เมื่อพูดถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หลายคนอาจนึกถึงการซื้อเก็งกำไรหรือปล่อยพื้นที่ให้เช่า แต่ปัจจุบันยังมีอีกทางเลือกที่สามารถเริ่มต้นลงทุนได้โดยใช้เงินน้อยกว่าการลงทุนในอสังหาฯ โดยตรง และมีมืออาชีพทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทรัสต์ (REIT Manager: RM) ช่วยบริหารจัดการ นั่นคือ การลงทุนผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) ซึ่งพัฒนามาจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) ในอดีตนั่นเอง

นับตั้งแต่ปี 2557 ที่มีการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับทั่วโลก ทำให้การลงทุนใน REIT เริ่มเข้ามาแทนที่ Property Fund และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวในสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่องมากกว่าการลงทุนโดยตรงในอสังหาฯ มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ  และความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้น

ในประเทศไทยมีผู้จัดการกองทรัสต์ (REIT Manager หรือ RM) รวม 27 บริษัท(1) ส่วนใหญ่เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และ RM ที่เป็นบริษัทลูกของเจ้าของทรัพย์สิน ซึ่งจะบริหารกองทรัสต์ที่เข้าลงทุนในโครงการอสังหาฯ ของบริษัทในเครือ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการลงทุนในกองทรัสต์มีทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยเริ่มมีบริษัทฯ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของทรัพย์สิน แต่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการเงิน ทำหน้าที่บริหารจัดการกองทรัสต์ หรือที่เรียกว่า ‘ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ’ (Independent REIT Manager) ซึ่งจะทำหน้าที่เจรจาเงื่อนไขต่างๆ กับเจ้าของทรัพย์สินที่กองทรัสต์จะเข้าลงทุน และยังเปิดกว้างการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ที่มีโอกาสในการเติบโตในอนาคตจากผู้ประกอบการรายอื่นๆ ได้อย่างอิสระ ส่งผลให้กองทรัสต์ประเภทนี้สามารถเข้าถึงทรัพย์สินที่มีศักยภาพได้หลากหลาย ไม่ผูกติดกับเจ้าของทรัพย์สินเพียงรายเดียว ทำให้สามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักลงทุนได้

‘Blue Whale Assets’ เป็นหนึ่งในผู้บริหารจัดการกองทรัสต์อิสระในประเทศไทย จากการรวมตัวของทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารอสังหาฯ และประสบการณ์ทำงานแวดวงการเงินในบริษัทชั้นนำ โดยมีประสบการณ์กว่า 20 ปี จึงมีความเข้าใจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริหารจัดการกองทรัสต์เป็นอย่างดี

Blue Whale Assets มีเป้าหมายเป็นผู้บริหารกองทรัสต์ที่ลงทุนในโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่มีขนาดทรัพย์สินใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่มาของการจัดตั้งกองทรัสต์ ‘บลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้’ หรือ BWHREIT ที่จะเข้าลงทุนครั้งแรกในโรงแรมชั้นนำ 3 แห่งที่กระจายตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างภูเก็ต เกาะสมุย และเขาใหญ่

คุณรุ่งยศ จันทภาษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Blue Whale Assets

เหตุผลที่เลือกลงทุนในอสังหาฯ ประเภทโรงแรม ‘คุณรุ่งยศ จันทภาษา’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Blue Whale Assets มองว่า การเดินทางท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ของโลก จากปัจจุบันที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลก 1,800 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2,000-3,000 ล้านคน ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจที่เน้นประสบการณ์ (Experience Economy) การขยายตัวของประชากรชนชั้นกลาง และความนิยมแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านสื่อสังคมออนไลน์(2)

เช่นเดียวกับประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งใน Top 10 ประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด (Most Visited Destination) และมีอัตราการเติบโตที่ดี โดยปีที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 38 ล้านคน อีกทั้งครองแชมป์ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอย (Tourist Spending) สูงสุดในภูมิภาคเอเชีย โดยพบว่านักท่องเที่ยวใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 3,900-5,557 บาทต่อวัน(3)

“จากภูมิศาสตร์ของเมืองไทยที่ใช้ระยะเวลาเดินทางด้วยเครื่องบินจากประเทศในเอเชียด้วยกัน ไม่เกิน 1-5 ชั่วโมงโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก ส่วนใหญ่จะไม่เดินทางข้ามทวีป จึงเป็นโอกาสดีของประเทศไทย เพราะเราเป็นประเทศที่สามารถท่องเที่ยวแบบ Luxury ในราคา Affordable อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก สามารถเที่ยวได้ตลอด 365 วัน เพราะฉะนั้นการลงทุนใน Hospitality REIT หรือธุรกิจโรงแรม จึงเป็นเทรนด์การลงทุนที่มีโอกาสเติบโตควบคู่ไปกับจุดแข็งของประเทศได้”

จากเมกะเทรนด์การท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงและมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะในย่านเมืองท่องเที่ยว ทำให้ Blue Whale Assets ประเดิมจัดตั้งทรัสต์กองแรกด้วยการเข้าลงทุนในทรัพย์สินโรงแรม ซึ่งเป็นอสังหาฯ ที่มีศักยภาพในการเติบโตควบคู่กับอุตสาหกรรมที่เป็นจุดเด่นของประเทศได้อย่างแท้จริง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bwhreit.com/th/set/upcoming-ipo-set

 

แหล่งข้อมูล

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer