การแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” ในจีนยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามแบบวันต่อวัน ทั้งขยายวงการระบาด มาตรการรับมือ และจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งในจีนเองและหลายประเทศทั่วโลก แต่อีกประเด็นที่มองข้ามไม่ได้เช่นกันคือผลกระทบทางเศรษฐกิจและยอดขายสินค้าแทบทุกประเภทที่ลดลง ซึ่ง Louis Vuitton เป็นอีกแบรนด์ที่สะเทือนจากสถานการณ์นี้แล้ว

ราคาหุ้น LVMH บริษัทแม่ของ Louis Vuitton ที่ลดลงเป็นเพียงสัญญาณแรกถึงผลกระทบจาก“ไวรัสอู่ฮั่น” เท่านั้น เพราะการระบาดของเชื้อมรณะดังกล่าวทำให้ชาวจีนต้องงดการเดินทางและการซื้อสินค้า จึงมีแนวโน้มว่ายอดขายกระเป๋าหนังและเสื้อผ้าภายใต้โลโก้ LV จะลดลง จนอาจส่งผลต่อเนื่องถึงยอดขายไตรมาสแรกปีนี้

ตลาดใหญ่แบรนด์หรูป่วยหนักกว่า SARS ยุคที่กำลังซื้อโตสุดในเอเชีย

ย้อนไปปี 2003 แม้จีนเป็นตลาดใหญ่แต่เศรษฐกิจยังไม่ขยายตัว ชาวจีนจึงมีกำลังซื้อน้อย และสินค้าหรูยังไกลเกินเอื้อมของชาวจีนส่วนใหญ่ เมื่อโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) ระบาดในจีน ปีนั้น Louis Vuitton รวมถึงแบรนด์หรูส่วนใหญ่ จึงได้รับผลกระทบไม่มาก

แต่วันนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยเศรษฐกิจจีนขยายตัวต่อเนื่องมาหลายปี จนประชาชนในประเทศมีกำลังซื้อเพิ่มเป็นเงาตามตัวเช่นเดียวกับจำนวนเศรษฐีหน้าใหม่

Louis Vuttion Store

ผลดีที่แบรนด์หรูได้รับคือ ยอดขายในจีนเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันจีนครองสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ยอดขายสินค้าแบรนด์หรู แน่นอนว่าทั้งเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยจีนรุ่นใหม่ก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ของ Louis Vuitton

ทว่าปีนี้ที่ “ไวรัสอู่ฮั่น” ระบาดในจีน หนักกว่า SARS ซ้ำร้ายยังระบาดในช่วงตรุษจีนที่ยอดขายสินค้าส่วนใหญ่เพิ่มถึง 50% มาตลอด Louis Vuitton จึงพลาดโอกาสทองในการเพิ่มยอดขาย

ยอดขาย Louis Vuitton ไตรมาสแรกของปีนี้อาจลดลงไปโดยปริยายและคงส่งผลสืบถึงยอดขายรวมทั้งปีด้วย

wuhan-virus-

กระเป๋าเดินทางสู่แบรนด์หรูระดับโลก

ก่อนมาเป็นแบรนด์หรูชื่อดังและเผชิญสถานการณ์ระบาดของ “ไวรัสอู่ฮั่น” ในจีน จนยอดขายทั้งไตรมาสแรกปีนี้อาจลดลง Louis Vuitton ถือเป็นแบรนด์ที่มีประวัติน่าสนใจ

Louis Vuitton ก่อตั้งเมื่อปี 1854 โดยช่างทำกระเป๋าเดินทางชาวฝรั่งเศส ที่ทยอยสร้างตัวจากหนุ่มชนบทฐานะยากจนมากขนาดเคยเดินเท้าเปล่า สู่เจ้าของกิจการ

Louis-Vuitton Founderผู้ก่อตั้ง Louis Vuitton

อีกหลายสิบปีถัดมา กระเป๋าเดินทางใบใหญ่คุณภาพดีของ Louis Vuitton ก็ได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูงฝรั่งเศสและยุโรป ในยุคที่การเดินทางไกลยังต้องใช้เวลานาน

หลังจากนั้นคนในตระกูล Vuitton รุ่นหลาน ก็เข้ามาดูแลแบรนด์ของครอบครัว ผลักดันกระเป๋า Louis Vuitton ขนาดต่างๆ ออกสู่ตลาดและขยายไปสู่เครื่องหนัง

Louis-Vuitton Trunk

ข้ามมาถึงปี 1930 กระเป๋า Louis Vuitton ขยายความนิยมสู่กลุ่มเศรษฐี นักธุรกิจ และนักการเมืองระดับสูงในสหรัฐฯ หลัง Charles Lindbergh นักบินชื่อดังซื้อกระเป๋า Louis Vuitton จากฝรั่งเศสเพื่อใส่สัมภาระในการขับเครื่องบินข้ามมหาสมุทรกลับมายังสหรัฐฯ เมื่อ 3 ปีก่อนหน้านั้น และกระเป๋าที่อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสในสมัยนั้นใช้ระหว่างมาเยือนสหรัฐฯ

ตัดมาในระหว่างปี 1959 ถึง 1965 Louis Vuitton เพิ่มความหลากหลายของกระเป๋าทั้งรูปทรงและลวดลาย ผ่านฝีมือการออกแบบของดีไซเนอร์ดัง หลังได้ Henry Racamier สามี Gaston Vuitton เหลนของผู้ก่อตั้ง มาบริหารในปี 1977 Louis Vuitton ก็กลายเป็นบริษัทระดับโลกที่ทำกำไรได้มหาศาล

จนนำมาสู่ IPO ในปี 1984 ตามด้วยทำยอดขายเพิ่มเป็น 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 30,000 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) 

Bernard Louis Vuitton Bernard Arnault

ปัจจุบัน Louis Vuitton เป็นแบรนด์ใหญ่ในเครือ LVMH ภายใต้การบริหารของ Bernard Arnault มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส โดยมีมูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี จาก 10,444 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 312,320 ล้านบาท) ในปี 2016 สู่ 13,576 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 407,280 ล้านบาท) ในปี 2019 แต่ในส่วนของยอดขายไตรมาสแรกปีนี้อาจลดลงจากการระบาดของ “ไวรัสอู่ฮั่น”/reuters, lvmh, eferenceforbusiness, branddirectory, wikipedia



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer