สงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในปีนี้ได้วางแผนลงทุน 1,900 ล้านบาท ในการสร้างเฟส 2 ของ ทิวทะเลเอสเตท เพื่อเสริมความเป็น Mixed Use และมุ่งสู่ความเป็น The Ultimate Luxury Beachfront Community
โดยเงินลงทุนจะแบ่งเป็น 800 ล้านสำหรับพัฒนาโรงแรมเพิ่มอีก 49 ห้อง พร้อมพัฒนาพื้นที่ให้มีห้องบอลรูม ห้องประชุมขนาดใหญ่ คูลสปา คิดส์คลับ ร้านอาหารซึ่งคาดว่าจะน่าเปิด ช่วงในปี 2020 เพื่อเป็นการขยายพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวชะอำ–หัวหิน มากขึ้น ใช้พื้นที่ 8 ไร่
อีก 300 ล้านทำคอมเมอร์เชียลสไตล์ใหม่ๆ เอ้าท์ดอร์เพลย์กราวด์ เป็นคอมมิวนิตี้มอลล์สำหรับส่วนกลาง ใช้พื้นที่ 10 ไร่, บ้านเดี่ยวและทาวเฮาล์ อีก 100 ล้านบาท โดยวางแผนที่จะขายในราคา 3-4 ล้านบาท
และอีก 700 ล้านบาทสำหรับทำโมเดลธุรกิใหม่ที่เป็น ไทม์แชริ่ง ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบโรงแรมกึ่งคอนโดมิเนียม
“ไทม์แชริ่งถือเป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังจะทำ เนื่องจากมองว่ากลุ่มลูกค้าบางส่วนไม่ได้อยากซื้อไว้เป็นของตัวเอง แต่ก็อยากมาพักผ่อนและต้องมีที่พักที่แน่นอน ซึ่งการทำออกมาในรูปแบบโรงแรมกึ่งคอนโดมิเนียมถือว่าตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก”
สำหรับทิวทะเลเอสเตท เป็นโครงการการร่วมทุนกันระหว่างบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ชะอำ–หัวหิน เนื้อที่ประมาณ 110 ไร่ ขณะนี้ใช้พื้นที่ไปแล้ว 50 ไร่ มีทั้งหมด 4 โครงการ ใช้เงินลงทุนไปกว่า 7,200 ล้านบาท
โดยโครงการที่ทำไปแล้วขณะนี้ได้แก่โครงการบ้านทิวทะเลอความารีน (Aquamarine) ปัจจุบันมียอดขายไปแล้วกว่า 97%, โครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ (Blue Sapphire) ปัจจุบันมียอดขายไปแล้วกว่า 75%
โครงการบลู (Blu) ปัจจุบันมียอดขายไปแล้วกว่า 50% นอกจากนี้ยังมีโครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดดำเนินการไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้แก่โครงการ Baba Beach Club Hotel & Residences Hua hin ปัจจุบันมียอดขายในส่วนของเรสซิเดนซ์ ไปแล้วกว่า 70%
ทั้งนี้ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ของตลาดชะอำ–หัวหิน ยังมีการเติบโตที่ดีขึ้นหลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีความซบเซา โดยสังเกตได้จากการขึ้นโครงการใหม่ๆ ที่ผ่านมายังค่อนข้างน้อย แต่ในช่วงจากนี้ไปมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ ชะอำ–หัวหินจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
โดยมีปัจจัยหนุนจากภาครัฐที่มีแผนพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคต่างๆอาทิการสร้างทางด่วนยกระดับพระราม2 ลอยฟ้า กรุงเทพฯ–ราชบุรี และทางด่วนใหม่เชื่อมพระราม 3-วงแหวน รวมถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ ที่จะช่วยให้การเดินทางมาชะอำ–หัวหินมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
