เชฟ อลัง ดูคาส เชฟชื่อดังระดับตำนาน เจ้าของรางวัลการันตีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งของโลก และเป็นเมนเทอร์ผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่เชฟระดับมิชลินสตาร์ทั่วโลกมาแล้วมากมายหลายสิบคน วันนี้ เปิดภัตตาคารภายใต้ชื่อของตนเองแห่งแรกในกรุงเทพฯ ณ ชั้น 1 อคอนลักซ์, ไอคอนสยาม ภายหลังจากจัดงานเลี้ยงสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับแขกคนสำคัญ

เชฟ อลัง ดูคาส กล่าวว่า  “‘Blue  by  Alain  Ducasse’  มีความพิเศษและอัตลักษณ์อันโดดเด่นทื่จะสร้างความแตกต่างให้กับกรุงเทพฯ  ด้วยการนำเสนอเมนูอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ผมรังสรรค์ขึ้นด้วยตนเอง  โดยใช้วัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ให้ทุกคนได้ลิ้มรสชาติอาหารที่สุดพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศการจัดตกแต่งร้านอันวิจิตร พร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งทั้งหมดนี้จะมอบประสบการณ์อันแสนตราตรึงให้กับทุกคน” 

“Blue  by  Alain  Ducasse ไม่ใช่ภัตตาคารที่เป็นทางการมากจนเกินไป แม้ว่าจะมีความพิเศษสุด แต่ก็พร้อมให้การต้อนรับทุกๆ  คน และเป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถมาผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์เหนือระดับ เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแสนพิเศษ ทัศนียภาพอันงดงาม และที่สุดของบริการ ไวน์ชั้นเยี่ยม และอาหารเลิศรส” เชฟ อลัง ดูคาส กล่าว

Blue  by  Alain  Ducasse  ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยเงินลงทุนมากถึง  240  ล้านบาทซึ่งเป็นจำนวนที่มากเป็นประวัติการณ์ และคาดว่าช่วยยกระดับสถานะความแข็งแกร่งของกรุงเทพมหานคร ในฐานะจุดหมายปลายทางที่เป็นสวรรค์ของสุนทรียะแห่งอาหารเลิศรส  (Gastronomic Destination) ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ ไอคอนสยาม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามคือจุดหมายปลายทางที่รวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกัน โดยในปัจจุบันไม่มีเชฟคนใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า อลัง ดูคาส ซึ่งเป็นผู้ที่ครอบครองมิชลินสตาร์จำนวนมากที่สุดในโลก เหนือกว่าเชฟทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น การเปิดภัตตาคาร  Blue  by  Alain  Ducasse  จึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการทำตามคำมั่นสัญญาที่ไอคอนสยามได้ให้ไว้กับประเทศไทย  โดยการเปิดภัตตาคารแห่งนี้นอกจากจะเป็นการนำอีกหนึ่งที่สุดแห่งประสบการณ์อาหารเลิศรสมายังกรุงเทพฯ แล้ว  ยังช่วยยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในเมืองชั้นนำของโลก ที่เป็นจุดหมายปลายทางที่มอบสุดยอดประสบการณ์ให้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือนทุกคน เช่นเดียวกับในมอนติคาร์โล ปารีส และลอนดอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ของเชฟ  อลัง  ดูคาส  รวมทั้งในโตเกียว  ฮ่องกง  และสิงคโปร์”

นางชฎาทิพกล่าวว่า  “ภัตตาคาร  Blue  by  Alain  Ducasse  จะช่วยส่งเสริมภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจ เช่น โรงแรมระดับไฮเอนด์หลายแห่งในกรุงเทพฯ ที่จะมีตัวเลือกด้านประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับไฟน์ไดนนิ่งเพิ่มขึ้นสำหรับแขกที่มาเข้าพัก  นอกจากนั้น  ภัตตาคารแห่งนี้จะช่วยขับเคลื่อนแม่น้ำเจ้าพระยาบนเวทีระดับนานาชาติ ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกแห่งใหม่ที่ดึงดูดผู้มาเยือนที่เป็นกลุ่มผู้นำทางความคิดเป็นจำนวนมากขึ้นให้มาชื่นชมความงดงามของแม่น้ำสายสำคัญนี้”

มร.วิลฟริด ฮ็อคเกต เอ็กเซกคิวทีฟ เชฟ ของ Blue  by  Alain  Ducasse คือเชฟผู้มีประสบการณ์การทำงานในภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก็คือร้าน ‘Le  Louis  XV  by  Alain  Ducasse’ ภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์  3 ดวง  ที่โรงแรม Hotel de Paris Monte Carlo โดย  มร.วิลฟริดเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานรวมกว่า 20 ปี และเกือบทั้งหมดอยู่ในภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์

ภัตตาคาร  Blue  by  Alain  Ducasse จะเปิดบริการสำหรับประชาชนทั่วไปตั้งแต่วันที่  2  ธันวาคม 2562  นี้ เป็นต้นไป โดยเริ่มที่  opening  menu  ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล

  • เมนูเรียกน้ำย่อย ได้แก่  ‘หอยเชลล์จากฮอกไกโด  เสิร์ฟพร้อมเฮิร์บ ผักสลัด และน้ำสลัดทรัฟเฟิล’ (1,150 บาท++)  ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเฮิร์บและสลัดที่สะท้อนแนวรสนิยมของลูกค้าชาวไทย  ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น  เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างผลิตผลที่ดีที่สุดของไทยและของโลก โดยคัดสรรหอยเชลล์จากฮอกไกโด ผักสดนำเข้าตามฤดูกาลเพื่อมาเติมเต็มรสชาติให้กับผักสดที่ปลูกในฟาร์มแบบออร์แกนิกในประเทศไทย ส่วนเฮิร์บจะนำมาทำเป็นเครื่องปรุงไว้ตรงกลาง เสริมรสชาติด้วยพาเมซานชีส แอนโชวี่ น้ำมันมะกอก พริก Espelette จากฝรั่งเศส กระเทียมย่าง และทรัฟเฟิลดำ และเพิ่มเติมความละเมียดของรสชาติสลัดด้วยน้ำสลัดทรัฟเฟิลดำ เมนูจานนี้มีความสมดุลของความสดชื่น รสอ่อนๆ ของสลัด และเครื่องปรุงรสที่มีความจัดจ้าน ซึ่งมาช่วยเสริมรสชาติให้กับความหวานของหอยเชลล์ได้เป็นอย่างดี” มร. วิลฟริดกล่าว
  • อีกหนึ่งเมนูเรียกน้ำย่อยที่น่าลิ้มลอง คือ ‘เนื้อปู เสิร์ฟพร้อมวุ้นน้ำมะเขือเทศและคาเวียร์ทอง’ (1,950  บาท++) ใช้มะเขือเทศ 3 ชนิด พร้อมด้วยวุ้นน้ำมะเขือเทศที่ใช้เวลาในการทำนานกว่า 12 ชั่วโมง มีกลิ่นหอมชวนรับประทาน เคล้าเครื่องเทศและพริก ประดับด้วยไข่ปลาคาเวียร์ทองอันเลอค่าที่คัดสรรมาเพื่อภัตตาคารภายใต้ชื่ออลัง ดูคาส  มร.วิลฟริด กล่าว
  • สำหรับอาหารจานหลักหลายรายการ มร.วิลฟริด เลือกนำเสนอ ‘ล็อบสเตอร์ย่าง กะหล่ำปลีซาวอย และแอปเปิ้ลกาล่า’  (2,250 บาท++)

“อาหารจานนี้เป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของสิ่งที่เราทำ นั่นคือ เรานำสูตรอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมมาปรับให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น  เรานำเสนอล็อบสเตอร์ย่างที่ผ่านการทำให้สุกในน้ำก่อนแล้วจึงนำมาย่างด้วยไฟอ่อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับซอส Homardine เบาๆ  ซึ่งจะเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวไทย โดยมีส่วนผสมของน้ำแอปเปิ้ลเล็กน้อยที่ให้ความสดชื่นกำลังดี ในขณะที่เนื้อของล็อบสเตอร์จะช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ครบทุกมิติ และเมนูนี้ เรานำเข้ากะหล่ำปลีซาวอยซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมาก เนื่องจากเป็นไฮไลต์สำคัญที่มีเฉพาะฤดูกาลเพียงไม่กี่เดือนในช่วงฤดูหนาวที่ประเทศฝรั่งเศส” มร.วิลฟริด กล่าว

มร.อเล็กซ์ คัฟลีย์ ผู้จัดการทั่วไปของ Blue by Alain Ducasse กล่าวว่า  “พนักงานบริการทุกคนมีบทบาทสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับทุกด้านตามแบบฉบับของ อลัง ดูคาส โดยมีความมุ่งมั่นในความสมบูรณ์แบบและมีทัศนคติที่เป็นเลิศ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามาใช้บริการที่ Blue by Alain  Ducasse ทุกคนจะได้รับความพึงพอใจและประทับใจอยู่เสมอ ซึ่งเป็นส่วนผสมหนึ่งที่สำคัญที่สุดในสูตรลับสู่ของความสำเร็จของเรา”

ก่อนหน้านี้ มร.อเล็กซ์ เป็นผู้ดูแลการเปิดภัตตาคาร  ‘Alain  Ducasse  at  Morpheus’  ในมาเก๊า  ซึ่งได้รับดาวมิชลินสตาร์  2  ดวงตั้งแต่ปีแรกที่เปิดให้บริการ

Blue by Alain Ducasse มาพร้อมกับที่สุดของงานตกแต่งภายในที่รังสรรค์ขึ้นภายใต้ความเชื่อของเชฟ อลัง ดูคาส ซึ่งเชื่อมั่นในการสร้างประสบการณ์อย่างรอบด้านให้กับลูกค้า โดยเป็นผลงานการออกแบบของ  Jouin-Manku  ซึ่งเป็นดีไซน์สตูดิโอชั้นนำด้านการออกแบบพื้นที่จากกรุงปารีส  นำโดย  ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส  Patrick  Jouin  และสถาปนิกชาวแคนาดา  Sanjit  Manku  เป็นผู้รับผิดชอบการออกแบบให้กับภัตตาคารระดับ  3  มิชลินสตาร์ทุกแห่งของอลัง  ดูคาส โดย Blue by Alain Ducasse  มีบรรยากาศและการตกแต่งที่วิจิตรหรูหราแต่ไม่เป็นทางการจนเกินไป ด้วยสีน้ำเงิน ทอง  ครีม และไม้ธรรมชาติเป็นธีมหลัก มอบความรู้สึกสบายและผ่อนคลายให้แก่ลูกค้าผู้มาใช้บริการ

ลูกค้าผู้มาใช้บริการ  จะได้รับการต้อนรับเข้าสู่โถงผนังไม้ ที่สามารถมองผ่านเข้าไปถึงเลานจ์ที่โอบล้อมด้วยต้นวอลนัตและประทีปทองเหลือง  ปลุกเร้าความสนใจใคร่รู้ให้ลูกค้าอยากเห็นพื้นที่ด้านใน โดยเลานจ์แห่งนี้จะเป็นพื้นที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว  ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากอุทยานสไตล์  ‘bosquets’ ในพระราชวังแวร์ซายส์  รองรับได้ 24 ที่นั่ง เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา  11.00 น. เป็นต้นไป เสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่างตลอดทั้งวัน  รวมทั้งมีชายามบ่ายไว้ให้บริการ

เมื่อเข้าไปด้านใน  ลูกค้าผู้มาใช้บริการจะเริ่มเห็นพื้นที่หลักของภัตตาคารสำหรับรับประทานอาหาร ซึ่งอยู่ภายใต้โคมระย้าอันงามสง่าด้วยพื้นผิวที่เป็นรอยจีบสีครีม ยึดไว้กับเพดานไม้ ส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับ  ขับกับผนังสีน้ำเงินรอยัลบลูที่หรูหราเลอค่า  พร้อมกับกระจกหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานเปิดรับทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพมหานคร พื้นที่ส่วนนี้ยังมีห้องส่วนตัวอีก 2 ห้อง เปิดให้บริการทุกวันสำหรับอาหารกลางวันตั้งแต่ 12.00 น. ถึง 14.00 น. และอาหารค่ำตั้งแต่ 18.30 น. โดยปิดรับออเดอร์สุดท้ายเวลา 21.00  น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  02-005-9412  หรือ  enquiries@blue-alainducasse.com