จะเกิดอะไรขึ้นถ้า AI Machine Learning และ Big Data มาช่วยยกระดับการทำงานไปอีกขั้น

ภายในงาน “dtac Loop: The Shapes of Data” ได้มีการเผยถึงบทบาทของ AI ปัญญาประดิษฐ์, AI Machine Learning และ Big Data ในอนาคตว่าจะสามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานภายในองค์กรให้สามารถตอบโจทย์ได้แบบในรายบุคคล ซึ่งในแต่ละบุคคลจะได้รับข้อมูล ข่าวสาร และโปรโมชั่น แบบเจาะจงที่ไม่เหมือนกัน

AI Machine Learning และ Big Data

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า AI Machine Learning และ Big Data สามารถเชื่อมโยงลูกค้ากับสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด?

ในอนาคตแนวทางการตลาดจะเป็นในรูปแบบเฉพาะเจาะจงแบบรายบุคคลมากขึ้น ซึ่งต้องพึ่งพาการใช้  Big Data และ Machine Learning อันเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ดีแทคเป็นผู้บุกเบิกในตลาดโทรคมนาคม โดยที่ต่อไปลูกค้าจะไม่ต้องค้นหาสิ่งที่เขาต้องการด้วยตัวเอง แต่จะต้องนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและตรงกับความต้องการของเขามากที่สุดด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ ซึ่งจะสร้างความประหลาดใจ เสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า และนี่คือคอนเซ็ปต์ของ Personalization

ซึ่งเบื้องหลังของประสบการณ์ที่ดีนั้นคือ  Machine Learning ที่ใช้วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ทำให้ทราบว่าลูกค้าต้องการอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร และดีแทคสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด และที่ผ่านมาพบว่าลูกค้าดีแทคได้ดาวน์โหลด Appication มากกว่ากว่า 80% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างรายได้จากการบรการดิจิทัลเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า และนั่นทำให้ประสบการณ์ลูกค้าที่ใช้บริการด้านดิจิตอลมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

วิธีการในการสร้างบริการเฉพาะบุคคลนั้น จะต้องประมวลข้อมูลหลายพันล้านชุด ซึ่งจะถูกอัพเดทตลอดเวลา และนั่นทำให้เทคโนโลยีอย่างอัลกอริธึ่มและ Machine Learning เข้ามามีบทบาทในการทำความเข้าใจกับข้อมูลจำนวนมหาศาลเหล่านี้แล้วจัดกลุ่มออกมา เพื่อหาลักษณะที่คล้ายคลึงกัน และนำเสนอสินค้าและบริการได้อย่างตรงกลุ่มมากขึ้น

 AI Machine Learning และ Big Data

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกษตรกรรมความแม่นยำ (Precision Farming) สามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำให้กับเกษตรกร?

ปัจจุบันผลิตผลจากภาคการเกษตรในประเทศไทยยังต่ำกว่ามาตรฐานทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค ค่าใช้จ่ายของการเพาะปลูกหมดไปกับปุ๋ยและยาฆ่าแมลง แต่ในทางกลับกันผลผลิตแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย ทำให้เกษตรกรเป็นประชากรประสบความยากลำบากจากความยากจน และนี่จึงเป็นที่มาของ Ricult สตาร์ตอัพที่ก่อตั้งโดย 4 บัณฑิตจากสถาบัน MIT เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ โดยได้นำเอาเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและการคาดการณ์สภาพอากาศที่แม่นยำมาช่วยเกษตรกร

โดยบริการข้อมูลเชิงเกษตรของ Ricult จะให้ข้อมูลที่มีประโยชน์แก่เกษตรกรและสามารถนำไปใช้ได้ทันที สามารถเพิ่มผลผลิตได้สูงขึ้น 40% และกำไรเติบโตขึ้นถึง 100% ในขณะที่ข้อมูลการคาดการณ์สภาพอากาศทั่วไปมีความละเอียดอยู่ที่ระดับ 50 กิโลเมตร แต่ระบบของ Ricult ครอบคลุมได้ละเอียดถึงระยะ 3 กิโลเมตร

เมื่อได้นำเอาอัลกอริทึมของ Machine Learning ด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและการคาดการณ์สภาพอากาศเข้ามาช่วยวิเคราะห์แสงสะท้อนจากใบไม้เพื่อประเมินสุขภาพของพืชผลว่าพืชส่วนไหนมีสุขภาพที่ดีและส่วนไหนที่ต้องรับการดูแลเพิ่ม

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับโครงการ dtac smart farmer และมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดในการเข้าถึงกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ โดยหวังว่าแอปพลิเคชันนี้จะช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น

AI Machine Learning และ Big Data

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Big Data สามารถช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ?

จากข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งาน ช่วยให้สามารถวิเคราะห์การเดินทางสัญจรของผู้ใช้งานทั่วทั้งประเทศ

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลการระบาดของไข้มาลาเรีย เพื่อคาดการณ์การระบาดของโรคในครั้งต่อไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีขนาดใหญ่มหาศาล ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

และถ้าเราสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าไข้เลือดออกหรือไข้มาลาเรียจะแพร่ระบาดไปยังพื้นที่ใด จะช่วยให้สถาบันสุขภาพแห่งชาติสามารถวางมาตรการป้องกันได้อย่างเหมาะสม เช่น เตรียมการแจกจ่ายมุ้งกันยุง จัดเตรียมคลีนิกเคลื่อนที่ เผยแพร่ข้อมูลในการป้องกันโรคระบาด รวมถึงการลงตรวจสอบพื้นที่อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

AI Machine Learning และ Big Data

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า AI ช่วยยกระดับการทำงานไปอีกขั้น?

ในปี 2560 ที่ผ่านมา ดีแทคมีรายได้จากแพ็คเกจเสริมจำนวน 15,000 ล้านบาท ซึ่่ง 30% จากจำนวนนี้มาจาก AI โดยเติบโตขึ้น 40% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท โดยคาดว่าในปี 2561 นี้ AI จะสามารถช่วยให้บริการต่างๆของดีแทคมีมูลค่าที่เติบโตเพิ่มขึ้นอีก

ต่อไปการนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม จะมีการนำ AI ปัญญาประดิษฐ์, Machine Learning และ Big Data เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตลาดแบบตัวต่อตัวให้ดียิ่งขึ้นได้มากกว่าแต่ก่อน โดย Machine Learning เข้ามาช่วยพัฒนาการตรวจสอบการลงทะเบียนของบริการระบบเติมเงิน โดยการใช้ระบบจดจำภาพใบหน้า นอกจากนี้มันยังถูกใช้ในการพัฒนา Social Listening Tool เพื่อช่วยในการจำแนกประเภทของความคิดเห็นบนสื่อสังคมต่าง ๆ โดยทั้งสองโปรเจ็คมีความแม่นยำสูงกว่า 90%

ซึ่งในการทำแต่ละโปรเจ็คนั้น จะต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหาร โดยสร้างสมดุลระหว่างการใช้ Hard Skills and Soft Skills เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการทำงานยุคดิจิทัลที่มีเปลี่ยนแปลงด้านข้อมูลและเทคโนโลยีตลอดเวลา ซึ่งได้นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล เข้ามาร่วมทีมวิเคราะห์ข้อมูล

และเพื่อเสริมแกร่งศักยภาพการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดีแทคยังได้ร่วมมือวิจัยด้าน AI กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสร้างทรัพยากรด้าน AI รุ่นใหม่กับประเทศ โดยมุ่งเน้นไปยังด้านระบบอัจฉริยะอัตโนมัติ หรือ Intelligent Automation Machine Learning การเสริมสร้างประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า และการวิเคราะห์ข้อมูล

โดยต่อไปในอนาคต AI นั้นจะมาช่วยตอบปัญหา แนะนำข้อมูล และช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของลูกค้าได้ ทั้งยังสามารถจดจำและเรียนรู้ Text ต่างๆเพื่อช่วยประมวลผลข้อมูลทางเอกสารเพื่อช่วยลดภาระและลดความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ AI จะเป็นตัวช่วยประมวลผล โดยการนำ Machine Learning และ Big Data ที่ได้รับมาควบรวมจนเกิดเป็นสิ่งที่จะนำเสนอให้แก่ลูกค้าเป็นรายบุคคลได้


อ่านคอนเทนต์การตลาดอ่าน MarketeerOnline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer