“เอเซอร์” ประกาศรุกธุรกิจ Smart City Solution มั่นใจยอดขายโต 15%

“เอเซอร์” โชว์ผลงานเบอร์หนึ่งในตลาด พีซีและโน้ตบุ๊ค ด้วยส่วนแบ่งตลาด 20% พร้อมเผยเป้ายอดขายในปีนี้ต้องเติบโต 15-20% ล่าสุดได้เพิ่มไลน์ธุรกิจด้าน Smart Solution ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ 10% ในปีนี้

นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้เอเซอร์ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ Smart City Solution ที่จะมาอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์โซลูชั่น โดยปีนี้จะนำเสนอ Acer Altos Cloud VDI โซลูชั่นเวอร์ชวลเดสก์ท็อปสำหรับองค์กรธุรกิจ ทั้งยังนำเสนอนวัตกรรมที่รองรับ และตอบสนองความต้องการให้กับกลุ่มผู้บริโภคอย่างหลากหลายภายใต้กลุ่มสมาร์ท ดีไวซ์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Xplova, Pawbo รวมถึง Acer CloudProfessor (CPF) ที่เป็น STEM Education สำหรับภาคการศึกษา โดยตั้งกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ภาคเอกชนและหน่วยงานทางราชการ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ 10% จากรายได้รวมทั้งหมด”

สำหรับภาพรวมตลาดโน้ตบุ๊คและพีซีในปี 2017 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.44 ล้านเครื่องแบ่งเป็น โน้ตบุ๊ค 1.25 ล้านเครื่อง และ พีซี 1.19 ล้านเครื่อง โดยด้าน Volume ลดลง 0.72% แต่ในด้าน Value เติบโตถึง 18.26% ซึ่งตลาดได้นิ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4 ล้านเครื่องมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว แต่ในด้าน Value โตเฉลี่ย 15-20% เป็นมาเป็นระยะเวลา 2 ปี

ด้านเอเซอร์เป็นผู้นำเบอร์หนึ่งในตลาดโน้ตบุ๊คและพีซีด้วยส่วนแบ่งโน้ตบุ๊ค 30% และพีซี 20% มีอัตราการเติบโตของยอดขาย 10% มาจากกลุ่ม Thin & Light ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 14% ของตลาดโน้ตบุ๊คโดยรวม เอเซอร์ครองอันดับ 1 ในกลุ่มนี้ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 31.9% และอีกหนึ่งกลุ่มคือ Gaming Notebook ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และแชร์อยู่ประมาณ 12% ของตลาดโน้ตบุ๊คทั้งหมด โดยเอเซอร์สามาถครองอันดับหนึ่งในเซกเมนต์นี้เช่นกันด้วยมาร์เก็ตแชร์ 32.2%

ในปี 2018นี้ “เอเซอร์” ตั้งเป้าเติบโตจากยอดขาย 15-20% จากปี 2017 โดยสัดส่วนรายได้ 70% ยังคงเป็นโน้ตบุ๊คและพีซี ในกลุ่ม Thin & Light และ Thin & Light ต่อมาคือในกลุ่ม Accessory & Peripheral 20% และ Smart City Solution & ESG Solution 10%

ขณะเดียวกันในปี 2018 นี้เอเซอร์ได้ประเมินตลาดรวมไว้ว่าดังนี้ ปีนี้ตลาดรวมยังคงนิ่งอยู่ที่เฉลี่ยที่ 2.4 ล้านเครื่อง เติบโตหรือติดลบด้าน Volume ไม่เกิน 1% แต่ในด้าน Value จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 15-20% เช่นเดียวกับที่ผ่านมา โดยปัจจัยมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีประกบการณ์การใช้งานเป็นเครื่องที่ 2-3 หรือบางคนเป็นเครื่องที่ 3-4 โดยคนที่ใช้โน้ตบุ๊คธรรมดาอาจมีการอัพขึ้นมาใช้ Thin & Light เพือสเป็คที่สูงขึ้นและมีขนาดที่เบาลง หรืออีกกลุ่มที่ต้องการสเป็คเล่นเกมที่ต้องการ Gaming Notebook ที่มีสเป็คสูงขึ้น เป็นต้น

มูลค่าตลาดรวมปี 2016 มีมูลค่า 973 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปี 2017 มีมูลค่ารวม 1,151 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปีนี้คาดว่าโต 15-20%

ส่วนกลยุทธ์ในปีนี้ เอเซอร์ เน้นการทำการการด้าน Content ในส่วของกลุ่ม Thin & Light และ Gaming โดยเน้นการนำเสนอผ่านกิจกรรมต่างๆ Online และ กิจกรรมต่างๆ เช่นการสนับสนุน Esports เป็นต้น รวมถึงดิลเลอร์ที่มีมากกว่า 700 รายในประเทศไทย เอเซอร์ จะเน้นการให้ความรู้แก่ดิลเลอร์โดยเฉพาะพนักงานขายให้สามารถขายผลิตภัณฑ์ Gaming ของเอเซอร์ได้อย่างเชี่ยวชาญ


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer