ในขณะที่เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับวิกฤตอัตราการเกิดต่ำจนจำนวนนักเรียนในโรงเรียนลดน้อยลงอย่างน่าตกใจ แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งเชื่อมโยงกันสวนทางขึ้นมาและเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ นั่นคือ เงินที่พ่อแม่ทุ่มให้การศึกษา “หลังเลิกเรียน” หรือ “นอกโรงเรียน” ให้กับลูกๆ ตั้งแต่ยังเล็ก

สำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีใต้ (KOSIS) ระบุว่าในปี 2024 ค่าใช้จ่ายของแต่ละครอบครัวสำหรับการเรียนพิเศษต่างๆ เช่นค่ากวดวิชาและเตรียมสอบให้ลูกๆ พุ่งสูงขึ้นถึง 29.19 ล้านล้านวอน (ประมาณ 627,000 ล้านบาท) โดยเพิ่มขึ้นถึง 60.1% เมื่อเทียบกับปี 2014 แม้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตัวเลขจะลดลงชั่วคราว แต่หลังจากปี 2021 เป็นต้นมา ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็พุ่งสูงขึ้นมา 4 ปีติด
สิ่งที่น่าตกใจของเรื่องนี้ยังไม่หมดแค่นั้น โดยโดยล่าสุด พ่อแม่ชาวเกาหลีใต้จ่ายให้ลูกวัยประถมเรียนพิเศษรวมกันทั้งประเทศเป็นเงินถึง 13.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 284,000 ล้านบาท) สูงกว่าทั้งมัธยมต้น และมัธยมปลายที่ 1.7 เท่าและ 1.6 เท่าตามลำดับ สะท้อนว่าความกังวลเรื่องการศึกษาได้ลงมาถึงเด็กเล็กอย่างเต็มตัวแล้ว
KOSIS วิเคราะห์ว่าปรากฏการณ์นี้เกิดจากหลายปัจจัย เริ่มจากการทุ่มให้ลูกคนเดียวของแต่ละครอบครัว โดยเมื่อครอบครัวส่วนใหญ่มีลูกเพียงคนเดียว พ่อแม่จึงพร้อมทุ่มเททรัพยากรเงินทั้งหมดที่มีเพื่อให้ลูกได้รับการศึกษาที่เหนือกว่าคนอื่น
ปัจจัยต่อมาคือ บทบาทสถาบันกวดวิชาในฐานะผู้ดูแล เพราะในยุคที่พ่อแม่ต้องทำงานนอกบ้านทั้งคู่ จึงเปิดช่องให้สถาบันกวดวิชาวางตัวเป็นทั้งสถานที่ดูแลเด็กหลังเลิกเรียนที่มีความปลอดภัยและได้ความรู้ไปพร้อมกัน
ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ ความวิตกกังวลของผู้ปกครอง โดยความไม่แน่นอนในนโยบายการคัดเลือกเข้าเรียน และการแข่งขันที่เริ่มเร็วขึ้น บีบให้พ่อแม่ต้องส่งลูกเรียนพิเศษเพื่อไม่ให้ลูกๆ ตกขบวน ตั้งแต่อายุยังน้อย
ความวิตกกังวลของปัจจัยสุดท้ายที่เพิ่งกล่าวไปมาจาก การสอบโกชี (Gosi) สำหรับเด็ก 4-7 ขวบ ซึ่งเปรียบเทียบความยากของการสอบเข้าโรงเรียนอนุบาลภาษาอังกฤษกับสอบรับราชการระดับสูง นำมาสู่ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อเดือนจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

โดย เด็กประถม จ่ายเฉลี่ย 442,000 วอน/เดือน (ประมาณ 9,500 บาท) เพิ่มขึ้น 90.5 % จากทศวรรษก่อน ขณะที่ เด็กมัธยมต้น: จ่ายเฉลี่ย 490,000 วอน/เดือน (ประมาณ 10,500 บาท) ส่วนเด็กมัธยมปลาย: จ่ายเฉลี่ย 520,000 วอน/เดือน (ประมาณ 11,200 บาท) เพิ่มขึ้นถึง 126.1%
ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยพยายามเข้ามาควบคุมความร้อนแรงนี้ ซึ่งล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรได้ผลักดันร่างกฎหมาย สั่งห้ามสถาบันกวดวิชาภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัยจัดสอบคัดเลือก เพื่อลดความกดดันและลดค่านิยมการแข่งขันที่เกินวัย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นและเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อพัฒนาการที่สมวัย

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์มองว่าตราบใดที่โครงสร้างทางสังคมยังเน้นการแข่งขันที่สูง ดังนั้นกฎหมายเพียงฉบับเดียวอาจไม่สามารถหยุดยั้งความต้องการของผู้ปกครองได้
ทั้งนี้ การศึกษากลายเป็นประเด็นระดับชาติของเกาหลีใต้และฝังอยู่ในวัฒนธรรมของประเทศจากอิทธิพลของลัทธิขงจื้อมาอย่างยาวนาน ซึ่งสามารถสืบย้อนไปได้ไกลถึงการสอบแข่งขันเพื่อเข้ารับราชการในยุคราชวงศ์และสะท้อนออกมาผ่านทางการสอบเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยหรือซูนึง ที่ทั้งประเทศยอมหลีกทางให้ในทุกๆ ปี รวมไปถึงหนังและซีรีส์ดราม่าด้านการเรียนหลายต่อหลายเรื่อง
ข้อดีคือทำให้เกาหลีใต้มีคนเก่งระดับหัวกะทิช่วยพัฒนาประเทศ และเป็นกำลังสำคัญพาบริษัทชั้นนำสร้างชื่อในระดับโลก

ทว่าก็มีข้อเสีย เพราะการแข่งขันทางการศึกษาที่ในทุกระดับซึ่งล่าสุดลงมาถึงเด็กชั้นประถมและอนุบาลแล้วนี้ ย่อมสร้างความเครียดให้แก่เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ จนเกิดเป็นปัญหาใหม่ให้ตามแก้กันอีก ขณะเดียวกันการที่พ่อแม่ทุ่มเงินให้ศึกษาให้ลูกอย่างมากก็ทำให้เกิดปัญหาที่พ่อแม่ไปคุกคามครูตามมาอีกด้วย / koreatimes
