ในปีที่ผ่านมา Gourmet Market และ Home Fresh Mart มีรายได้รวมกัน 11,800 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดการณ์รายได้จะเติบโตเพียงเล็กน้อย ด้วยรายได้รวมเพียง 12,000 ล้านบาท

ซึ่งรายได้ที่แทบจะไม่เติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจาก

1. การปิด The Mall งามวงศ์วาน เพื่อปรับปรุงห้างใหม่ ทำให้รายได้ Gourmet ในสาขางามวงศ์วาน ซึ่งเป็นสาขาที่ติด 1 ใน 4 ที่สร้างรายได้หลักให้กับธุรกิจหายไปมากถึง 1.5%

2. การที่ Gourmet Market และ Home Fresh Mart เกือบทั้งหมดจะเปิดสาขาใน The Mall ทำให้ Gourmet มีความท้าทายด้านสาขาที่จำกัด เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเช่น ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีสาขาจำนวนมากกระจายไปตามทำเลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตอาจเลือกไปใช้บริการของคู่แข่ง เพราะเดินทางสะดวก หรือใกล้ที่ทำงาน หรือแหล่งที่อยู่อาศัยมากกว่า

ส่วนปี 2563 ชัยรัตน์ เพชรดากูล ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต เดอะมอลล์ กรุ๊ป วางเป้าหมาย จะพา Gourmet Market และ Home Fresh Mart เติบโต 7-8% หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 12,800-13,000 ล้านบาท

สิ่งที่ทำให้ชัยรัตน์มั่นใจเช่นนั้นมาจากอะไร

 

1. ขยาย Gourmet Market จาก The Mall สู่ Stand Alone มากขึ้น

ความท้าทายที่สำคัญของ Gourmet และ Home Fresh Mart คือการมีจำนวนสาขาที่น้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เนื่องจากที่ผ่านมา Gourmet และ Home Fresh Mart จะฝังตัวอยู่กับห้างเดอะมอลล์เป็นหลัก

สิ่งเหล่านี้เอง ชัยรัตน์จึงมองว่าถ้า Gourmet และ Home Fresh Mart อยากเติบโตอย่างก้าวกระโดด จะต้องขยายสาขาให้มากขึ้น และต้องไม่พึ่งพาการขยายสาขาไปกับเดอะมอลล์ทั้งหมด

เพราะในวันนี้ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อที่ใดที่หนึ่งเฉพาะ ถ้าของขาดเพียงเล็กน้อยซื้อทุกที่ที่สะดวก โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ แต่จะซื้อของทั้งหมดยังคงเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต และการมีสาขาน้อยทำให้สูญเสียลูกค้าให้คู่แข่งไปในที่สุด เพราะการไปซูเปอร์มาร์เก็ตในปัจจุบันผู้บริโภคจะนิยมซูเปอร์มาร์เก็ตที่สะดวกเช่นกัน

นอกจากนี้ ร้านสะดวกซื้อยังมีการปรับตัวขยายสู่โมเดลที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีสินค้าจำหน่ายที่ครบครันมากขึ้น และมีที่จอดรถด้านหน้าเพิ่มความสะดวกสบาย เพื่อดึงผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าประเภท Grocery ให้มาซื้อที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้กว่าแทนซูเปอร์มาร์เก็ต

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทิศทางของ Gourmet และ Home Fresh Mart ในสิ้นปี 2562 และปีต่อๆ ไป คือการขยายสาขาในรูปแบบ Stand Alone ด้วยการเข้าไปตั้ง Gourmet ในแหล่งชุมชน และคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แม้ว่า Gourmet จะเริ่ม บุก Stand Alone ช้ากว่าคู่แข่งอย่างท็อปส์ และมีจำนวนสาขาที่ตามหลังอยู่มากก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในการสร้างรายได้กลับมา พร้อมการขยายฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

สิ้นปีนี้ชัยรัตน์ได้เปิด Gourmet ที่เป็น Stand Alone เพิ่ม 3 สาขา

โดย 3 สาขาที่ว่านี้ประกอบด้วย

 

Design Village พุทธมณฑลสาย 2 เปิดให้บริการ 9 ธันวาคม 2562 และคาดการณ์เป้ายอดขาย 300 ล้านบาท/ปี

โดยสาขานี้ใช้งบลงทุนกว่า 70 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 2,700 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในสาขา Stand Alone ทั้งหมดของ Gourmet Market จากการมองเห็นโอกาสของย่านพุทธมณฑล ซึ่งถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพแห่งกรุงเทพตะวันตก มีการขยายตัวของเมือง

ในระยะ 10 กิโลเมตรจากโครงการมีหมู่บ้านขนาดใหญ่, ที่พักอาศัยและหมู่บ้านระดับไฮเอนด์กว่า 37 หมู่บ้าน รวมกว่า 15,000 ครัวเรือน และกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในย่านนี้เป็นย่านที่มีกำลังซื้อ และมองหาไลฟ์สไตล์ที่ดีและมีคุณภาพ และในย่านนี้ยังไม่มีห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมเปิดให้บริการมากนัก  

 

People Park อ่อนนุช เปิดให้บริการวันที่ 19 ธันวาคม 2562 คาดการณ์เป้ายอดขาย 200 ล้านบาท/ปี

Gourmet Market People Park อ่อนนุช ใช้งบลงทุนกว่า 60 ล้านบาท บนพื้นที่ 1,600 ตารางเมตร ตั้งอยู่ภายในคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่มีคอนโดมิเนียมหลายแห่งรอบโครงการ รวมถึงมีโรงเรียนนานาชาติอย่าง BANGKOK PREP อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

 

และในโครงการ I’m Chinatown ผ่าน Platform Gourmet Thai เปิด 29 พฤศจิกายน  2562 คาดการณ์เป้ายอดขาย 50 ล้านบาท/ปี

Gourmet Thai ที่โครงการ I’m Chinatown เป็นสโตร์นำร่องในรูปแบบ Stand Alone สาขาแรก ซึ่งใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านบาท บนพื้นที่ 140 ตารางเมตร โดยมองเห็นโอกาสด้านทำเลที่ตั้งของโครงการฯ ซึ่งอยู่ใจกลางแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ คือ เยาวราช นับเป็น Tourist Attraction ที่คับคั่งไปด้วยชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะชาวจีน และติดกับสถานีรถไฟฟ้าวัดมังกร

และ I’m Chinatown ยังมีส่วนที่เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวแห่งเดียวของไชน่าทาวน์ ซึ่งคาดว่า Gourmet Thai จะสามารถดึงกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวที่จะมาซื้อของฝากก่อนเดินทางกลับได้ กลุ่มเป้าหมายหลักของ กูร์เมต์ ไทย จึงเป็นนักท่องเที่ยว 70% และชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวอีก 30%

เปิดสาขาครบทั้ง 3 สาขาในสิ้นปี 2562 Gourmet และ Home Fresh Mart จะมีสาขารวมกันทั้งสิ้น 19 สาขา

แบ่งเป็นสาขาที่อยู่ในศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ 10 สาขา และอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นคอมมูนิตี้มอลล์และ Stand Alone 9 สาขา

ซึ่ง 9 สาขานี้ประกอบด้วยแพลตฟอร์ม Gourmet Market 4 สาขา

Gourmet to Go 1 สาขา

และ Gourmet Thai 2 สาขา

ส่วนปีต่อๆ ไป เปิดสาขาที่เป็น Stand Alone ในแพลตฟอร์มต่างๆ ร่วมกัน เพิ่มให้ได้ปีละ 5 สาขาในทุกๆ ปี โดยยังคงเน้นไปยังสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมดเนื่องจากต้นทุนด้านการขนส่ง

นอกจากนี้ การขยายสาขาของ Gourmet ไปยัง Stand Alone นอกจากจะพา Gourmet ไปใกล้ลูกค้ามากขึ้นแล้ว ชัยรัตน์ยังให้ข้อมูลกับเราว่าสาขา Stand Alone ยังเป็นสาขาที่สามารถสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจมากกว่าสาขาในศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์อีกด้วย

 

2. Gourmet ไม่ได้มีแค่ Platform Market

จากข้อมูลที่กล่าวมาเบื้องต้นจะพบว่าภายใต้ชื่อ Gourmet จะมีการแบ่ง Platform ออกมาเป็น 3 Platform ได้แก่

Gourmet Market ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ให้บริการกว่า 1,000 ตร.ม.

Gourmet to Go เป็นรูปแบบฟู้ดคอนวีเนียนที่มีพื้นที่ให้บริการ 100-200 ตร.ม. เน้นจำหน่ายอาหารสำหรับรับประทานเป็นหลัก โดย Gourmet to Go มีเพียงสาขาเดียวอยู่ที่ MRT ลาดพร้าว และเป็นโมเดลที่ยังมีรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายมากนัก เนื่องจากจำนวนสาขาในปัจจุบันมีเพียง 1 สาขาเท่านั้น ทำให้การรับรู้ของผู้บริโภคจึงมีจำกัด

และชัยรัตน์มีแนวคิดในการต่อยอด Gourmet to Go ไปยังทำเลอื่นๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลและแหล่งออฟฟิศสำนักงาน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มที่ต้องการซื้ออาหารมารับประทานในรูปแบบ Grab & Go

และ Gourmet Thai เป็น Platform ที่จำหน่ายสินค้าโอท็อปเพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

ซึ่งในปัจจุบัน Gourmet Thai มี 2 สาขา ได้แก่ สาขาดอนเมืองในพื้นที่ของ The Mall Sky Port บริเวณฝั่งขาออกระหว่างประเทศ ซึ่งสาขานี้ถือว่าเป็นสาขานอกศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ จากการที่เดอะมอลล์ได้เข้าไปเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ของสนามบินดอนเมือง และสาขานี้สามารถสร้างยอดขายเฉลี่ยเดือนละ 10 ล้านบาท และล่าสุด Gourmet Thai I’m Chinatown

การที่ Gourmet ได้มีการแตกแขนงไปหลายแพลตฟอร์ม มาจากแนวคิดในการเจาะกลุ่มลูกค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความแตกต่างกันไป และทำให้ Gourmet สามารถขยายกลุ่มลูกค้าไปยังลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้น

3. เปลี่ยนแบรนด์ Home Fresh Mart สู่ Gourmet Market ทั้งหมด ยกระดับภาพลักษณ์และง่ายต่อการสื่อสาร

นอกจากนี้ ชัยรัตน์ยังมีการปรับแบรนด์ Home Fresh Mart ที่ในปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 2 แห่ง คือ เดอะมอลล์ท่าพระ และเดอะมอลล์รามคำแหงเป็น Gourmet Market ทั้งหมด ซึ่งการปรับ Home Fresh Mart สู่ Gourmet Market จะเป็นการปรับไปพร้อมกับการรีโนเวตห้างและศูนย์การค้าของเดอะมอลล์ในแต่ละแห่ง

เพราะภาพลักษณ์ของ Gourmet Market ในมุมมองของผู้บริโภคจะเน้นไปยังอาหารสดที่มีคุณภาพ มีให้ทดลองชิมก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อสร้างโอกาสในการตัดสินใจ และยังเป็นการสร้างความแตกต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆ และเป็นการเพิ่มความถี่ให้กับลูกค้าเข้ามาใช้บริการใน Gourmet บ่อยขึ้น เนื่องจากอาหารสดมีอายุที่สั้นกว่าอาหารประเภทอื่นๆ

ส่วนสินค้าทั่วไปจะเน้นการทำโปรโมชั่นเดือนละ 2 ครั้ง ตามความถี่ของลูกค้าที่นิยมเข้ามาจับจ่ายใน Gourmet เฉลี่ยเดือนละ 2.5 ครั้ง และเมื่อลูกค้าเข้ามาเจอโปรโมชั่นที่เปลี่ยนอยู่เสมอโอกาสในการซื้อสินค้าที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อจะมีมากขึ้น

 

4. ยังคงให้ความสำคัญกับ Dine In, The Dock Seafood Bar

ที่ผ่านมา Gourmet ได้เปิดบริการ Dine In, The Dock Seafood Bar บาร์ปรุงอาหาร เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้ออาหารสดใน Gourmet มาให้เชฟปรุงเป็นอาหารพร้อมรับประทาน ที่สามารถเสริฟใส่จานนั่งรับประทานได้ใน Gourmet หรือนำกลับบ้าน

การที่ Gourmet เปิดให้บริการ Dine In, The Dock Seafood Bar ทำให้สร้างยอดจำหน่ายอาหารสดประเภทเนื้อและซีฟู้ดได้มากขึ้นกว่าเดิม 1 เท่า และเป็นการสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการเดินเลือกซื้อสินค้าเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วๆ ไป

ในปัจจุบัน Dine In, The Dock Seafood Bar มีสาขาอยู่ใน Gourmet Market ทั้งสิ้น 7 แห่ง

 

5. ปรับปรุงระบบหลังบ้านใหม่ ต่อยอดสู่อีคอมเมิร์ซ

ที่ผ่านมา Gourmet Market ได้จับมือกับ Happy Fresh Mart ให้บริการซื้อสินค้าใน Gourmet Market ผ่านออนไลน์

ซึ่งการจับมือกับ Happy Fresh Mart แม้จะทำให้ Gourmet Market สามารถสร้างยอดจำหน่ายได้เพิ่มขึ้น แต่ Pain Point ในการจับมือครั้งนี้คือ Gourmet Market ไม่มีดาต้าเบสของลูกค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ที่สามารถนำไปศึกษาข้อมูลผู้บริโภคได้

ซึ่งในปีนี้เดอะมอลล์มีการรื้อระบบหลังบ้านใหม่ เพื่อเชื่อมโยงดาต้าเบสกับฐานลูกค้าผ่านบัตร M Card และ SCB M ที่มีทั้งสิ้น 4 ล้านคน และปลั๊กอินไปกับบริการใหม่ๆ ที่จะให้บริการในอนาคต อย่างเช่นอีคอมเมิร์ซ ได้

ซึ่งการปรับปรุงระบบใหม่ของเดอะมอลล์คาดการณ์ว่าแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์แบบในปีหน้า และเมื่อระบบพร้อมให้บริการ Gourmet จะนำระบบนี้มาใช้กับการขายสินค้าในรูปแบบอีคอมเมิร์ซ เพราะเก็บข้อมูลลูกค้าที่ลงลึกขึ้นกว่าเดิม

 

Marketeer FYI

ไม่รวมตลาดสด



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer