Cinema 4.0 ศึกของ 3 ก๊ก

Cinema 4.0ธุรกิจโรงภาพยนตร์ 8,000 ล้านบาท เติบโต 3-4% ต่อปี ในวันที่ธุรกิจโรงภาพยนตร์เข้าสู่ Cinema 4รกิจโรงภาพยนตร์ 8,000 ล้านบาท เติบโต 3-4% ต่อปี ในวันที่ธุรกิจโรงภาพยนตร์เข้าสู่ Cinema 4.0ธุรกิจโรงภาพยนตร์ 8,000 ล้านบาท เติบโต 3-4% ต่อปี ในวันที่ธุรกิจโรงภาพยนตร์เข้าสู่ Cinema 4.0

โดยในปีที่ผ่านมาคนไทยดูหนังโรงคนละ 0.55 เรื่องต่อปี เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อย่างเกาหลีใต้ที่ดูหนังโรงมากถึงคนละ 4.27 เรื่องต่อปี ซึ่งถือว่าอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ไทยยังเติบโตได้อีกมาก

เรียกว่าศึกนี้รอบด้านนัก เปรียบได้กับการแข่งขันของศึก 3 ก๊ก ที่ต้องชิงไหวพริบเพื่อช่วงชิงผู้ชมให้มากที่สุด เพื่อธุรกิจอยู่รอดในวันที่ผู้ชมมีตัวเลือกมากขึ้น

 

ศึกยกที่ 1 ก๊กเมเจอร์ ปะทะ ก๊กเอสเอฟ บนเส้นทาง Cinema 4.0

ลำพังธุรกิจโรงภาพยนตร์ไม่ใช่เป็นธุรกิจที่แข่งกันตรงๆ ในพื้นที่เดียวกัน เพราะห้างสรรพสินค้า 1 แห่ง จะมีโรงภาพยนตร์เพียงแบรนด์เดียวไปเปิดเท่านั้น ส่วนภาพยนตร์ที่เข้ามาฉายก็เหมือนๆ กัน

เกมการแข่งขันของธุรกิจโรงภาพยนตร์จึงแข่งขันกัน 3 เรื่องคือCinema 4.0

 

1.โลเคชั่นของโรงภาพยนตร์ ใครครอบคลุมกว่า และอยู่ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งชุมชนมากกว่าก็ได้ผู้ชมไป

ถ้าเทียบกันในเชิงโลเคชั่นการแข่งขันในการขยายจำนวนโรงภาพยนตร์ เมเจอร์ถือว่าเป็นต่อ เอสเอฟ มากกว่า 1 เท่าตัว แม้ในปีนี้เอสเอฟจะมีแผนขยายจำนวนโรงภาพยนตร์เพิ่ม 40 โรง 8 สาขา ด้วยงบลงทุน 300-400 ล้านบาท ดักจับผู้ชมที่เลือกชมภาพยนตร์ตามสถานที่ที่สะดวก เช่นใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน ใกล้มหาวิทยาลัยเป็นต้น

แต่ในปีนี้เมเจอร์ก็ไม่ยอมให้เอสเอฟขยายสาขาเพียงฝ่ายเดียว เมเจอร์ได้มีแผนขยายจำนวนโรงภาพยนตร์เพิ่ม 70 โรงทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยมีสาขาไอคอนสยามที่จะเปิดในอนาคตเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้

 

2.แคมเปญการตลาด ดูซ้ำ ดูบ่อย ไม่ดูคู่แข่ง Cinema 4.0

นอกจากแคมเปญการตลาดดูภาพยนตร์ราคาพิเศษในช่วงวันที่กำหนด เช่นวันพุธดูหนังเรื่องละ 60 บาท รวมถึงแคมเปญที่ร่วมกับแบรนด์ต่างๆ เช่น โอเปอเรเตอร์ ฟินเทค เพื่อมอบส่วนลดในการชมภาพยนตร์ ที่โรงภาพยนตร์ใช้เป็นไม้เด็ดในการดึงผู้ชม ให้เลือกชมภาพยนตร์โรงของตัวเองแทนคู่แข่งในโลเคชั่นที่ใกล้เคียงกัน และดึงให้ผู้ชมชมภาพยนตร์บ่อยขึ้นจากราคาค่าตั๋วที่ถูกกว่าปกติ

ซึ่งการเข้ามาดูหนังในโรงภาพยนตร์ยิ่งบ่อย โอกาสจะกลับมาดูภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ ยิ่งมีมากขึ้น

อยากให้กลับมาดูหนังใหม่ต้องทำไง

Trailer in Cinema              62%

Facebook            58%

Television            46%

Youtube               40%

Poster at Cinema              38%

Billboard in front of Mall               29%

Cinema Application         25%

Cinema Website               21%

Line        17%

Word of Mouth /Friend  16%

Web Blog / Movie Page  13%

ที่มา : Major Cineplex, กุมภาพันธ์ 2561

 

ในปีนี้เมเจอร์เปิดแผนการแข่งขันด้วยกลยุทธ์ซื้อซ้ำในกลุ่มลูกค้าประจำ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเมเจอร์เข้ามาดูหนังในโรงภาพยยนตร์บ่อยขึ้น เช่นการออกบัตร University Movie Pass บัตรบุฟเฟต์นักศึกษาเดือนละ 200 บาท ดูฟรีเรื่องละ 1 ที่นั่งกี่เรื่องก็ได้ใน 1 เดือน เพื่อดึงกลุ่มนักศึกษาซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยมดูภาพยนตร์กับกลุ่มเพื่อน และเซ็นซิทีพเรื่องราคาตั๋วภาพยนตร์ให้เข้ามาดูโรงของเมเจอร์บ่อยขึ้นCinema 4.0

พฤติกรรมลูกค้าเมเจอร์

Alone Lover Friend Family Average Moviegoers per Group
13-18 ปี 16% 18% 36% 30% 2.7
19-22ปี 18% 33% 35% 14% 2.22
23-29ปี 20% 37% 31% 12% 2.07
30-39ปี 23% 32% 20% 25% 2.12
40ปี+ 19% 19% 14% 48% 2.48

ที่มา : ที่มา : Major Cineplex, กุมภาพันธ์ 2561

 

ส่วนเอสเอฟการตลาดในปีนี้ยังคงวางกลยุทธ์สร้างยอดผู้ชมจากฐานลูกค้าพันธ์มิตร เพราะที่ผ่านมาเอสเอฟยังคงเป็นมวยรวงที่สู้เรื่องโลเคชั่น และระบบ CRM ที่เมเจอร์ทำมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องผ่านบัตร M Gen และอื่นๆ เพื่อเก็บข้อมูลฐานผู้ชมนำเสนอแคมเปญไม่ได้ 

ในปีนี้เอสเอฟสอาศัยฐานลูกค้าพาร์ทเนอร์ทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งปี โดยใน 1 ไตรมาสจะมีแคมเปญใหญ่ 1 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมเข้ามาใช้บริการมากขึ้น พร้อมกับเริ่มทำระบบ CRM ผ่านบัตร Movie Club Card ที่เปิดให้บริการในอนาคต

เช่นไตรมาสแรกร่วมกับดีแทคพันธมิตรอย่างยาวนาน จัดแคมเปญดีแทค คอมโบ พลัส แพ็คเกจดูหนังพร้อมป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มราคาประหยัดกว่าซื้อปกติสูงสุด 50%  พร้อมลุ้นทริป เอ็กซ์คลูซีฟไปประเทศฝรั่งเศส สิ้นสุด 17 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ใช้สิทธิ์มากถึง 4.5 หมื่นสิทธิ์ สูงกว่าแคมเปญส่วนลดตั๋วภาพยนตร์ที่ร่วมดีแทคต่อเนื่องทั้งปีที่มีลูกค้าดีแทคใช้สิทธิ์เฉลี่ย 3.2 หมื่นสิทธิ์ต่อเดือนCinema 4.0

นอกจากนี้เอสเอฟยังสร้างความแตกแตกต่างจากเมเจอร์ด้วยการจัดเทศกาลภาพยนตร์ที่เป็น niche เฉพาะกลุ่มเช่นที่ผ่านมามีการจัดเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น ที่เอส เอฟ สาขา เซ็นทรัลเวิลด์,เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่, สาขาโคราชและภูเก็ตเป็นต้น

3.แข่งขันด้วยเทคโนโลยี และความต่าง

แม้โรงภาพยนตร์จะขยายด้วยสาขาและแคมเปญการตลาดแต่การแข่งขันในธุรกิจโรงภาพยนตร์ 4.0 ต้องแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี สร้างจุดเด่นและความต่างจากคู่แข่ง สนองตอบผู้ชม ชมภาพยนตร์ให้มีอรรถรสมากขึ้น

เกมการสร้างจุดแตกต่างของเมเจอร์ในปีนี้เน้นการขยายสาขาโรงหนัง 3D และ 4D iMax และการปรับจอภาพยนตร์ในรูปแบบสกรันเป็นจอ LED Cinema Screen ให้ความละเอียดมากถึง 4K ให้ความคมชัดและสว่างกว่าการฉายแบบยนตร์ในรูปแบบโปรเจคเตอร์ โดยเริ่มที่สาขาพารากอนเป็นแห่งแรก

รวมถึงร่วมมือกับ AIS เปิดตัวโรงภาพยนตร์ iMAX VR ด้านหน้าโรงภาพยนตร์ Krungsri IMAX ที่พารากอนซีนีเพล็กซ์ ต่อยอดธุรกิจโรงภาพยนตร์ ด้วยการนำคอนเทนต์จากโรงภาพยนตร์มาทำเป็นเกมให้ผู้ชมที่อินกับภาพยนตร์เข้าไปเป็นหนึ่งในเนื้อหาของภาพยนตร์แบบเสมือนจริง

ส่วนเอสเอฟหลังจากปล่อยให้เมเจอร์มีระบบ 3D และ 4D อยู่นานในปี 2559 ได้เปิดโรงภายนตร์ MX4D ที่ใช้ระบบเครื่องฉาย Sony Digital Cinema 4K เปิดสาขาแรกและสาขาเดียวที่เซ็นทรัล เวิลด์ ในปี 2559

ซึ่งเชื่อว่าการให้บริการ โรงภาพยนตร์ 4D ของ เอสเอฟ ในวันนี้เป็นกิมมิกทางการตลาดที่จะบอกว่าเอสเอฟก็4D เหมือนกับเมเจอร์เท่านั้น เพราะธุรกิจ 4D มีค่าบัตรที่สูงกว่าค่าบัตร 2D หลายเท่า กลุ่มผู้ชมมีอยู่จำกัด ทำให้ธุรกิจ 4D ไม่ได้ทำเงินเท่ากับโรงภาพยนตร์ 2D และด้วยสาขาเพียง 1 แห่งคงไม่สามารถแข่งขันสู้กับ iMAX ที่มีสาขามากถึง 8-9 สาขาได้

 

ศึกยกที่ 2 ก๊กโรงภาพยนตร์ ปะทะ ก๊ก NetFlix

เคยมีคนตั้งคำถามบ่อยๆ ว่า VDO on Demand มา NetFilx ได้รับความนิยม โรงภาพยนตร์จะทำอย่างไร

การแข่งขันของโรงภาพยนตร์กับ VDO on Demand ต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

จุดเด่นที่โรงภาพยนตร์จะสู้กับ NetFlix ได้คือโปรแกรมหนัง Hollywood โดยเฉพาะภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของโรงภาพยนตร์ ที่ดึงผู้ชมให้เข้ามาชม เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ชมรอไม่ได้ มิฉะนั้นจะคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง

 

โดยในปี2561-2563มีภาพยนตร์ Hollywood ที่ทำเงินในอดีตที่เป็นภาคต่อออกมาดึงผู้ชมออกมาไปดูหนังในโรงภาพยนตร์หลายเรื่องด้วยกันได้แก่ Jurassic World 2, Frozen 2,Starwars, 007 และอื่นๆ

ส่วนจุดเด่นของ VDO on Demand เช่น NetFlix คือภาพยนตร์ซีรีย์ และภาพยนตร์และซีรีย์ที่ NetFlix สร้างเอง ซึ่งเจาะกลุ่มผู้ชมในจุดเด่นที่แตกต่างกัน

เชื่อว่าการแข่งขันของโรงภาพยนตร์กับ NetFilx ในวันนี้อาจจะไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงเหมือนโรงภาพยนตร์กับโรงภาพยนตร์ด้วยกัน แต่การมาของ NetFlix ก็ทำให้โรงภาพยนตร์ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เพราะถ้าปีไหนไม่มีหนัง Hollywood ที่เป็นหัวใจหลักของโรงภาพยนตร์  การดูหนังอยู่บ้านผ่าน NetFlix อาจจะเป็นคำตอบที่ผู้ชมเลือกที่จะชมมากกว่าก็เป็นได้

 

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline.co