หากพูดถึงสถาบันการศึกษาด้านการแพทย์ในประเทศไทยที่เป็นกลไกสำคัญในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์เพื่อขับเคลื่อนให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลติดอยู่ในทำเนียบอันหนึ่ง ด้วยความเป็นเลิศในการพัฒนาหลักสูตรที่เข้มข้น การศึกษาการวิจัยเชิงลึก เพื่อบ่มเพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านเทคนิคและด้านที่ไม่ใช่เทคนิค ถือเป็นหัวใจสำคัญของงานการศึกษาหลังปริญญา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มาตลอดระยะเวลามากกว่าครึ่งศตวรรษ

วันนี้มีโอกาสพูดคุยกับ รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.ถาวรชัย ลิ้มจินตาพร รองคณบดีฝ่ายการศึกษาหลังปริญญา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ท่ามกลางการเดินทางของโรคที่ไร้ขอบเขตและการอุบัติของโรคแปลกใหม่ ได้ให้มุมมองว่า เป็นเรื่องสำคัญมากที่โรงเรียนแพทย์ต้องพัฒนาและสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบัน เชื่อมโยงความรู้ให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อการรักษาที่ดียิ่งขึ้น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางยังคงเป็นที่ต้องการ

จากผลการวิจัยเรื่อง ความต้องการกำลังคนด้านสุขภาพของระบบการให้บริการสุขภาพระดับทุติยภูมิและตติยภูมิในประเทศไทย ของศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณนารุโณทัย และ ดร.พุดตาน พันธุเณร ระบุว่า เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นที่มีความจำเป็นมาก เนื่องจากทิศทางของสังคมไทยกำลังเข้าสู่ “สังคมสูงอายุ” จึงมีอัตราของผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งต้องการบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนั้น ชุมชนท้องถิ่นยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ผู้ป่วยเรื้อรังและโรคอุบัติใหม่มากขึ้น จำนวนแพทย์เฉพาะทางที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ

“มีการคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าแพทย์เฉพาะทางบางสาขาอาจไม่เพียงพอ ด้วยการเข้าสู่สังคมสูงอายุ การเกิดโรคใหม่ รวมถึงแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวก็จะจำเป็นมากขึ้น ขณะเดียวกันในวงการสาธารณสุขยังอาจมีปัญหาสมองไหลไปยังโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มขึ้น โดยสรุปแล้วแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางยังมีความต้องการอยู่ โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุและโรคอุบัติใหม่”

เมื่อความต้องการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละสาขาก็ขึ้นอยู่กับยุคสมัยสภาพแวดล้อมสังคมที่เปลี่ยนไป โรงเรียนแพทย์เองก็ต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาหลักสูตรด้วยเช่นกัน

“องค์ความรู้ในยุคนี้มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ หากไม่มีความต้องการแพทย์บางสาขาหรือมีเพียงพอแล้วในหลักสูตรการเรียนการสอนสาขานั้นๆ อาจจะหายไป สำหรับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเองมีการเคลื่อนไหวพัฒนาหลักสูตรอยู่ตลอด และมีการเปิดหลักสูตรใหม่อย่างต่อเนื่อง”

“การผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 1 ท่าน ใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่สำหรับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเรามีทั้งระบบ ทั้งการเรียนแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรแพทย์เฉพาะทางในหลากหลายสาขา โดยปัจจุบันเราเปิดฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านในสาขาวิชาต่างๆ รวมทั้งสาขาวิชาต่อยอด รวมทั้งสิ้น 133 สาขา คือ หลักสูตรแพทย์ประจำบ้านเพื่อเป็นแพทย์เฉพาะทาง (Resident Training Program) จำนวน 28 หลักสูตร, หลักสูตรแพทย์ประจำบ้านต่อยอดอนุสาขา (Sub-Specialty Training) จำนวน 50 หลักสูตร และหลักสูตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Fellowship Training Program) จำนวน 55 หลักสูตร มีแพทย์รวมทั้ง 3 ระดับการศึกษาที่เข้าฝึกอบรมทั้งหมด 1,249 คน”

พลิกโฉมโรงเรียนแพทย์สู่ความร่วมมือระหว่างสถาบัน

ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีแนวคิดการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่น่าสนใจคือ 70% ป้อนบุคลากรทางการแพทย์เพื่อให้กลับไปรักษาคนและช่วยเหลือสังคม ส่วนอีก 30% เพื่อพัฒนาศักยภาพไปสู่การเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ และวิจัยภายใต้หลักการสร้างแพทย์คุณภาพเป็นเลิศ มีจริยธรรม คุณธรรม และศีลธรรมที่ดี

“เราผลิตแพทย์ทั้งเพื่อเป็นแพทย์รักษาและแพทย์ที่พัฒนาเป็นอาจารย์แพทย์ ขณะเดียวกันเราก็อยากสร้างแพทย์ที่นอกจากจะผ่าตัดเก่งแล้วยังมีความรู้ด้านการวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการรักษาให้กับโลก เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเรื่องนี้ให้มากที่สุด เราจึงมี หลักสูตรปริญญาเอกนานาชาติแบบ Double Degree ที่ได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศในหลากหลายสาขาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ซึ่งผู้เรียนจะได้รับใบปริญญาจาก 2 มหาวิทยาลัย คือ มหิดล และมหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการ และหลักสูตรปริญญาเอกนานาชาติแบบ Joint Degree หลักสูตรใหม่ที่จะเปิดรับในปี 2563 โดยความร่วมมือกับสถาบันต่างประเทศ เป็นหลักสูตรที่จะช่วยสนับสนุนผลงานวิจัยของทางคณะฯ เพราะนักศึกษาทุกคนจบแล้วได้วุฒิปริญญาเอก Ph.D. ที่ประทับตรา 2 มหาวิทยาลัย ปัจจุบันศิริราชได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Glasgow University ประเทศอังกฤษในหลักสูตร Ph.D. in Biomedical Sciences (ชีวเวชศาสตร์) และ มหาวิทยาลัย Tokyo Medical and Dental University ในหลักสูตร Ph.D. in Medical Sciences (วิทยาศาสตร์การแพทย์) ซึ่งในหลักสูตรกับญี่ปุ่น แพทย์ที่เข้าร่วมโครงการจะมีโอกาสในการร่วมการรักษาผู้ป่วยทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น”

องค์กรผลิตแพทย์ที่ยึดหลักพระราชดำรัส

“เราผลิตแพทย์ ผลิตครูแพทย์ ในขณะเดียวกันเราไม่ได้เน้นแต่เรื่องความรู้อย่างเดียว เรายึดพระราชดำรัสของ สมเด็จพระบรมราชชนก ที่ว่า ‘ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ’ ดังนั้นในทุกๆ ขั้นตอนการสรรสร้างบ่มเพาะบัณฑิตแพทย์มานั้นเราจะเน้นเรื่องความรู้คู่กับความดีเสมอ พยายามปลูกฝังให้เขาคิดถึงคนอื่นผ่านการเรียนวิชาจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ ปลุกความดีของเขาขึ้นมา หรือตั้งแต่เป็นนักเรียนแพทย์เราสอนวิธีสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย คุยอย่างไร เล่าอย่างไร ฟังอย่างไร แพทย์ทุกคนจะเรียนรู้เรื่องการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร หรือการแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้จำเป็นไม่แพ้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค และเราพยายามเสริมเข้าไปในหลักสูตร”

“ไม่ใช่แค่เก่งด้านเทคนิคอย่างเดียวด้านที่ไม่ใช่เทคนิคก็ต้องเก่งด้วย และท้ายที่สุดคือการเป็นแพทย์เห็นค่าความเป็นมนุษย์ที่เท่ากัน” รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.ถาวรชัย กล่าวทิ้งท้าย

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sirirajgrad.com/ หรือสอบถามที่โทร. 02-419-6405-6

เร็วๆ นี้ กำลังจะมี “Siriraj Education Expo 2020”

ภายในงานพบกับการศึกษายุค 4.0 ของศิริราช Showcase ผลงานที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล

รวมถึงการพูดคุยกับหมอยุคใหม่ ถามตอบสิ่งที่อยากรู้ และอื่นๆ อีกมากมาย

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมงานได้ ในวันที่ 18-19 มกราคม 2563 ณ บริเวณชั้น 1 สยามพารากอน

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer