ พร้อมตัวเลือกเสริมอย่างการห่อของขวัญแบบพรีเมียมและการ์ดข้อความวันแม่ที่ทำให้ผู้รับรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น 

กระแสตอบรับถือว่าดีทีเดียว โดยเมื่อกลางเมษายนที่ผ่านมาทางร้าน Umeda Hakuundai ขายเนื้อวากิวม้วนเป็นช่อดอกไม้ไปแล้วกว่า 200 ช่อ คิดเป็นยอดขายเกือบ 2 ล้านเยน (ประมาณ 400,000 บาท)

มายูมิ มูราตะ หนึ่งในทีมพัฒนาสินค้าที่คิดค้นแคมเปญนี้กล่าวว่า ทางทีมต้องการให้เนื้อวากิวนี้เป็น “สื่อกลาง” ในการแสดงความขอบคุณที่ดูตื่นตาตื่นใจและสร้างบทสนทนาบนโต๊ะอาหารได้ดีกว่าของขวัญรูปแบบเดิมๆ 

แคมเปญในปีนี้ถือเป็นการสานต่อมาจากไอเดียฝ่าวิกฤตของร้าน Umeda Hakuundai ในช่วงโควิดซึ่งร้านอาหารทั้งหมดจำเป็นต้องปิดและไม่สามารถรับลูกค้าได้ตามมาตรการสกัดการระบาดของรัฐบาล โดยหลังกระแสตอบรับดีจึงมีการจัดต่อเนื่องมา 

ทั้งนี้เทศกาลวันแม่ญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายสมัยเมจิ (ราวปี 1913) จากการได้รับอิทธิพลจากสหรัฐฯ ผ่านคณะมิชชันนารีชาวคริสต์และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยอาโอยามะกากูอิน ซึ่งนำธรรมเนียมการฉลองวันแม่มาเผยแพร่ในชุมชนชาวคริสต์เป็นกลุ่มแรก ก่อนจะเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

ต่อมาในปี 1931 ญี่ปุ่นเปลี่ยนไปกำหนดให้วันที่ 6 มีนาคม (ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดินีโคจุน) เป็นวันแม่ของประเทศ 

แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ในปี 1947 ญี่ปุ่นได้ปรับเปลี่ยนกลับไปใช้วันแม่ตามแบบสหรัฐฯ คือกำหนดให้เป็นวันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคมและยึดถือปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2026 คือวันที่ 10 พฤษภาคม 

สำหรับสัญลักษณ์สำคัญของวันแม่ในญี่ปุ่นอย่างดอกคาร์เนชั่นสีแดงนั้นเป็นธรรมเนียมที่รับมาจากสหรัฐฯ เช่นกัน โดยสื่อถึงความรักและความกตัญญู 

ปัจจุบันเทศกาลนี้กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญทางธุรกิจและครอบครัว ซึ่งนอกจากดอกไม้แล้ว ชาวญี่ปุ่นยังนิยมมอบของขวัญที่แสดงถึงความใส่ใจหรือทำกิจกรรมพิเศษร่วมกันเพื่อสร้างความทรงจำที่ดีกับคุณแม่ / mainichi