อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ยิ้มรับยอดรวมปี 2019 ปิดยอด 1,800 ล้านบาท ตามเป้าที่ตั้งไว้ โตขึ้นจากปีที่แล้ว 13% เผยภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ปีนี้ลดลงเนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจ โดย 3 กลุ่มธุรกิจหลักของอินเด็กซ์ฯ คือ 1. กลุ่มครีเอทีฟ บิสสิเนส ดีเวลลอปเม้นท์ (Creative Business Development) โต 119% 2. กลุ่มมาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส (Marketing Service) ลดลง 6% และ 3. กลุ่มโอน-โปรเจกต์ (Own-Project) โต 65% เมื่อเทียบกับปี 2018 พร้อมลุยกลุ่มตลาดเอเชีย และตลาดตะวันออกกลางทั้งปี 2020 อย่างต่อเนื่อง
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน บริษัท ครีเอทีฟ อีเวนต์ อันดับ 7 ของโลก (จัดอันดับโดยนิตยสาร สเปเชียล อีเวนต์ แม็กกาซีน ประเทศสหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า “เนื่องด้วยธุรกิจอีเวนต์เป็นธุรกิจที่มีหลายปัจจัยหลักเป็นตัวกำหนด ทั้งเรื่องเหตุการณ์การเมือง หรือภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องปรับตัว ซึ่งอินเด็กซ์ฯ ได้มีการวางแผนและปรับตัวทั้งในเรื่องของธุรกิจ ให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ต่างๆ โดยได้เดินหน้าพัฒนาธุรกิจ Own Project ให้หลากหลายตรงตามกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ผลประกอบการปี 2562 ผ่านฉลุย ปิดยอดได้ตามเป้า ซึ่งปิดยอดอยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ 1. กลุ่มครีเอทีฟ บิสสิเนส ดีเวลลอปเมนต์ (Creative Business Development) โต 119% 2. กลุ่มมาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส (Marketing Service) ลดลง 6% และ 3. กลุ่มโอน-โปรเจกต์ (Own-Project) โต 65% เมื่อเทียบกับปี 2018”

“โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจกลุ่มโอน-โปรเจกต์ (Own-Project) ไลฟ์สไตล์ เทรดแฟร์ ที่ได้ให้น้ำหนัก และได้วางกลยุทธ์การขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศมานานกว่า 7 ปี ทำให้สัดส่วนในการขยายธุรกิจเพิ่มเป็นเท่าตัว หรือประมาณ 1 ใน 3 ของกลุ่มอีเวนต์ มาร์เก็ตติ้ง หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากการยกโมเดลธุรกิจในประเทศไทยไปใช้ในประเทศเมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งในปี 2020 อินเด็กซ์ฯ ได้เพิ่มเทรดแฟร์ในกัมพูชาจากเดิมประจำที่ครอบคลุม กลุ่มอุตสาหกรรมทั้งหมด 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมก่อสร้างและตกแต่งภายใน อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมค้าปลีก และอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพ โดยจะแบ่งเป็น 5 งานคือ งานแคมโบเดีย อาร์คิเทค แอนด์ เดคอว์ 2020 (Cambodia Architect & Décor 2020) งานแคมโบเดียเฮลท์ แอนด์ บิวตี้ 2020 (Cambodia Health & Beauty Expo) ที่จะจัดระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายน 2020 และในประเทศเมียนมากับงานเมียนมา ฟู้ดเบฟ 2020 (Myanmar FoodBev 2020) งานเมียนมา รีเทล ซอสซิง เอ็กซ์โป 2020 (Myanmar Retail Sourcing Expo 2020) จัดระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2020 และงานเมียนมา บิวท์ แอนด์ เดคคอว์ 2020 (Myanmar Build & Décor 2020) จัดระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม 2020 ซึ่งในประเทศไทยยังมีงานแบงคอกบิวตี้โชว์ 2020 (Bangkok Beauty Show 2020) ที่จัดระหว่าง วันที่ 16-18 กรกฎาคม 2563 ณ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ซึ่งจัดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถือเป็นการสร้างโอกาส และเจาะตลาดใหม่ๆ”

“ทั้งนี้แผนในปี 2020 ของบริษัท มุ่งโฟกัสธุรกิจไปที่การขยายฐานในงานประเภท Own Project เตรียมส่งโปรเจกต์สร้างสรรค์ที่สร้างความสดและใหม่ให้กับวงการทันที ด้วยพื้นฐานหลักของความคิดสร้างสรรค์ เพื่อต่อยอดงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างครบวงจร อย่าง KILORUN 2020 ที่มีทั้งหมด 4 ที่ ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต กรุงเทพมหานคร โอซาก้า และสิงคโปร์ ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 คาดการณ์จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ในกลุ่มโอน-โปรเจกต์ (Own-Project) สูงถึง 100% และมุ่งเจาะกลุ่มไปในกลุ่มเอเชีย (ASIA) และตะวันออกกลาง (MIDDLE EAST) อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด อินเด็กซ์ได้บิดดิ้งงานชนะบริษัทอีเวนต์ 9 ประเทศทั่วโลก กับงาน “Qatar the Glory Operetta” ที่มีงบลงทุนกว่า 150 ล้านบาท”
“และยังเป็นการตอกย้ำว่า อินเด็กซ์ฯ เป็นเวิลด์คลาส ด้วยการคว้ารางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศเริ่มด้วยรางวัลจาก Adman Awards 2019 ที่จัดโดยสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กับ 2 รางวัลจากงานเปิดตัวไอคอนสยาม รางวัลจาก MAT Award ครั้งที่ 11 ที่จัดโดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมและเชิดชูนักการตลาดไทยที่มีศักยภาพ สร้างแรงบันดาลใจ และสนับสนุนการพัฒนานักการตลาดไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล กับสุดยอดแคมเปญการตลาดจาก KILORUN 2019 และยังคว้ารางวัลมาถึง 2 รางวัล ในเวทีระดับเอเชีย จาก The Special Event Awards 2019 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในทวีปเอเชีย ณ ประเทศสิงคโปร์ กับรางวัล Best Use Of New Technology at an event และ Best Light & Sound Production จากงานเปิดตัวไอคอนสยาม อินเด็กซ์ฯ เคยคว้ารางวัลนี้จากเวที The Special Event Awards มาเเล้ว ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2005 นี่จะเป็นกำลังใจเเละเเรงผลักดันให้เราก้าวสู่ความสำเร็จอีกขั้น ในฐานะ ‘World Class Creator’”
“พร้อมเผยแนวโน้มของเทรนด์ในส่วนอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งปีหน้า 2020 นั้น ด้วยเรื่องความคล่องของสภาพเศรษฐกิจที่ลดต่ำลง จะเป็นตัวแปรให้คนจับจ่ายใช้สอยลดลงไปด้วย แต่ที่สำคัญคือจะเลือกความคุ้มค่าสูงสุดในการใช้เงินโดยเฉพาะในการเข้าร่วมอีเวนต์ใดอีเวนต์หนึ่ง ดังนั้น อีเวนต์จึงจำเป็นต้องมี NUL อย่างแรกคือ Niche กลุ่มตลาดที่เฉพาะและตรงเป้าหมาย ความ Unique ที่ไม่เหมือนใคร สุดท้ายคือ Limited คือจำนวนจำกัดและหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ซึ่งเป็นการตลาดที่กระตุ้นให้คนเลือกจ่ายเงินเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่พลาดไม่ได้โดยไม่เสียดายเงิน”
“และในส่วนของภาพรวมกลุ่มอุตสาหกรรมอีเวนต์ในประเทศไทยนั้นยังคงทรงตัวหรือติดลบไปจนถึงปลายปี 2563 เนื่องด้วยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทั้งนี้น่าจะติดลบ 1-2% ด้านภาพรวมของธุรกิจของอินเด็กซ์ฯ ในปีหน้านั้น มีงานสเกลใหญ่จำนวน 4-5 งานหลัก ทำให้มี Backlog อยู่ที่ 500 ล้านบาท คาดการณ์ด้านผลประกอบการจะเติบโตสูงถึง 6-10% หรือราว 1,900 ล้านบาท” นายเกรียงไกร กาญจนะโภคินกล่าวทิ้งท้าย
–
