TCP เร่งปรับโฉมนำเทคโนโลยีขับเคลื่อนองค์กร สู่บริษัทข้ามชาติสมบูรณ์แบบ

ยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “กลุ่มธุรกิจ TCP” ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์กระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ โสมพลัส สปอนเซอร์ แมนซั่ม เพียวริคุ ซันสแนค และวอริเออร์ หลังประกาศวิสัยทัศน์ที่จะนำพาองค์กรของคนไทย ให้ไปยิ่งใหญ่บนเวทีระดับโลก

ล่าสุดได้ประกาศแผนการปรับโฉมองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเสริมศักยภาพให้กับองค์กร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับพนักงาน สร้างโอกาสทางธุรกิจ และสนับสนุนการทำงานด้านการตลาดโกลเบิล (Global Marketing) กับสาขาในต่างประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติ (Multinational Company) อย่างแท้จริง

แนวคิด 3C เปลี่ยนสู่นวัตกรรมใหม่ของ TCP

โดยทุ่มเงินลงทุนกว่า 1,300 ล้านบาท ออกแบบการทำงานขึ้นมาใหม่ ภายใต้แนวคิด 3C (3 Changes) คือ เปลี่ยนรูปแบบสำนักงานใหม่ เปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ และเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ดึงดูดคนเก่ง และคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมงานมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระดับโลก

C 1 – เปลี่ยนรูปแบบสำนักงานใหม่

 “เปลี่ยนสู่การเป็นองค์กรแห่งการสร้างนวัตกรรม” ด้วยเงินลงทุนราว 740 ล้านบาท สร้างสำนักงานใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งปรับปรุงสำนักงานปัจจุบัน โดย “สำนักงานใหญ่แห่งใหม่” บนพื้นที่ราว 6 ไร่ สูง 4 ชั้น (ติดกับสำนักงานปัจจุบัน) ออกแบบภายใต้แนวคิด “Open Office” พื้นที่ทำงานแบบเปิดโล่ง ให้สอดรับกับการทำงานรูปแบบใหม่ โดยคำนึงถึงความสำคัญของการสร้างบรรยากาศในที่ทำงานเป็นหลัก

จัดสรรพื้นที่กว่า 30% ให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางระหว่างแผนก ใช้เป็นที่แลกเปลี่ยนความคิด และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ให้กับพนักงาน เพื่อให้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย และเปิดโอกาสให้ได้พบปะคนใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ

และยังติดตั้งระบบเทคโนโลยีอันทันสมัย เชื่อมต่อการทำงานกับอุปกรณ์ของพนักงานทั้งในสำนักงานใหญ่ สาขาในต่างจังหวัด และสาขาต่างประเทศได้สะดวกรวดเร็วขึ้น

สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ คาดว่าแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งจะสามารถรองรับพนักงานได้เพิ่มขึ้นอีกราว 250 คน และเมื่อเปิดใช้แล้ว จะทำการพัฒนาปรับโฉมสำนักงานปัจจุบัน ภายใต้แนวคิดเดียวกันต่อไป

C 2 – เปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่

ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่เชิงบวกให้กับพนักงาน เพิ่มความสะดวกสบาย ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น รวมถึงช่วยแก้ปัญหาให้กับพนักงาน โดย “สร้างองค์กรยืดหยุ่นแต่ทรงพลัง” เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้รูปแบบการทำงานใหม่ยืดหยุ่นขึ้น

เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถมี Virtual Office เสมือนสำนักงานเคลื่อนที่ได้ เพียงแค่มีโน้ตบุ๊คหรือโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถที่จะสื่อสารข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conferencing หรือ Teleconferencing) โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่สำนักงาน พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน ที่ co-working space หรืออยู่ต่างจังหวัด หรือแม้แต่ในต่างประเทศก็สามารถทำงานได้ต่อเนื่องไม่มีไม่สะดุด

พร้อมนำแนวคิดการทำงาน Agile รวมทั้ง Scrum มาใช้ ให้เกิดการทำงานร่วมกันแบบ Cross Functional และ Cross Generation ทำงานเป็นทีมอย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการทำงานกับสาขาในต่างประเทศ หรือการตลาดโกลเบิล (Global Marketing) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันกับทีมการตลาดของแต่ละประเทศ อันเป็นการผสมผสานแนวทางการทำงานตามมาตรฐานระดับโลกเข้ากับบริบทของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนช่วยสร้างความสำเร็จให้กับทีมนั่นเอง

C 3 – เปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่

เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้ต่างไปจากเดิมได้อย่างสิ้นเชิงด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Internet of Things, Virtual Reality, AI, Cloud Computing หรือเทคโนโลยีหุ่นยนต์ บนงบลงทุนราว 560 ล้านบาท นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการทำงานให้กับทีม ตลอดจนการทำ Virtual Office หรือการนำ AI Chatbot มาใช้ในการสื่อสารกับพนักงาน และกับลูกค้าของบริษัท รวมถึงการจัดตั้งทีมงาน ‘Incubator’ ที่สนับสนุนให้พนักงานได้เรียนรู้ ทดลอง และทดสอบไอเดียใหม่ๆ หรือ “ผลิตภัณฑ์หรือบริการต้นแบบ” (Prototype) อันจะนำไปสู่การคิดค้นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่โดนใจลูกค้า

นอกจากนี้ ยังลงทุนเพิ่มอีก 80 ล้านบาท พัฒนาทักษะของพนักงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดนฝึกอบรม ช่วยเหลือ และเพิ่มพูนความรู้ให้กับทีมงาน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเราจะไม่มีการปลดพนักงาน ตรงกันข้ามเราจะสร้างความมั่นคงในอาชีพ และรายได้ รวมถึงเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น ตามเจตนารมณ์ที่มุ่งหวังสู่การเป็น “องค์กรแห่งนวัตกรรม (Innovation Hub)” สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์หรือบริการ เพื่อรองรับการเติบโตในระดับโลกต่อไป

ประกรรษ์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและธุรการ กลุ่มธุรกิจ TCP

การปรับโฉมองค์กรสู่การทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล จะแล้วเสร็จภายในปี 2565  โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจ 5 ปี ที่ TCP ได้ประกาศไว้ เพื่อมุ่งหวังพัฒนาบุคลากรทุกระดับชั้นให้สามารถรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยเสริมรากฐานขององค์กรให้แข็งแกร่ง สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างยอดขายให้โตขึ้น 3 เท่าเป็น 100,000 ล้านบาท ก้าวไปสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติ (Multinational Company) ของคนไทยที่ยิ่งใหญ่บนเวทีโลกอย่างแท้จริง

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน