บ้านปูฯ กำไรโต 4 เท่า จากราคาถ่านหินที่สูงขึ้น

บ้านปู เผยกำไรปี 2017 เติบโต 4 เท่า สาเหตุมาจากราคาถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้านธุรกิจผลิตไฟฟ้ากำไรเติบโตเพิ่มขึ้น 5% พร้อมตั้งเป้าการขายถ่ายหินเพิ่ม 3.5 ล้านตัน

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2560 ที่ผ่านมาบ้านปูฯ เติบโตได้ตามเป้าหมายจากราคาถ่านหินที่สูงขึ้น รวมถึงธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่ได้มีการขยายการลงทุนไปในสหรัฐฯ เพิ่มอีก 5 แห่ง ส่งผลให้มีกำลังผลิตที่สูงขึ้นและรับรู้กำไรได้มากกว่าปี 2559 ทั้งยังมีการจัดซื้อน้ำมันดีเซลที่ใช้ในเหมืองของบริษัทฯในอินโดนีเซียเพื่อเพิ่มการทำกำไรด้วยต้นทุนที่ต่ำลง”

ภาพรวมปี 2560 บ้านปูฯ มีรายได้จากการขายรวม 97,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,974 ล้านบาทหรือ 27% จากปี 2559 และมีกำไรสุทธิที่ 7,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 เท่าตัวหรือ 398% จากปี 2559 ที่ทำกำไรได้เพียง 1,595 ล้านบาท

เป็นผลมาจากราคาถ่านหินที่เพิ่มสูงขึ้นในราคาเฉลี่ย 80-85 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งมาจากปริมาณการผลิตที่จำกัดของประเทศส่งออกหลัก เช่น ออสเตรเลียและอินโดนีเซีย เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงด้านธุรกิจไฟฟ้าที่มีการขายไฟฟ้าที่สม่ำเสมอ จากการที่โรงไฟฟ้าหงสาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 88 เมกะวัตต์ และ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ  ที่มีลงทุนแหล่งก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมเป็นแหล่งที่ 6 ในบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของแหล่งก๊าซธรรมชาติ Marcellus shale ส่งผลให้ปัจจุบัน บ้านปูฯ เป็นหนึ่งใน 20 บริษัทผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในมลรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา

เป้าหมายการขายถ่านหินในปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่ม 3.5 ล้านตัน แบ่งเป็น ออสเตรเลีย 14.1 ล้านตัน อินโดนีเซีย 26 ล้านตัน และจีน 4.7 ล้านตัน รวม 44.8 ล้านตัน จากเดิม 41.3 ล้านตัน

ขณะเดียวกัน บ้านปูฯ เพาเวอร์ มีรายได้รวม 6,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2559 และสามารถทำกำไร 3,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2559 เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศจีนครบทั้ง 6 แห่งตามแผน จำนวน 659 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม รวมถึงบริหารความเสี่ยงและทำกำไรได้จากยอดขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว

สำหรับการปันผลจากหุ้นของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) จะมีการปันผล 65 สตางค์/หุ้น จ่ายรอบแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 30 สตางค์ และอีก 35 สตางค์จะเริ่มจ่ายในวันที่ 3 เมษายน 2561 และ บริษัท บ้านปู พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) จะมีการปันผล 60 สตางค์/หุ้น โดยจ่ายไปแล้ว 30 สตางค์ และจะมีการจ่ายเพิ่มอีก 30 สตางค์ ในวันที่ 2 เมษายน 2561

กลยุทธ์หลักในปีนี้ บ้านปูจะเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Banpu Greener & Smarter โดยจะขยายฐานการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ สร้างความแข็งแกร่งด้านการเงิน เสริมศักยภาพและความมั่นคงทางธุรกิจ โดยตั้งงบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ไว้ ดังนี้ ธุรกิจแก๊ซ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ, ธุรกิจถ่านหิน 12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ, Power Business 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ ธุรกิจ Infinergy 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ด้านหุ้นกู้ในปีนี้ บ้านปูฯ จะระดมทุนจำนวน 5,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่กำลังหมดไป รวมทั้งนำไปลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ ของบ้านปูต่อไป


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer