อาจไม่ถึงกับเป็นวิกฤตใหญ่ แต่ก็ต้องจับตามองว่าจากนี้อาณาจักรเครื่องสำอางใต้ชายคา Revlon จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน โดย Fortune สำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานอ้างแหล่งข่าวในวงการเครื่องสำอางและการเงินการลงทุนว่า Revlon ได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินของ Goldman Sachs ถึงทางเลือกในการแก้ไขปัญหาหนี้สะสมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 93,000 ล้านบาท) ที่ต้องเริ่มจ่ายในปี 2020 ซึ่งมีการขายธุรกิจบางส่วนหรือแบรนด์ลูก 1 ใน 15 แบรนด์ออกไป รวมอยู่ด้วย

Revlon make up kit

นอกจากเพื่อเป็นการลดหนี้แล้ว แนวทางดังกล่าวยังจะช่วยให้ Revlon คล่องตัวกว่าเดิมและสามารถพาแบรนด์ในเครือที่ยังเห็นว่ามีอนาคต ก้าวหน้าไปในทิศทางที่เหมาะสม และตรงตามพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งหันมาซื้อเครื่องสำอางผ่าน E-Commerce และ Social Media กันมากขึ้น ได้ดีกว่าเดิม 

Estee Revlon

รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังยอดขายของ Revlon ลดลงเพราะเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งทั้งรายใหญ่อย่าง Estee Lauder และรายเล็กๆ ที่มาใหม่ ซึ่งใช้ Social Media เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าพร้อมเข้าถึงเหล่าคนรักสวยรักงามยุคนี้ได้ดีกว่า ท่ามกลางจำนวนลูกค้าที่เข้าไปซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่ลดลงจากเดิม

สำหรับ Revlon ก่อตั้งเมื่อปี 1932 และอยู่ภายใต้การบริหารของ Ronald Perelman มหาเศรษฐีนักลงทุนชาวอเมริกัน และผู้ถือหุ้นใหญ่ตั้งแต่ปี 1985

Arden Revlon

หลังการทุ่มเงินครั้งใหญ่ที่สุดถึง 419 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,257 ล้านบาท) ซื้อกิจการ Elizabeth Arden แบรนด์เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวอเมริกันเก่าแก่เมื่อปี 2016 Revlon ก็หันมาบริหารแบรนด์ทั้งหมด มากกว่าการซื้อกิจการเพิ่มอีก

Perelman Revlon Ronald Perelman

ต่างจากแบรนด์คู่แข่งที่เพิ่มช่องทางทำเงินและเข้าถึงผู้บริโภคในปัจจุบันด้วยการซื้อแบรนด์น้องใหม่/fortune, wikipedia



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer