นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ คือบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทย อันดับที่ 7 จากการจัดอันดับของนิตยสาร ฟอร์บส์  ปี 2562 โดยมีมูลค่าทรัพย์สิน 1.08 แสนล้านบาท

เขาเป็นเจ้าของบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) หรือเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, ช่องทีวีดิจิทัล พีพีทีวี 36 และช่องวัน 31

รวมไปถึงธุรกิจดั้งเดิมยาสมุนไพร ปราสาททองโอสถ ด้วย

ในธุรกิจทั้งหมด รายได้ที่มากที่สุดมาจากธุรกิจโรงพยาบาล เพราะสามารถสร้างรายได้ปี 2561 ถึง 81,097 ล้านบาท เฉพาะครึ่งปีแรก 2562 รายได้พุ่งสูงถึง 48,581 ล้านบาท กำไร 10,304 ล้านบาท

ถ้าเจริญ สิริวัฒนภักดี ใช้เกมไล่ซื้อและควบรวม (M&A) กิจการโรงแรมต่างๆ จนวันนี้รวมพอร์ตโรงแรมทั้งหมดเป็นบริษัท แอสเสทเวิรด์ คอร์ปอเรชั่น เข้าไปโลดแล่นในตลาดหลักทรัพย์

นพ.ปราเสริฐก็ใช้สไตล์ที่ ”เร้าใจ” แบบเดียวกัน แต่เป็นการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการโรงพยาบาลดังๆ มาไว้ในมืออย่างต่อเนื่อง

จากที่เคยมีโรงพยาบาลกรุงเทพแห่งแรกในซอยศูนย์วิจัย เมื่อ 47 ปีก่อน ในเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมามีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมดถึง 48 แห่ง

เฉลี่ยง่ายๆ ทุกปีจะต้องมีโรงพยาบาลใหม่ๆ เข้ามาประดับเครือ 1 แห่ง ไม่ใช่หมอปราเสริฐไม่มีใครทำได้แน่

แม้แต่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นคู่แข่ง ก็มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งถืออยู่ 25% (รองลงมาคือบริษัทกรุงเทพประกันภัยของตระกูลโสภณพนิช 15%)

จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่าปัจจุบัน บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) มีขนาดธุรกิจที่ใหญ่สูงสุดติดอยู่ใน 5 อันดับแรกของโลก โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ระดับ 4.03 แสนล้านบาท

การขึ้นมาติดทอป 5 ของโลก ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จุดแข็งของโรงพยาบาลกรุงเทพนั้นประกอบไปด้วยหลายเรื่อง เช่น

1. การสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลในทุกภาคของประเทศไทย โดยจับกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ C ถึง A+

2. มีตราสัญลักษณ์โรงพยาบาลดังๆ ในมือการันตี เช่น “โรงพยาบาลกรุงเทพ” “โรงพยาบาลสมิติเวช” “โรงพยาบาลบีเอ็นเอช” “โรงพยาบาลพญาไท” และ “โรงพยาบาลเปาโล”

3. ให้บริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุมทุกระดับตั้งแต่เวชศาสตร์ป้องกันไปจนถึงการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนรุนแรงและโรคเฉพาะทาง

4. กำลังพัฒนาโครงการศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร BDMS Wellness Clinic ซึ่งเป็นธุรกิจด้านบริการสุขภาพ เพื่อขยายฐานลูกค้าต่างชาติกลุ่มเมดิคอลทัวริซึ่มที่รัฐบาลกำลังส่งเสริม

5. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยให้ความสำคัญกับเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยและการบริหารจัดการแบบโรงพยาบาลแม่ข่ายและโรงพยาบาลเครือข่าย

มีการตั้งเป้าว่าในปี 2564 จะมีโรงพยาบาลในกลุ่มทั้งหมดเปิดให้บริการครบจำนวน 50 แห่ง

ทิ้งช่วงกับการซื้อและสร้างโรงแรมไปไม่นาน BDMS ยังขยายฐานไปสู่ธุรกิจใหม่ จับมือกับแอคคอร์โฮเทลปรับปรุงพื้นที่เก่าของโรงแรมปาร์คนายเลิศให้กลายเป็น “เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ” แคมปัสด้านสุขภาพที่รวมเอาโรงแรมและคลินิกครบวงจรไว้ด้วยกันแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

และยังมีแผนขยายการลงทุนในหลายพื้นที่ คราวนี้จากซื้อธุรกิจโรงพยาบาล เป็นหลัก คงจะเห็นกลุ่มนี้ไล่ซื้อธุรกิจโรงแรมบ้างเป็นแน่

โดยเน้นธุรกิจ Wellness Spa จับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมทั้งคนไทยและกลุ่มเมดิคอลทัวริซึ่มที่เดินทางเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทย และมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer