KIKI Beauty Space ทำความรู้จักซาลอนระดับลักชัวรีของ ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์
เมื่อเรารับชมคอนเทนต์เซเลบริตี้ต่างประเทศจะพบว่าพวกเขาส่วนใหญ่ใช้บริการซาลอน แบบที่เมื่อเดินเข้าไปเพียงแค่ร้านเดียว ก็เดินกลับออกมาในแบบที่สวยหัวจรดเท้า ทั้งเเต่งหน้า ทำผม ทำขนตา ต่อเล็บ เปลี่ยนชุด พร้อมออกงานได้ทันที
เมื่อกลับมามองไทย ซาลอนที่ให้บริการเช่นนั้นยังหาได้ยากในประเทศนี้ โดยเฉพาะกับซาลอนที่ให้บริการกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง
KIKI Beauty Space (กีกี้ บิวตี้ สเปซ) คือซาลอนที่เข้ามาเติมช่องว่างการทำสวยในระดับไฮคลาส เป็นกลุ่มธุรกิจเเรกของนับเงินกรุ๊ป โดยผู้บริหารคนรุ่นใหม่ “ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์” หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของร้านอาหารเครือรวยไม่หยุด กรุ๊ป
- ก้องภพ ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง จากตระกูลเอื้อศิริทรัพย์
ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์ (น้องชายของคุณนันทนัช เอื้อศิริทรัพย์ ผู้บริหารเครือรวยไม่หยุด กรุ๊ป) ดีกรีเกียรตินิยมสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เเละปริญญาโท The Cass MSc in Global Supply Chain Management กลับมาเริ่มงานในไทยอยู่ในวงการไฟแนนซ์ private banking ก่อนจะถูกพี่สาวเรียกตัวออกมาเริ่มธุรกิจ
แต่ด้วยความที่คลุกคลีอยู่กับ F&B มาพอสมควร และเข้าใจดีว่าธุรกิจอาหารมีความซับซ้อนสูง จึงคิดอย่างเดียวว่าถ้าจะต้องเริ่มทำธุรกิจสักอย่าง F&B ตัดออกจากสารบบเป็นอย่างเเรก พอได้ไอเดียจากพี่สาวว่าแถวสยามไม่มีร้านซาลอนระดับพรีเมียม-ลักชัวรี เห็นโอกาสทางธุรกิจจึงตัดสินใจลองดูสักตั้ง
แต่ในปัจจุบันผ่านมา 3 ปีนับตั้งแต่เริ่มธุรกิจซาลอน พอร์ตโฟลิโอของนับเงิน กรุ๊ป ขณะนี้ประกอบด้วยสองกลุ่มธุรกิจหลัก คือ กลุ่มความงามและไลฟ์สไตล์ ได้เเก่ กีกี้ บิวตี้ สเปซ สองสาขา ณ สยามสเเควร์ และศูนย์การค้าเมกาบางนา รวมถึงแบรนด์ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ KBS และกลุ่มธุรกิจ F&B ที่เพิ่งกระโดดลงมาทำยังไม่ถึงสามเดือน
-
KIKI Beauty Space (กีกี้ บิวตี้ สเปซ)
กีกี้ บิวตี้ สเปซ วางโพสิชันของตนเองเป็นลักชัวรีซาลอน เริ่มมาจากการทำเล็บก่อนเป็นอันดับเเรก แล้วจึงขยายมาทำผม ก่อนต่อยอดไปยังขนตา คิ้ว และเเวกซ์ ปรับตาม feedback ลูกค้าที่อยากเสริมสวยแบบ one stop service
พลิกประสบการณ์ทำสวยที่ต่างไปจากท้องตลาด ยกระดับการบริการราวกับการเดินเข้าสโตร์เเบรนด์เนม มีระบบสมาชิกให้ลูกค้าเลือกสมัครได้ โดยต้องชำระค่าสมาชิกเหมือนการซื้อวงเงินก่อน มีตั้งแต่ระดับราคา 10,000 ถึง 300,000 บาทต่อปี มีลูกค้าสมัครแล้วมากกว่าหนึ่งหมื่นคน ซึ่งเเต่ละ Tier มีสิทธิประโยชน์แตกต่างกันไป
สำหรับเมมเบอร์เอ็กซ์คลูซีฟในราคา 300,000 บาท ถือเป็นลูกค้าระดับสูง รับวงเงินฟรีมูลค่า 150,000 บาท และได้สิทธิใช้ห้องส่วนตัวระดับพรีเมียม ช่างผลัดเวียนกันเข้าไปพบ รีเควสอาหารเครื่องดื่มรับประทานเล่นได้ตลอดขณะใช้บริการ
ยกระดับการเสริมสวยไปอีกขั้น สร้างจุดแตกต่างตั้งเเต่การออกแบบร้าน การทำแบรนดิ้ง การให้บริการ คุณภาพในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์
อย่างไรก็ดี ธุรกิจซาลอนขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ความเสี่ยงอยู่กับพนักงาน ธุรกิจเช่นนี้หากทีมงานสร้างประสบการณ์ไม่น่าประทับใจ สร้างผลกระทบกับชื่อเสียงแบรนด์โดยตรง จึงต้องเข้มงวดในการคัดเลือกช่างที่จะเข้ามาให้บริการ เซตมาตรฐานในการรับบุคลากรที่สูง ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าได้สิ่งดีกลับไปแน่นอน เนื่องจากซาลอนต้องอาศัยการบอกต่อแบบปากต่อปาก หากเกิดความผิดพลาดแม้เพียงนิด ก็สร้างความเสียหายแก่เเบรนด์แล้ว
พร้อมกันนี้ยังขยายแบรนด์ใหม่ KIKI X (กีกี้เอ็กซ์) ณ สยาม สเเควร์ ซอย 3 ต่อยอดบริการความสวยที่จะโฟกัสเกี่ยวกับความสวยความงาม เช่น บริการต่อผม ต่อเล็บ ต่อขนตา พร้อมกันนี้ ยังเเตกไลน์แบรนด์แฮร์แคร์เพื่อขยายไปยังกลุ่มเเมส เปิดตัวผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ผมตัวแรกแบรนด์ “KBS” เพื่อแก้ปัญหา Pain Point เกี่ยวกับสุขภาพผมของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มผมโดนสารเคมี จับกลุ่มลูกค้าระดับแมส เน้นทำการตลาดออนไลน์เป็นหลัก โดยใช้ Influencer Marketing ควบคู่ไปกับกลยุทธ์ Words-of-Mouth วางจำหน่ายในช่องทางโซเชียลของเเบรนด์ เเละอีมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ
ร้านอาหารไทย KOKO (โกโก้)
นอกจากธุรกิจความงาม นับเงินกรุ๊ป ยังต่อยอดธุรกิจในฝั่งไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมสู่ธุรกิจ F&B รีแบรนด์ตำนานร้านอาหารไทย KOKO (โกโก้) ที่อยู่คู่สยามมาเกือบ 30 ปี รีเเบรนด์ ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ การตกแต่งร้าน ตลอดจนการพัฒนาเมนูอาหารใหม่ เเสดงรสชาติความเป็นไทยเเท้ สร้างมิติใหม่ให้ร้านอาหารไทยเเละมังสวิรัติ เติมช่องว่างย่านสยามที่ขาดร้านอาหารไทยที่โดดเด่นเป็น Top of Mind ซึ่งหลังจากเปิดบริการมาได้ราวสี่เดือน กลุ่มลูกค้าของร้านมีทั้งคนไทยและต่างชาติครึ่งต่อครึ่ง
เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ร้านอาหารในย่านสยามสเเควร์ซอย 3 ร่วมกับเครือร้านอาหารเครือรวยไม่หยุด กรุ๊ป อาทิ Nice Two Meat U, fire Tiger, Mill Toast House TH ฯลฯ ตั้งเป้าจุดกระเเสอาหารไทยเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
ก้าวต่อไปของนับเงินกรุ๊ป มีเเผนจะขยายธุรกิจในกลุ่มความงามและไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเเบรนด์ KBS จะมีการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้งในฝั่งแฮร์แคร์ และผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ พร้อมต่อยอดการขยายตลาดทั้งในไทยและภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันพอร์ตธุรกิจความงามและธุรกิจอาหารของเครือจะอยู่ที่สัดส่วนร้อยละ 80-20 แต่ภายในปี 2026 เครือนับเงิน กรุ๊ป ตั้งเป้าขยายพอร์ต F&B ให้ขึ้นมาอยู่ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง
mindset แบบไหนที่ส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จ
ก้องภพเปิดเผยว่า จริง ๆ แล้วตนเป็นคนคิดบวก มองว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เพียงแค่ต้อง Trust the Process ก่อนที่มันจะออกมาเป็นผลงาน เป็นโควทสำคัญในการทำงานของตนเลย ขั้นตอนระหว่างทางสำคัญกว่าผลลัพธ์มาก ถ้าเราเชื่อว่าเป็นไปได้ สุดท้ายมันจะเป็นไปได้
“เมื่อตั้งเป้าอะไรแล้วต้องพยายามทำให้ได้เสมอ เมื่อก่อนตอนเป็นลูกจ้าง เราบาลานซ์ชีวิตได้ พอมาเป็นนายตัวเอง ไม่เคยได้พัก ทุกนาที คือ งาน ทุกนาที คือ โอกาสในการพัฒนา ตอนที่ต้องมาทำธุรกิจซาลอน แม้ไม่เคยมีประสบการณ์หรือความรู้มาก่อน อีกทั้งพบว่าธุรกิจซาลอนซับซ้อนกว่า F&B ด้วยซ้ำ เเต่ก็ทุ่มเทเต็มเเรงตั้งเเต่ต้น เพื่อให้สิ่งที่ตัดสินใจทำเเล้ว ออกมาดีที่สุด”
อยาก Step out ออกจากงานมาเริ่มธุรกิจ ควรเตรียมตัวอย่างไร
ก้องภพกล่าวปิดท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า
“อย่ากลัวที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซน เเต่ก่อนจะก้าวออกมา ต้องมั่นใจว่ามีเเผนรองรับที่ชัดเจน ศึกษาให้ถี่ถ้วน ดีกว่าออกมาเเล้วเจอปัญหาทีหลังโดยไม่รู้จะรับมืออย่างไร การเตรียมตัวและหาข้อมูลจึงสำคัญมาก ถ้ามั่นใจว่าทุกอย่างโอเคเเล้ว เเค่ต้องเอาความกลัวออก
ซึ่งสุดท้ายเเล้วมันไม่มีคำว่าพร้อมหรอก ไม่มีใครพร้อมกับอะไรสักอย่างอยู่เเล้ว ไม่ว่าเราจะทำวันนี้ พรุ่งนี้ ยังไงมันก็ไม่พร้อม แต่เราจะทำอย่างไรให้มันออกมาดีที่สุด ณ เวลานั้น”
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /





