จำนวนพนักงานที่ไม่ได้ไปต่อท่ามกลางแผนกู้วิกฤตของ Uber ยังคงเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดบริษัทแรกๆ ที่ผลักดันให้เกิดบริการเรียกแท็กซี่ผ่าน App (Ride Hailing) ประกาศปลดพนักงานรอบใหม่ 435 คน ซึ่งอยู่ในฝ่ายผลิตภัณฑ์และทีมวิศวกร แม้คิดเป็นเพียง 8% ของพนักงานทั้งหมด แต่ก็เป็นการปลดครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือน หลังพนักงานฝ่ายการตลาด 400 คน ต้องตกงาน ตามแผนปรับโครงสร้าง

การปลดพนักงานครั้งนี้ของ Uber เป็นผลสืบเนื่องมาจากไตรมาส 2 ปีนี้ตัวเลขผลประกอบการน่าผิดหวังและขาดทุนถึง 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 161,200 ล้านบาท) เพิ่มจากตัวเลขขาดทุน 1,010 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 31,310 ล้านบาท) ของไตรมาสแรก

โฆษก Uber ยอมรับว่ามีพนักงานจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบแต่ก็จำเป็นต่อการทำให้บริษัทคล่องตัวขึ้น และยังเห็นว่าช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงานด้วย

Uber taxi

โฆษก Uber กล่าวอีกว่า ต้นสังกัดเปลี่ยนจาก Startup ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มาเป็นบริษัทใหญ่มีพนักงานกระจายอยู่ทั่วโลกกว่า 27,000 คน ดังนั้น ทุกคนจึงต้องทำอย่างคล่องตัว ไม่ซ้ำซ้อนกันและเปี่ยมประสิทธิภาพ เพื่อให้ก้าวไปได้เร็วกว่าคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูว่า จากนี้ Uber จะขยับไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นได้หรือไม่ และอย่างไร เพราะแม้เป็นแบรนด์ที่สร้างตลาด Ride Hailing ขึ้นมา เพิ่งเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (IPO) ไปเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา และยังเป็นเบอร์ต้นๆ ในตลาดสหรัฐฯ

Grab Uber

แต่ตลาดในต่างประเทศช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็เสียตำแหน่งผู้นำตลาดให้แบรนด์คู่แข่งที่มาหลังอย่าง Grab และ Didi Chuxing ไปแล้ว/theverge, techcrunch



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer