ภาษีอีเพย์เมนต์ อะไรยังไง กระทบใคร เตรียมตัวรับมืออย่างไร มาดูกัน

ปี 2562 นับเป็นปีที่มีการความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ “กฎหมายภาษี” แทบจะตลอดทั้งปี และมีหลายฉบับที่อาจกระทบกับกระเป๋าเงินของเรา …มากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันไป ภาษีอีเพย์เมนต์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

อันที่จริง ภาษีอีเพย์เมนต์ เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 21 มี.ค. ปีนี้ แต่ที่น่าจับตาก็เพราะ ตั้งแต่ ม.ค.- มี.ค. 2563 รายงานข้อมูลธุรกรรมการเงินของเจ้าของบัญชีที่เข้าเงื่อนไขจะถูกส่งไปยังกรมสรรพากรเป็นครั้งแรก วันนี้ Marketeer จึงอยากมาบอกให้ฟังชัดๆ อีกครั้งว่ากฎหมายภาษีฉบับนี้กระทบกับใคร แล้วต้องรับมืออย่างไร

รู้จักที่มาที่ไป

“ภาษีอีเพย์เมนต์” อาจเรียกได้ว่าเป็นชื่อเล่นของ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อรองรับระบบภาษี และเอกสารธุรกรรมทางการอิเล็กทรอนิกส์ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการนำส่งเงินภาษี การยื่นรายการ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร

สาระสำคัญ

กฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet/Payment Gateway) ต้องรายงานข้อมูลผู้มีบัญชีธุรกรรมเฉพาะให้กรมสรรพากร ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติ โดยบัญชีธุรกรรมเฉพาะที่ต้องรายงานมีเงื่อนไขดังนี้

  1. มียอดเงินเข้าบัญชีทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป ใน 1 ปี ไม่ว่าจะจำนวนเงินที่รับมาแต่ละครั้งจะมากหรือน้อยก็ตาม
  2. มียอดเงินเข้าบัญชีทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ใน 1 ปี

ทั้งนี้ ยอดเงินเข้าบัญชี ประกอบด้วย

  1. ยอดเงินฝากเข้าบัญชีทุกประเภท ไม่ว่าจากเคาน์เตอร์หรือตู้ฝากเงิน
  2. ยอดรับโอนเงินเข้าบัญชี ไม่ว่า Auto Transfer/Online/iBanking
  3. ยอดเงินโอนจากเครื่องรูดบัตร ซึ่งนับตามจำนวนครั้งที่รูดแม้ธนาคารจะโอนยอดครั้งเดียวหลังสิ้นวัน
  4. ยอดเงินฝากเช็คเข้าบัญชี
  5. ยอดเงินเข้าบัญชีจากดอกเบี้ยรับหรือจากเงินปันผล

การบังคับใช้

เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. 2562 โดยสถาบันการเงินและผู้ให้บริการ e-Wallet/Payment Gateway จะต้องนำส่งรายงานทางการเงินของบัญชีที่เข้าเงื่อนไขต่อกรมสรรพากรเป็นครั้งแรก ภายในวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2563 และนับตั้งแต่ปี 2563 จะเริ่มการนับธุรกรรมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. ของปีนั้นๆ

สำหรับรายงานข้อมูลธุรกรรมที่นำส่งจะเป็นการสรุปรวมจำนวนครั้งของการฝากและรับเงินโอน และยอดรวมของการฝากของเจ้าของบัญชีคนนั้น (ทุกบุญชีรวมกัน) โดยไม่ได้ลงรายละเอียดของการรับฝากเงินแต่ละรายการ ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งและผู้ให้บริการ e-Wallet/Payment Gateway แต่ละราย จะนับเฉพาะยอดที่เกิดในระบบของตนแล้วแยกกันรายงาน ไม่มีการนับรวมกับสถาบันการเงินอื่นหรือผู้ให้บริการรายอื่น

กระทบกับใคร

อันดับแรก กระทบกับสถาบันการเงินและผู้ให้บริการ e-Wallet/Payment Gateway ทุกราย เพราะมีหน้าที่รายงาน หากไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 1 หมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

อันดับต่อมา กระทบกับเจ้าของบัญชีทุกคนที่มีธุรกรรมเข้าเงื่อนไข โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงร้านค้า ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ แม้แต่พนักงานฟรีแลนซ์ รวมถึงคนขับรถที่ให้บริการแพลตฟอร์ม Delivery ทั้งหลาย

มีธุรกรรมเข้าเงื่อนไข ภาษีอีเพย์เมนต์ ต้องทำอย่างไร

ไม่ต้องตกใจเพราะยอดเงินเข้าบัญชีทั้งหมดที่ถูกนำส่งข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าต้องเสียภาษีทั้งหมด เนื่องจากบางกรณีอาจเป็นการคืนเงินกู้ หรือการรับเงินที่ฝากไปทำบุญ ฯลฯ ดังนั้น กรมสรรพากรจะนำข้อมูลนี้ไปประมวลผลร่วมกับข้อมูลอื่นๆ เพียงแต่ขอให้เตรียมเอกสารหลักฐานการรับเงินให้ชัดเจน

  • บุคคลธรรมดา ที่รับเงินตามปกติก็ไม่ต้องทำอะไร
  • ผู้รับงานฟรีแลนซ์ ที่ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่ต้องทำอะไร
  • พ่อค้าแม่ค้าและร้านค้าที่จดทะเบียนการค้า จดทะเบียน VAT และเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมจากปกติ
  • พ่อค้า/แม่ค้า/ร้านค้าออนไลน์ที่ยังไม่เคยเสียภาษี แนะนำให้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (จดทะเบียนร้านค้าออนไลน์) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีที่ใช้ทำธุรกิจออกจากกัน เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินไว้ให้หมด เพื่อเอาไว้ยื่นภาษี พร้อมทั้งยื่นภาษีและเสียภาษีให้ถูกต้อง
  • พ่อค้าแม่ค้าออฟไลน์และกิจการขนาดเล็กที่ยังไม่เคยเสียภาษีให้ถูกต้อง แนะนำให้จดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้อง เนื่องจากภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำกว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แถมยังสามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ …. พูดให้ง่ายก็คือ เสียภาษีจากกำไร ถ้าช่วงแรกยังไม่มีกำไรก็ยังไม่ต้องเสียภาษี

อย่างไรก็ดี พ่อค้าแม่ค้าหรือร้านค้าไม่ว่าจะออฟไลน์หรือออนไลน์ที่ไม่เข้าเงื่อนไขถูกนำส่งข้อมูลก็พึงเสียภาษีประจำปีให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะทุกคนที่มีรายได้ย่อมมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีและเสียภาษีให้ถูกต้อง

และเชื่อเถอะว่านอกจากช่องทางนี้ กรมสรรพากรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ยังมีข้อมูลอีกหลากหลายช่องทางที่สามารถนำตรวจสอบผู้ที่พยายามเลี่ยงภาษีจนได้!!

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน