เรื่อง”ขยะล้นโลก” ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จากตัวเลขที่ว่าการขยายตัวของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะสูงถึง 8.5 พันล้านคนภายในปี ค.ศ. 2030 และจะยิ่งสูงขึ้นไปถึง 9.7 พันล้านคน ภายในปี ค.ศ. 2050 

นำไปสู่ความต้องการด้านการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งขยายกำลังการผลิตด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ตลอดจนเมื่อสิ้นสุดวงจรการบริโภคก็มีการ “ทิ้ง”ที่ก่อให้เกิดปัญหา”ขยะ” จนนำไปสู่ปัญหาสภาวะโลกร้อน ที่ส่งกำลังผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลก  

แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นระบบที่เอื้อให้เกิดการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและนำสินค้าที่ใช้แล้วจากการบริโภคกลับเข้ามาสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง (Make-Use-Return) ถือเป็นทางออกที่จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวซึ่งกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน

นั่นคือเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ เอสซีจี เป็นผู้นำในการจุดประกายความคิดเรื่อง “เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy” โดยเริ่มคิกออฟมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาด้วยการจัดงาน SD Symposium 2018 โดยมีพันธมิตรหลายองค์กรเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง  สร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทำไมภาคธุรกิจต้องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

เพราะแนวคิดในเรื่องนี้ไม่ใช่ทางเลือกของธุรกิจ แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

และการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ จะช่วยก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต สร้างความสามารถในการแข่งขัน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้ ซึ่งในที่สุดจะนำไปสู่การลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ สร้างคุณค่าให้แก่องค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ไม่ได้จบแค่งานสัมมนา แต่เอสซีจี  คิดตลอดเวลาว่าจะ Make it Happen อย่างไร

ดังนั้น ในปีที่ผ่านมาเอสซีจีจึงได้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจจำนวนมาก เพื่อขับเคลื่อนให้ผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่การทำธุรกิจ โดยมุ่งหวังให้เป็นต้นแบบของธุรกิจที่มีส่วนช่วยรักษาทรัพยากร และสามารถเผยแพร่แนวปฏิบัตินี้ไปยังพันธมิตรอื่นๆ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งความร่วมมือที่เกิดเป็นผลสำเร็จและเห็นผลเป็นรูปธรรม เช่น

ความร่วมมือระดับภาคอุตสาหกรรมและกลุ่มธุรกิจ

เช่น “โครงการ Recycle Plastic Road” ร่วมกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น, บริษัท เอสซี แอสเสท, บริษัท ซีพี ออลล์ พัฒนาเทคโนโลยีการนำพลาสติกมาใช้เป็นส่วนผสมทดแทนยางมะตอย

ร่วมกับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น “พัฒนานวัตกรรม Greenovative Lube Packaging” เป็นการร่วมกันพัฒนาโมเดลการจัดการแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วอย่างครบวงจร โดยนำแกลลอนที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่เป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล โดยเอสซีจีได้พัฒนาสูตรการทำเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษที่มีคุณภาพเทียบเท่าเม็ดพลาสติกใหม่ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตใหม่และช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก

ร่วมกับบริษัทศุภาลัย จำกัด “โครงการ Recycle Concrete Road” นำเศษคอนกรีตที่มีส่วนผสมของซีเมนต์ เช่น ก้อนปูน แผ่นพื้น มาใช้ทดแทนหินธรรมชาติในกระบวนการก่อสร้าง เพื่อเทเป็นถนนคอนกรีตในโครงการอาคารชุด คอนโดมิเนียม โดยเริ่มทำโครงการแรกที่ศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9 ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบที่สำเร็จได้จากความร่วมมือของพันธมิตรทุกฝ่าย โดยมีแผนจะพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ธุรกิจการก่อสร้างมากขึ้น

 

ร่วมกับเทสโก้ โลตัส ดำเนิน “โครงการ Rethinking Packaging : คิดใหม่ ทำใหม่ ใส่ใจ สิ่งแวดล้อม”

โดยเอสซีจีรับและนำบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ใช้แล้วจากเทสโก้โลตัสไปรีไซเคิล เพื่อผลิตเป็นถุงกระดาษสำหรับใช้แทนถุงพลาสติก และปัจจุบันเอสซีจียังได้เพิ่มการเก็บขวดน้ำพลาสติกเพื่อนำมารีไซเคิลเป็นถุงผ้า ตามเป้าหมายในการสร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ของเทสโก้ โลตัส ด้วย

ความร่วมมือกับภาครัฐและชุมชน

นอกจากนั้น อสซีจียังได้ร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนอย่างต่อเนื่องอีกหลายหน่วยงาน เช่น

ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พัฒนา “ต้นแบบทุ่นกักขยะลอยน้้ำป้องกันขยะไหลลงสู่ทะเล” โดยตั้งเป้ากักขยะ 30 ตัน ระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2562  

ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มประมงพื้นบ้าน ดำเนิน “โครงการบ้านปลารีไซเคิล เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นบ้านปลา”

ธุรกิจเคมิคอลส์ ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มประมงพื้นบ้าน คิดค้นและออกแบบการนำท่อ PE100 ที่เหลือจากกระบวนการผลิตมาใช้สร้าง “ต้นแบบบ้านปลา” นอกจากนี้ ยังต่อยอดด้วยการรวบรวมพลาสติกเหลือใช้ที่พบบริเวณชายหาดและแหล่งชุมชน เช่น ฝาขวดน้ำ ถุงพลาสติกหูหิ้ว มาเป็นส่วนหนึ่งในส่วนประกอบสำหรับผลิตโครงสร้างเพื่อประกอบเป็น “บ้านปลารีไซเคิล” ผลที่ได้คือนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกแล้ว ยังช่วยเพิ่มปริมาณและความหลากหลายของสัตว์น้ำในทะเลชายฝั่ง ช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับกลุ่มประมงพื้นบ้าน

ร่วมกับชุมชน ต.บ้านสา และ ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ดำเนิน “โครงการจัดการขยะชุมชน”

ให้ความรู้และปลูกฝังจิตสานึกด้านการคัดแยกขยะ เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนจัดการแยกขยะอย่างถูกวิธี สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีของชุมชน และก่อให้เกิดรายได้จากการแยกขยะ โดยได้ขยายผลต่อไปยัง ต.เมืองมาย ซึ่งเป็นพื้นที่ภัยแล้ง โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การเป็น Circular Community  

ทั้งหมดที่เอสซีจีทำมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกภาคส่วนร่วมรับรู้และเข้าใจว่าระบบเศรษฐกิจนี้มีพลังในการเปลี่ยนโลกธุรกิจและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีพลังมหาศาล

ในขณะเดียวกัน ได้สร้างความตื่นตัวในเรื่องนี้กับคนในเอสซีจีเอง โดยมีการกระตุ้น และเชิญชวนพนักงานและชุมชนให้นำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันตามแนวทาง SCG Circular way ที่เน้นการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างคุ้มค่า

ในปีนี้ เอสซีจียังได้จับมือพันธมิตรยกระดับธุรกิจและงานชุมชนสู่ต้นแบบความยั่งยืน ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในงาน 10 Years SD Symposium  ‘Circular Economy ขึ้นอีกครั้งเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาขยะล้นโลก มุ่งสร้างเครือข่ายดันไทยและอาเซียนให้เติบโตยั่งยืน

ไปรับฟังแนวคิดพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากองค์กรธุรกิจชั้นนำทั่วโลก และร่วมแสดงพลังแห่งความร่วมมือ ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสร้างโลกให้ยั่งยืนร่วมกัน

26 สิงหาคม 2562 เวลา 08.30-17.30 น.

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 22

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ SCG Circular way และข่าวสารอัพเดตติดตามได้ที่ http://bit.ly/30gaO0Yและ http://bit.ly/30h1mue

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer