Porto De Phuket หมัดเด็ดเพื่อสยายปีกให้กว้างขึ้นของ กลุ่มเซ็นทรัล

ภูเก็ตคือโอกาส

โอกาสจากเมืองท่องเที่ยว Top 10 ของโลกที่ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาล

ที่น่าสนใจคือในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อาจพูดได้อย่างเต็มปากว่าเซ็นทรัลทุ่มสุดตัวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ปี 2547 “เซ็นทรัล ภูเก็ต” (Central Phuket) กำเนิดขึ้นในฐานะหมุดหมายแรกของเซ็นทรัลในการพิชิตภูเก็ต ด้วยงบลงทุนที่ใช้ไปถึง 20,000 ล้านบาท

แต่ภูเก็ตยังมีศักยภาพอีกมาก ทำให้ปี 2561 “เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า” (Central Phuket Floresta) ถือกำเนิดขึ้นบนทำเลตรงข้ามประหนึ่งโครงการนี้เป็นเฟส 2 ของเซ็นทรัล

แต่ฟลอเรสต้ามีจุดแข็ง 2 อย่างที่เพิ่มเข้ามาคือ ‘Aquarium’ ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วัดจากจำนวนสายพันธุ์ปลา พื้นที่ และปริมาณน้ำมากถึง 7 ล้านตัน และ ‘THIBHUM’ ธีมพาร์ค 3D แห่งแรกของโลก

ขณะที่ฟากป่าตองก็มีเซ็นทรัล ป่าตองงบลงทุน 2,000 ล้าน เข้ามาอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 62 เข้ามาปะทะโดยตรงกับจังซีลอนของบริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด

ป่าตองถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะเดียวกันนี่เป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่เซ็นทรัล ภูเก็ตและเซ็นทรัล ฟลอเรสต้า” ‘ทำไม่ได้เพราะโลเคชั่นที่ห่างไกลกันจนเกินไป จึงเป็นเหตุผลที่เซ็นทรัล ป่าตองถือกำเนิดขึ้น

หากจะพิชิตคนภูเก็ตได้ต้องจับลูกค้าได้ทุกกลุ่มและทุกเซกเมนต์ แต่ด้วยพื้นที่ซึ่งมีขนาดใหญ่ ทำให้ห้างๆ เดียวไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด

แต่นักท่องเที่ยวเหมือนจะเนื้อหอมเกินไป เพราะที่ผ่านมากลุ่มนักท่องเที่ยวต่างถูกมองเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักมาโดยตลอด จนไม่ได้มีพื้นที่ที่ตอบโจทย์กลุ่มคน Local มากนัก

นำมาสู่ก้าวใหม่ของเซ็นทรัล โดยเลือกให้กลุ่มเซ็นทรัล” (Central Group) เป็นผู้ดำเนินการโปรเจคดังกล่าว ขณะที่แต่เดิมจำกัดเพียงผีฝือของ CPN (เซ็นทรัล ภูเก็ต และฟลอเรสต้า) และ Central Department Store (เซ็นทรัล ป่าตอง)

New Story: Porto De Phuket

เป็นที่มาของโครงการ Porto De Phuket (ปอร์โต เดอ ภูเก็ต) เพื่อจับกลุ่มคน Local กำลังซื้อสูง ทั้งชาวไทยในพื้นที่ และชาวต่างชาติที่มาพำนักอยู่เป็นระยะเวลานาน (Expat)

พงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพัฒนาธุรกิจ กลุ่มเซ็นทรัล ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ต้องสลัดชื่อเซ็นทรัลและสร้างแบรนด์ใหม่ก็เพื่อทลายข้อจำกัดของศูนย์การค้าแบบเดิมๆ ให้เป็นไปในทางไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น

Porto De Phuket เป็น Lifestyle Community Mall แห่งใหม่ บนพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ด้วยลงทุน 1,500 ล้านบาท เปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงเดือนธันวาคมปี 2562

เมื่อโจทย์คือ ‘Local’ คนกลุ่มนี้ได้จึงไม่ใช่แค่หวือหวาตื่นตาตื่นใจเท่านั้น เพราะกลุ่ม Local คือกลุ่มคนที่คุ้นชินกับพื้นที่อยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการสร้าง Community ที่ต้องครบครัน กิน ดื่ม เที่ยว ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงเป็นประหนึ่งสวนสาธารณะให้คนเดินทอดน่อง หรือพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่น

แนวคิดนี้สร้าง Traffic ได้ แต่อาจจับต้องเป็นเม็ดเงินได้ไม่ชัด “Central Group” จึงใช้ธุรกิจอาหารซึ่งเป็น 1 ในปัจจัยสี่เข้ามาเติมเต็มส่วนนี้

กว่า 70% ของโครงการเป็นธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จากเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ (Central Food Hall) ที่ถูกวางให้เป็นดังเรือธงของธุรกิจ

เพราะกลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ 65% เป็น Local อีก 35% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 เซกเมนต์ ได้แก่ นักท่องเที่ยวสไตล์ FIT (Free and Independent Traveler) เช่น จีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น, และสิงคโปร์ และนักท่องเที่ยวตะวันตกที่มีกำลังซื้อสูง (Western High Spenders) เช่น ชาวรัสเซีย เยอรมัน อังกฤษ และอเมริกา ซึ่งเน้นการพักผ่อนในระยะยาว

Porto De Phuket มี Community สร้าง Traffic ขณะเดียวกันก็มี Food และ Product อื่นๆ ในศูนย์การค้าสร้างรายได้

โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการศูนย์ 8,000 คนต่อวัน ในช่วงไฮซีซั่นนี้ และอย่างน้อย 3 ล้านคนต่อปี

นี่เป็นก้าวเดินที่สำคัญของเซ็นทรัลเพราะถือเป็นการมองกลุ่มเป้าหมายคนภูเก็ต Local ที่บ่อยครั้งมักถูกให้ความสำคัญไม่เท่านักท่องเที่ยว

เพราะนักท่องเที่ยวแค่มาแล้วก็ไป ส่วนคนพื้นที่อยู่ต้อง ทำรายได้ให้บริษัทไม่มากก็น้อย แต่ต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ของโมเดลใหม่นี้จะเป็นอย่างไร คงต้องรอจับตา

7 โซนไฮไลต์ของ Porto De Phuket

(1) เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ (Central Food Hall) ในรูปแบบ Stand Alone ด้านนอกศูนย์การค้าแห่งแรกของเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์

(2) เดอะ เฟม (The Fame – Restaurant and Café Zone) รวบรวมร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดัง ตัวอย่างเช่น ร้านสวย (SUAY) อาหารฟิวชั่น ไทย-ตะวันตก โดยเชฟกระทะเหล็ก การันดีด้วยรางวัลมิชลิน ไกด์

(3) มัลติดีไซน์ เฮ้าส์ (Multi Design House) แหล่งรวบรวมสินค้าเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ , B2S ภายใต้คอนเซ็ปต์ Thinkspace และ Traveler’s Top Picks สินค้าแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว และ Supersports ฟอร์แมตพิเศษที่เน้นสินค้าสไตล์ Sport Fashion มากขึ้น

(4) เฮลตี้ เฮเว่น (Healthy Heaven)โซนพักผ่อนกาย

(5) คิด เลิร์นนิ่ง สเปซ (Kid Learning Space) แหล่งพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก

(6) เพท เฟรนด์ลี่โซน (Pet Friendly Zone) พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงให้ได้วิ่งเล่นบนสนามหญ้าขนาดย่อมที่ร่มสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกจาก Phuket International Pet Care (PIPC) ทั้งคลินิกรักษาสัตว์, เพ็ทช็อป, กรูมมิ่ง และจุดรับ-ส่งน้องหมาน้องแมวเข้าโรงแรมที่สาขาใหญ่

(7) เดอะ เมอร์คาโด้ (The Mercado) (เปิดให้บริการปี 2563) ฟู้ดเดสติเนชั่น ภายใต้หลังคาใหญ่ตระการตา พร้อมการตกแต่งภายใต้คอนเซ็ปต์ “Tin Mining Factory”

นอกจากนั้น ส่วนที่จะเพิ่มเติมในเฟสต่อไป ยังมีอีกหลากหลายโซน อาทิ โรงภาพยนตร์, ฟิตเนส, Indoor Playground, Edutainment รวมถึง Art Home and Decorative คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer