บ้านใร่กาแฟ รายได้เท่าไร ? วิเคราะห์สถานการณ์ร้านกาแฟแบรนด์ดังในอดีตที่อนาคตอาจเหลือแต่ความทรงจำ

เมื่อ 20 ปีก่อน ชื่อบ้านใร่ กาแฟ เป็นชื่อที่เรียกได้ว่าไม่มีนักดื่มกาแฟคนไหนที่ไม่รู้จัก เพราะในเวลานั้น บ้านใร่กาแฟถือเป็นแบรนด์กาแฟที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 รองจากสตาร์บัคส์ พร้อมสาขาที่มากถึง 110 สาขาเลยทีเดียว

และที่สำคัญ บ้านใร่กาแฟ คือแบรนด์กาแฟของคนไทยที่ถือกำเนิดมาจากผู้ชายบ้านไร่ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

เมื่อวันเวลาผ่านไป กระแสของการบริโภคกาแฟสดเริ่มเด่นชัดขึ้นในประเทศไทย แต่บ้านใร่กาแฟกลับประสบปัญหา รายได้ลดลงและขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

โดยตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์พบว่า ในปี 2560 บ้านใร่กาแฟมีรายได้ 3.5 ล้านบาท ขาดทุน 6.7 ล้านบาท  

 

 

การขาดทุนของบ้านใร่กาแฟนั้นเป็นการขาดทุนต่อเนื่องมานานหลายปี จน สายชล เพยาว์น้อย เจ้าของบ้านใร่กาแฟ ถึงกับประกาศขายที่ดิน 24 ไร่ ใน อ.หนองแซง สระบุรี เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ที่มีมากถึง 30 ล้านบาท และนำเงินที่เหลือไปฟื้นฟูธุรกิจต่อ

เพราะ สายชล เพยาว์น้อย รักความเป็นแบรนด์บ้านใร่กาแฟ ที่เขาได้สร้างมาก

นอกจากการขาดทุนสะสมของบ้านใร่กาแฟแล้ว ในวันนี้บ้านใร่กาแฟยังเหลือเพียงไม่กี่สาขา โดยสาขาเอกมัยที่เคยเป็นแลนด์มาร์กของบ้านใร่กาแฟ ก็ได้ปิดตัวลงไปเมื่อต้นปี 2562 จากเจ้าของที่ดินต้องการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น

 

สิ่งที่ทำให้บ้านใร่กาแฟที่เคยเป็นเบอร์ 2 ในตลาด ประสบกับสภาวะเช่นนี้มาจากอะไร

1. การเข้ามาของเจ้าของพื้นที่ปั๊มน้ำมัน

จุดเริ่มต้นของธุรกิจ บ้านใร่กาแฟ มาจาก สายชล เพยาว์น้อย ได้ขายทาวน์เฮาส์ของตัวเอง ในราคา 3 แสนบาท และเขาได้นำเงินส่วนหนึ่งในนั้นมาลงทุนเปิดกิจร้านกาแฟ โดยมีสาขาแรกในปั๊มน้ำมัน ปตท. รังสิต-องครักษ์ คลอง 7 จังหวัดปทุมธานี ในร้านกาแฟของสายชลในเวลานั้นยังไม่ได้ชื่อร้านว่า บ้านใร่กาแฟ เพราะเขาตั้งชื่อร้านกาแฟร้านแรกของเขาว่า “กาแฟร้านแรก สาขา 9”

การที่สายชลเลือกปั๊มน้ำมันเป็นโลเคชั่นในธุรกิจกาแฟ มาจากการที่เขาได้เดินทางไปต่างจังหวัดอยู่เสมอ ซึ่งเขามักจะแวะดื่มกาแฟกระป๋องที่จำหน่ายตามปั๊มน้ำมัน

ครั้งหนึ่งในการเดินทางไปภาคอีสาน เขาได้พบกับกาแฟสดแบบชาวบ้าน มาตั้งซุ้มโต๊ะขายในปั๊มน้ำมัน ที่มีจุดเด่นด้านรสชาติ และวิธีการนำเสนอ ด้วยการโชว์วิธีบดกาแฟพร้อมชงสดๆ เสิร์ฟลูกค้าทีละแก้วตามสั่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขามองว่าเป็นศิลปะและเพิ่มคุณค่าให้กับกาแฟ

หลังจากสายชลประสบความสำเร็จกับธุรกิจกาแฟสาขาแรก เขาได้ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องไปตามปั๊มน้ำมัน ปตท. ตามที่ต่างๆ ในชื่อ บ้านใร่กาแฟ และออกแบบร้านให้เป็นรูปร้านทรงสามเหลี่ยมดูแปลกตาดึงความสนให้กับบุคคลทั่วไปเป็นอย่างดี

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ บ้านใร่กาแฟ ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกร้านกาแฟเชนตามปั๊มน้ำมันในประเทศไทย

 

ในเวลานั้นธุรกิจบ้านใร่กาแฟ ถือว่าไปได้สวยจากโลเคชั่นส่วนใหญ่ที่อยู่ในปั๊มน้ำมัน ปตท. และปั๊มน้ำมันเจ็ท เพื่อดึงดูดผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องการรีเฟรชตัวเองจากอาการง่วงระหว่างการเดินทาง และเชื่อว่าธุรกิจจะดีกว่านี้ถ้าคาเฟ่อเมซอนไม่มาแย่งชิงพื้นที่ขายกาแฟตามปั๊มน้ำมันไป

เพราะหลังจากที่ ปตท. เห็นโอกาสทางการตลาดร้านกาแฟสดตามปั๊มน้ำมัน ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักเดินทาง ในปี 2554  ปตท. จึงได้นำคาเฟ่อเมซอนเข้ามาแข่งขันอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปตท. อีกด้วย

และเมื่อสัญญาบ้านใร่กาแฟตามปั๊มน้ำมัน ปตท. หมดลง บ้านใร่กาแฟจึงต้องย้ายออกจากฐานที่มั่นเดิมโดยไม่มีข้อแม้ เพราะการมีคู่แข่งอยู่ในโลเคชั่นเดียวกัน ย่อมหมายถึงการแย่งลูกค้าในสนามรบเดียวกัน

ในเวลานั้นบ้านใร่กาแฟจึงเหลือเพียงฐานที่มั่นในปั๊มน้ำมันเจ็ทเท่านั้น แต่ด้วยพลังของเจ็ทที่มีสาขาจำนวนมากตามต่างจังหวัดทำให้ธุรกิจของบ้านใร่กาแฟยังเดินต่อไปได้

จนมาในปี 2559 เหมือนนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง ปั๊มน้ำมันเจ็ทที่บริหารงานโดย บริษัท CONOCO ประเทศไทย ได้ขายธุรกิจปั๊มน้ำมันเจ็ททั้งหมดให้กับ ปตท. ซึ่งนั่นหมายถึงบ้านใร่กาแฟจะต้องย้ายออกจากปั๊มเจ็ทโดยปริยายเมื่อหมดสัญญาที่ทำไว้

และทำให้บ้านใร่กาแฟเกิดผลกระทบทางธุรกิจอย่างรุนแรง จากสาขาที่ลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงไม่กี่สาขา และมีสาขาเอกมัย เป็นสาขาที่ทำรายได้หลัก จากกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ เพราะราคาจำหน่ายกาแฟของบ้านใร่กาแฟถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูง โดยมีราคาที่ไม่แตกต่างจากสตาร์บัคส์มากนัก

2. คู่แข่งที่หลากหลายรสชาติและราคากับภาพลักษณ์ไทยแบรนด์

หลังจากได้รับผลกระทบจากการต้องปิดตัวลงของสาขาจำนวนมากแล้ว จุดที่ทำให้ธุรกิจบ้านใร่กาแฟต้องชะงักอีกจุดหนึ่งคือเรื่องราคา เพราะบ้านใร่กาแฟวางตัวเองเป็นร้านกาแฟระดับมิด-ไฮเอนด์ การตั้งราคากาแฟจึงอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างจากสตาร์บัคส์มากนัก

แต่ด้วยภาพลักษณ์แบรนด์บ้านใร่กาแฟเป็นแบรนด์ของคนไทย ทำให้นักดื่มบางรายเลือกที่จะใช้เงินไปกับการดื่มกาแฟสตาร์บัคส์ตามห้างที่หาดื่มได้ง่ายมากกว่า

และในขณะเดียวกันธุรกิจร้านกาแฟก็เริ่มมีคู่แข่งใหม่ๆ เข้ามาท้าทายกำลังซื้อผู้บริโภคจำนวนมาก อย่างเช่นแบรนด์ไทยอย่างทรูคอฟฟี่ และร้านกาแฟสดข้างทางที่กระจายอยู่ตามแหล่งชุมชนและออฟฟิศสำนักงานจำนวนมากในราคาที่ถูกกว่าบ้านใร่กาแฟ มาแย่งชิงเม็ดเงินลูกค้าไปอีกทางหนึ่ง

ในปัจจุบันบ้านใร่กาแฟมีสาขาเหลือเพียงไม่กี่สาขา โดยมีสาขาโรงคั่ว หนองแซง สระบุรี เป็นสาขาแลนด์มาร์กแห่งใหม่ให้กับบ้านใร่กาแฟ และถ้าสายชลไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ที่เกิดจากธุรกิจนี้ได้อาจจะเหลือเพียงชื่อ

 

Marketeer FYI

บริษัท ออกแบบ ไร่นา (ประเทศไทย) ในวันนี้ไม่มีชื่อสายชลเป็นกรรมการบริษัท

ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ บริษัท ออกแบบ ไร่นา (ประเทศไทย) ซึ่งถือเป็นบริษัทของบ้านใร่กาแฟ สายชล ไม่ได้มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทอยู่ในนั้น แต่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในนามบุคคล 9 คนด้วยกัน ได้แก่ อัศวิน ไขรัศมี, นิภา คงเจริญ, จิณห์จุฑา สุนทรเกียรติวงษ์, ระเบียบรัถย์ นิวาศานนท์, วีระยุทธ บุตรพรหม, จุฑามาศ เชยแก้ว, สอน ทวีพัฒน์, สันติ จตุพล, และฉันทนา แสงจันทร์

 

cr. ภาพจากเฟซบุ๊ก บ้านใร่กาแฟ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer