ครบรอบ 3 ปี แพลตฟอร์มรีวิว “Revu” อาศัยกองทัพ ‘อินฟลูเอนเซอร์’ หมื่นหัว ดันกลุ่มบิวตี้โตกระฉูด ตั้งเป้าสิ้นปี 1.5 หมื่นคน เตรียมเปิดตัว “Revu Family” ใน 6 ประเทศ
อนุพงศ์ จันทร ผู้บริหาร Revu เครือบริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า แพลตฟอร์ม Revu มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย จากปี 2561 เติบโต 40% กระทั่งเดือนพฤษภาคม 2562 มีอัตราการเติบโต 30% จนมีจำนวนคนรีวิว (Reviewers) 11,105 คน เป็นอันดับ 2 รองจากประเทศเกาหลี
ในจำนวนนี้แบ่งเป็น อินฟลูเอนเซอร์ทั่วไป 85% แอคทีฟอินฟลูเอนเซอร์ 12% และทอปอินฟลูเอนเซอร์ 3%
อนุพงศ์มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรวูเติบโตในประเทศไทยคือการใช้ ‘อินฟลูเอนเซอร์’ เนื่องจากคนยุคปัจจุบันเริ่มเชื่อโฆษณาน้อยลง และหันมาเชื่อคนใกล้ตัวและอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้น รวมถึงการรีวิวสินค้าที่ดูเรียลเหมือนคนใช้จริง
จากสถิติ พบว่า รีวิวเวอร์ของเรวูเป็นเพศหญิง 77% เพศชาย 23% แบ่งเป็นสัดส่วนกลุ่มอายุ 18-24 ปี 22.52% อายุ 25-34 ปี 66.12% อายุ 35-44 ปี 8.88% และอายุ 45-54 ปี 2.48%
“พฤติกรรมคนไทยเวลาซื้อสินค้าจะเสิร์ช 2 รอบ พอเจอเว็บไซต์ เขายังไม่เชื่อ เขาจะไปดูเฟซบุ๊กเพื่อยืนยัน แล้วออกมาเสิร์ชหาคนเคยใช้จริง เช่น คนดังหรืออินฟลูเอนเซอร์” อนุพงศ์เสริม
จากสถิติพบอีกว่า สินค้ากลุ่มบิวตี้ (Beauty) มีสัดส่วนถึง 72% คิดเป็นจำนวนกว่า 400 แบรนด์ ตามด้วยกลุ่มไลฟ์สไตล์ 10% สินค้าสุขภาพ 8% อุปกรณ์ไอที 5% อาหาร 3% และกลุ่มสินค้าสำหรับแม่และเด็ก 1%
โดยปีนี้คาดว่าผลประกอบการจะเติบโต 26% และมีจำนวนคนรีวิวในแพลตฟอร์มทะลุ 15,000 คน เฉลี่ยเดือนละ 500 คนต่อ 1 เดือน
|
ประเทศ |
จำนวนคนรีวิว |
จำนวนรีวิว |
กลยุทธ์-แพลตฟอร์มที่ใช้ |
|
เกาหลี |
458,713 |
2,160,403 |
เฟซบุ๊ก |
|
ไทย |
10,835 |
18,143 |
บล็อกเกอร์/เฟซบุ๊ก/อินสตาแกรม |
|
เวียดนาม |
3,619 |
4,590 |
เฟซบุ๊ก |
|
อินโดนีเซีย |
6,608 |
661 |
บล็อกเกอร์/เฟซบุ๊ก |
|
ไต้หวัน |
841 |
308 |
อินสตาแกรม |
|
ฟิลิปปินส์ |
542 |
147 |
บล็อกเกอร์ / เฟซบุ๊ก / อินสตาแกรม |
สอดคล้องกับกลยุทธ์ ‘ไมโครอินฟลูเอนเซอร์’ ที่บริษัทแม่ได้วางเอาไว้ คือให้ทำการตลาดระดับภูมิภาคใน 6 ตลาดสำคัญในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ เกาหลีใต้ ไทย ไต้หวัน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
พร้อมทั้งมีแผนเปิดตัว “Revu Family” ใน 6 ประเทศข้างต้น
“การขยายตลาดไมโครอินฟลูเอนเซอร์ออกสู่ระดับภูมิภาคช่วยให้แบรนด์ทำการตลาดได้ลึกซึ้ง และเหมาะสมกับบริบทของประเทศนั้นๆ มากขึ้น” อนุพงศ์กล่าว
ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยเน้นการรีวิวผ่านบล็อกเป็นหลัก แต่ในเวียดนามนิยมรีวิวผ่านเฟซบุ๊ก หรือไต้หวันที่นิยมรีวิวผ่านอินสตาแกรม เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม อนุพงศ์มองว่า การแข่งขันในโลกการตลาดดิจิทัลเป็นการแข่งขันที่ต้องอาศัยกลยุทธ์ และมองให้ชัดเจนว่าไมโครอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนทำหน้าที่อะไร เพื่อประกอบการตัดสินใจของลูกค้า

|
Followers |
จำนวนในประเทศ |
|
|
Youtube |
Blog |
|
|
Celeb |
>1M |
500+ |
30% |
90% |
20% |
5% |
|
Power Influencer |
100K – 1M |
|||||
|
Blogger |
5,000+ |
80% |
70% |
70% |
||
|
FB Page |
10,000+ |
100% |
30% |
|||
|
Social Idols |
50,000+ |
50% |
90% |
|||
|
Peer Influencer |
10K – 99K |
1000+ |
90% |
70% |
50% |
80% |
|
Micro Influencer |
1K – 9.9K |
1M+ |
100% |
70% |
30% |
70% |
ที่มา: ydm Thailand
–
