เรื่องของ “ทะเล” เกี่ยวข้องอย่างไรกับบริษัทอสังหาฯ อย่าง “สิงห์ เอสเตท”?

นี่คือคำถามที่อยู่ในใจ… ก่อนจะค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปเพื่อนั่งพูดคุยกับ นริศ เชยกลิ่น หากดูจากตำแหน่งบนนามบัตร ผู้บริหารท่านนี้คือหัวเรือใหญ่นั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ผู้พาให้บริษัทอสังหาฯ แบรนด์ไทยแบรนด์นี้โตไกลไประดับโลก

… แต่ในวันนี้เขาเลือกที่จะถอดสูทผู้บริหารก่อนจะวางไว้ที่โต๊ะทำงาน และพาเราคว้าสน็อกเกิ้ลสวมตีนกบ ดำลงสู่ท้องทะเล เพื่อออกค้นหาความหมายและความเป็นมาของแคมเปญ #SeaYouTomorrow  รวมถึงมอง Key Success ในการทำธุรกิจแบบสิงห์ เอสเตท ที่ทั้งธุรกิจและความยั่งยืนสามารถเติบโตไปพร้อมๆ กัน

ทะเลโอบกอดเราไว้… เรายิ่งต้องกอดทะเลไว้ให้แน่นยิ่งกว่า

“โรงแรมส่วนใหญ่ของ สิงห์ เอสเตท ทั้งในประเทศไทยอย่างที่เกาะสมุย เกาะพีพี ภูเก็ต หรือที่มัลดีฟส์ และฟิจิ ล้วนอยู่ติดกับทะเล ดังนั้น เราจึงต้องดูแลอย่างเต็มที่ และไม่ใช่แค่การจัดการดูแลรักษาหรือบำรุงทะเลที่อยู่แค่หน้าโครงการของเรา แต่ยังต้องดูแลทั้งระบบนิเวศ”

โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกให้เราทุกคน ซึ่งล้วนแล้วแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทะเลร่วมมือกัน เพราะนี่คือพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

“ต่อให้คุณเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนหรือมีพนักงานเยอะแค่ไหน ก็ไม่มีทางเทียบเท่ากับพลังของทุกคนที่ช่วยกันคนละไม้ละมือได้”

โดยบทบาทและหน้าที่ในการปลุกพลังเพื่อรักษาท้องทะเลที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้สามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลักๆ ได้แก่

ลงแรง ลงมือทำ ที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ได้จัดกิจกรรมที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม รวมถึงร่วมจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชนและคนในพื้นที่เพื่อเอาจริงกับการ จัดการ ลด และรีไซเคิล ขยะ ที่ก่อผลเสียให้กับทะเล อย่างขวดหรือหลอดพลาสติก รวมถึงการปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างการหันมาใช้แก้วน้ำที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่แทนการใช้แก้วพลาสติกที่ต้องทิ้ง

“อย่างโครงการที่อ่าวมาหยา เราได้จัดแคมเปญอนุรักษ์ธรรมชาติจากเมืองสู่ทะเล โดยให้คนเมืองมีส่วนร่วมในการนำขยะมารีไซเคิลเพื่อแลกแต้มสะสม ซึ่งแต้มดังกล่าวได้นำไปเปลี่ยนเป็นกิ่งปะการังที่จะนำเข้าไปปลูกที่อ่าวมาหยา เป็นแนวคิดในการกระตุ้นให้คนรู้สึกว่าการช่วยทะเลทำได้ง่ายมากและสามารถเริ่มต้นจากตัวเอง”

ปลูกจิตสำนึก พอนึกถึง Facility ของโรงแรม หลายคนคงคิดถึงสระน้ำ ห้องฟิตเนส หรือเลาจ์สวยๆ สิ่งเหล่านี้โรงแรมในเครือสิงห์ เอสเตท ก็มีหมด…

แต่สิ่งที่แตกต่างคือแนวคิดในการสร้าง Marine Discovery Centre หรือ ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเลขนาดย่อมๆ ที่เปิดให้ทั้งแขกที่เข้าพัก รวมถึงคนในพื้นที่และใครก็ได้เข้ามาค้นหาทำความรู้เกี่ยวกับทะเลได้ฟรี ณ โรงแรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท รวมถึงมีแผนจะขยายออกไปให้ทุกๆ โรงแรมในเครือที่อยู่ติดทะเล

“เรามองว่านี่คือหนึ่งในวิธีปลูกจิตสำนึกให้กับแขกที่มาพักหรือนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหากิจกรรมทำในวันที่พวกเขามาพักผ่อน รวมถึงคนพื้นที่หรือใครก็ได้ ซึ่งเป็นเยาวชนเป็นลูกหลานของที่นี่ สามารถแวะเวียนไปที่ MDC เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางทะเลพร้อมกับปลูกจิตสำนึกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”

โซลูชั่นที่ยั่งยืน ต้องเข้าถึงง่าย เข้าถึงทุกคน

หลังจากที่เราได้คำตอบของคำถามที่ว่า  “ทะเล” เกี่ยวข้องอย่างไรกับบริษัทอสังหาฯ อย่าง “สิงห์ เอสเตท” รวมถึงแนวทางทั้งการลงมือทำ ลงมือสร้าง โจทย์ที่ท้าทายต่อไป คือการเปลี่ยนเรื่องนี้ให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวเราทุกคน

อันที่จริงแล้วตัวแคมเปญ #SeaYouTomorrow  ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ” เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2018 โดยเริ่มต้นจากการรณรงค์ลดขยะพลาสติก เพื่อลดการสร้างขยะจากเมืองไปสู่ทะเล รวมถึงปลูกจิตสำนึกการแยกขยะที่ถูกต้อง เลิกใช้ถุงพลาสติกหันมาใช้ถุงผ้า

ส่วนในปีนี้ถือเป็นการต่อยอดเพื่อให้โครงการสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้กว้างขึ้นและเชื่อว่าทุกคนไม่ว่าจะมีบ้านอยู่ติดทะเลหรือเป็นแค่คนที่เดินทางไปเที่ยวทะลในวันหยุดก็สามารถมีส่วนร่วมกับแคมเปญนี้ได้อย่างเต็มที่…

โดยงานนี้ได้ร่วมจับมือกับ National Geographic Thailand  จัดกิจกรรมกติกาง่ายๆ “ชวนทุกคนร่วมกันแชร์ภาพถ่าย ภายใต้หัวข้อ ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ จะเป็นภาพที่สวยงามของทะเลในมุมมองที่ประทับใจจนอยากแชร์ให้คนอื่นได้เห็น หรือภาพที่สื่อถึงการอนุรักษ์ท้องทะเล ซึ่งอาจจะไม่ใช่ภาพทะเลสวยแต่เป็นภาพที่กระตุ้นการหันมาใส่ใจท้องทะเลของเราก็ได้”  แล้วอัพโหลดลงบนช่องโซเชียลเน็ตเวิร์กของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น Instagram หรือ Facebook  พร้อมติด 2 แฮชแท็ก #SeaYouTomorrow และ #ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ

แม้กิจกรรมนี้เป็นการแข่งขันประกวดภาพถ่าย แต่เป้าหมายสูงสุดไม่ได้อยู่ที่รางวัลชนะเลิศ หรือภาพของใครสวยงามที่สุดใช้อุปกรณ์ราคาแพงที่สุดในการถ่าย…

“ต้องการเปลี่ยนเครื่องมือที่เชื่อว่าทุกคนมีอยู่ในมือ ซึ่งอาจเป็นกล้องจากสมาร์ทโฟนก็ได้หรือเป็นกล้องคอมแพคตัวจิ๋ว เป็นรูปถ่ายจากพลังเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อน ปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรู้สึกรักษ์และหวงแหนทะเลยิ่งขึ้น”

แคมเปญ SD ของ สิงห์ เอสเตท ในครั้งนี้เลือกที่จะดึงเอาพลังของโซเชียลเน็ตเวิร์กมาใช้ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

“ผมเชื่อนะว่าคนรุ่นใหม่รู้ดีว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เกิดขึ้นจากอะไร ใครเป็นต้นเหตุ ดังนั้น การเร่งปลูกจิตสำนึกผ่านช่องทางที่พวกเขาคุ้นเคย อย่างโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กจะทำให้พวกเขารวมถึงคนในวงกว้างตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และจะเกิดตามมาในอนาคต และเมื่อทุกคนมีจิตสำนึกที่ตรงกัน ปัญหาก็ไม่เกิดและไม่ต้องแก้ปัญหา มันจึงเหมือนมาตรการป้องกันที่ทั้งเรา ภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกคนสามารถยื่นมือเข้ามาช่วยกัน และทำควบคู่ไปกับมาตรการฟื้นฟูเพื่อคืนความสวยงามให้ท้องทะเลอีกครั้ง”

#SeaYouTomorrow ที่เริ่มทำตั้งแต่ Today

สำหรับผู้ที่สนใจส่งภาพถ่ายเข้าประกวดในแคมเปญ #SeaYouTomorrow ไม่ต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้!

แค่ลองหยิบมือถือคู่ใจของคุณขึ้นมา แล้วลองหาภาพถ่ายที่อาจมีอยู่ในเครื่องที่ตรงกับโจทย์ “ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ”

อัพลงช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ทั้ง Facebook,  Instagram  พร้อมติด #SeaYouTomorrow #ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ

“เพราะไม่แน่ว่า… ภาพที่คุณถ่าย อาจเปลี่ยนความคิดใครสักคนให้รู้สึก ‘รักทะเล’  ยิ่งขึ้นกว่าเดิม”

ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ #SeaYouTomorrow ได้ที่: https://www.seayoutomorrow.org



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer