หากเอ่ยชื่อของ “ธนจิรา” ผู้นำเข้าแบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นจากต่างประเทศ หลายคนคงอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก แต่ถ้าหากเอ่ยชื่อแบรนด์ที่อยู่ในมือของธนจิราแล้วนั้นเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก

เพราะในพอร์ตของธนจิรานั้นมีทั้ง “แพนดอร่า” เครื่องประดับแบรนด์ดังสัญชาติเดนมาร์ก, “แคท คิดสตัน” แบรนด์กระเป๋าจากประเทศอังกฤษ และ “มารีเมกโกะ” แบรนด์แฟชั่นจากประเทศฟินแลนด์

และยังมีแบรนด์ที่เป็นเจ้าของเองอย่าง “ทิลด้า” แบรนด์เครื่องประดับจิวเวลรี่เพชรแท้ รวมถึง “หาญ” (HARNN) แบรนด์บอดี้แคร์ ผลิตภัณฑ์สปาระดับพรีเมียมที่อยู่ในตลาดมาร่วม 20 ปี ที่ล่าสุดซื้อมาจากเจ้าของเดิม ‘วุฒิชัย หาญพานิช’ ด้วยเงินกว่าพันล้านบาท พร้อมเป็นเจ้าของแบบ 100 เปอร์เซ็นต์

เหตุผลที่ ’ธนจิรา’ ซื้อกิจการ ’หาญ’ เข้ามาในพอร์ตนั้น นอกจากจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะผลักดันให้ธนจิราก้าวเป็น Regional Lifestyle Company แบบเต็มตัวที่มีทั้งแฟชั่น จิวเวลรี่ แอคเซสเซอรี่ และผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อสุขภาพแล้ว

“ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล” กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยังระบุว่า

เรายังยืนยันคำเดิมตั้งแต่วันแรกที่เราซื้อหาญเข้ามาอยู่ในพอร์ต เพราะเราต้องการมีแบรนด์ของตัวเอง เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว และเพื่อที่จะบาลานซ์ความเสี่ยงจากการที่เราต้องพึ่งพิงรายได้จากการนำเข้าแบรนด์ต่างประเทศมาทำตลาดเพียงอย่างเดียว”

เพราะฉะนั้นขาข้างหนึ่งคือการนำแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในไทย และขาอีกข้างที่มีความท้าทายคือการปั้น ’แบรนด์ไทย’ อย่าง ‘หาญ’ ให้โตทั้งในประเทศและต่างประเทศ

แล้ว 1 ปี ของ “หาญ” ในมือ ’ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ จากนี้ทิศทางจะเป็นอย่างไร ข้างล่างนี่คือคำตอบ

ธนพงษ์ ระบุว่า ในระยะเวลาตลอดหนึ่งปีที่เข้ามาบริหารแบรนด์นั้น ต้องทำความความเข้าใจแบรนด์ รวมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ของหาญอย่างลึกซึ้ง เพื่อต่อจากนี้จะปั้นแบรนด์ให้เป็น The Alternative Body Care and Skin Care หรือแบรนด์ทางเลือกที่มีความพิเศษสามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้ใช้

โจทย์ใหญ่คือ ต้องทำให้คนไทยรู้จักมากขึ้น และทำตลาดในประเทศให้แข็งแรงก่อน เพราะหากดูสัดส่วนกลุ่มลูกค้าของหาญนั้นเป็นลูกค้าชาวไทยแค่ 5% และเป็นชาวต่างชาติถึง 95%

วิธีการคือใช้จุดแข็งของ “ธนจิรา” มาช่วยในการทำแบรนด์ มาร์เก็ตติ้ง พร้อมทั้งวางโรดแมป 3 ปี (2563-2565)

เฟสแรก (ปี 2563) เดินหน้าขยายตลาดในประเทศไทยให้เพิ่มขึ้น ตั้งเป้าเปิดสาขาในไทยเพิ่มปีละ 4 สาขา จะทำให้หาญมีสาขาในไทยทั้งหมด 42 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 30 สาขา

ส่วนกลุ่มลูกค้าคนไทยจะต้องเพิ่มเป็น 50% และมีกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เป็นกลุ่ม Y-W-N (youth-women-netizens)

เฟสสอง (ปี 2564) เสริมศักยภาพเครือข่ายพันธมิตร และร้านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต

โดยหาญมีสาขาในต่างประเทศ 16 ประเทศ กว่า 40 สาขา

และเฟสสาม (ปี 2565) สร้างความชัดเจนให้กับกลุ่มธุรกิจของ HARNN ทั้ง 3 กลุ่ม (HARNN Retail Store, HARNN Hospitality, HARNN Heritage Spa) ด้วยการปรับโฉมสโตร์ และสร้างการจดจำแบรนด์ให้เป็นแบบเดียวกันทั่วโลก

หลังจากวางโรดแมป 3 ปีแล้ว ภาพใหญ่ที่ธนพงษ์ต้องการคือ สัดส่วนรายได้ของ ’หาญ’ จะขึ้นมาอยู่ที่ 35% มีรายได้ระดับ 800 ล้านบาท และดันรายได้ของทั้งเครือมาแตะที่  2,200 ล้านบาท

โดยในรายได้ 800 ล้านที่หวังไว้แบ่งเป็นจากคนไทย 50% และต่างชาติ 50%

ส่วนจะทำได้หรือไม่นั้นคงต้องติดตาม แต่สำหรับภาพรวมรายได้ในปีนี้ของทั้งเครือธนจิรานั้น “ธนพงษ์” บอกว่าปีนี้เป็นปีแรกที่รายได้ทั้งเครือลดลงในรอบ 9 ปี

จากที่ปีที่ผ่านมามีรายได้ที่ 1,500 ล้านบาท ปีนี้น่าจะอยู่ที่ 1,380 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากสภาพเศรษฐกิจ ที่แม้ลูกค้ายังมีและไม่ไปไหน แต่ก็ยังไม่เลือกตัดสินใจซื้อแบบเมื่อก่อน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer