นายพาที สารสิน ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเรียลลี เรียลลี คูล (Really Really Cool) บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ และอดีตซีอีโอของสายการบินนกแอร์ เปิดตัวหนังสืออัตชีวประวัติที่บอกเล่าถึงความท้าทายและวิกฤตการณ์ที่เขาเผชิญในการบริหารนกแอร์ สายการบินราคาประหยัดของไทย

“หนังสือเล่มนี้เป็นที่น่าถกเถียงและอาจทำให้บางคนไม่พอใจ แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องถูกบอกเล่า” นายพาทีกล่าว

“มันเป็นเรื่องน่าสนใจที่ตอนนี้เรากำลังเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ ในขณะที่อุตสาหกรรมการบินกำลังประสบกับวิกฤตการณ์ระดับโลกที่เกิดจากไวรัสโคโรนา (Coronavirus) เพราะหนังสือของผม Smiling Through Turbulence เป็นเรื่องเกี่ยวกับความท้าทายที่สายการบินต่างๆ เผชิญอยู่ทั้งสิ้น ในฐานะซีอีโอของสายการบิน คุณต้องกล้าเผชิญหน้าและรับมือกับวิกฤตต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสายการบิน เพื่อให้ทีมงานของคุณสามารถทำหน้าที่ของพวกเขาในการดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารของสายการบินได้อย่างเต็มที่”

“คนจะตัดสินคุณที่วิธีการรับมือในภาวะวิกฤติ มากกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”

“ในช่วงวิกฤตคุณต้องคิดถึงสิ่งที่สามารถทำได้ในฐานะซีอีโอและในฐานะสายการบินเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น วิธีที่คุณจัดการกับสถานการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น สายการบินที่เผชิญกับวิกฤตจำเป็นต้องตอบสนองอย่างเหมาะสม มีความยืดหยุ่น และให้การช่วยเหลือผู้อื่น แต่เมื่อต้องให้ความช่วยเหลือผู้อื่น แทนที่จะพยายามทำทุกอย่าง คุณต้องเข้าใจถึงข้อจำกัดและสิ่งที่คุณสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่คุณสามารถทำให้ได้” นายพาทีกล่าวเสริม

เขากล่าวว่า สายการบินมักจะอยู่ในอันดับต้นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลก รวมถึงสถานการณ์ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน “แต่สายการบินมีความเชี่ยวชาญในการรับมือกับวิกฤตและมีความสามารถที่จะฟื้นตัว ซึ่งผมมั่นใจว่าอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจะผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอน”

ในหนังสือ Smiling Through Turbulence นี้ นายพาทีได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ทั้งขาขึ้นและขาลงในการบริหารสายการบินนกแอร์ หนึ่งในสายการบินราคาประหยัดชั้นนำของเอเชีย เขาร่วมก่อตั้งนกแอร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2547 และดำรงตำแหน่งซีอีโอตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งก้าวลงจากตำแหน่งในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 ปัจจุบันนายพาทีดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ ที่มีชื่อว่า เรียลลี เรียลลี คูล ทำงานร่วมกับกลุ่มโรงแรมและสายการบินต่างๆ เช่น โรงแรมในเครือดุสิตธานี สายการบินไทยแอร์เอเชีย ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ นกแอร์ และนกสกู๊ต

เรียลลี เรียลลี คูล ส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

“ธุรกิจตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ของผมได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในปัจจุบัน แต่ธุรกิจของผมและอุตสาหกรรมจะฟื้นตัว ซึ่งเมื่อคุณทำงานในอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว คุณต้องรับมือกับวิกฤตการณ์มากมาย” นายพาทีกล่าว

ในหนังสือ Smiling Through Turbulence นี้ นายพาทีได้เล่าถึงวิกฤตสำคัญๆ ที่เขาเผชิญ รวมถึงบทเรียนที่ได้รับจากการบริหารสายการบินนกแอร์ เริ่มด้วยเหตุการณ์สึนามิเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2547 ที่ได้สร้างความเสียหายในเอเชียรวมถึงพื้นที่บางส่วนในภาคใต้ของประเทศไทย

“นกแอร์เพิ่งเปิดตัวได้เพียงไม่กี่เดือนก่อนเกิดภัยพิบัติสึนามิขึ้น ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินงานของสายการบิน จนเกือบทำให้ธุรกิจของเราต้องปิดตัวลง” เขากล่าว

นายพาทียังได้เปิดเผยในหนังสือเล่มนี้อีกด้วยว่า ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2551 นกแอร์ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักจนเกือบล้มละลาย เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้สถานะการเงินของสายการบินไม่สามารถควบคุมได้ “เราขาดทุนไปแล้วในปี พ.ศ. 2550 เมื่อราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ประมาณ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นไปอีกในปี พ.ศ. 2551 ทำให้ปัญหาหนักยิ่งขึ้น และมาถึงจุดที่เรากำลังจะล้มละลาย ในปลายปี พ.ศ. 2551 เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงถึง 140 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในขณะนั้นสายการบินเผชิญกับการขาดทุนเป็นจำนวนสามล้านบาท (100,000 เหรียญสหรัฐ) ต่อวัน ซึ่งถือเป็นเงินจำนวนมากสำหรับผู้ให้บริการเอกชนรายเล็ก และเรามีเงินสดเหลือเพียงพอสำหรับการดำเนินงานต่อไปเพียงอีกไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น แต่การล้มละลายของธนาคารเลห์แมน บราเธอร์ส ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 และวิกฤตเศรษฐกิจการเงินโลกที่ตามมาได้ช่วยเราไว้ เพราะมันทำให้ราคาน้ำมันตกลงอย่างรวดเร็ว” เขากล่าว

วิกฤตสำคัญอื่นๆ ที่นายพาทีกล่าวถึงในหนังสือประกอบด้วย

 

–          การประท้วงทางการเมืองในประเทศไทยปี พ.ศ. 2549 ที่ทำให้สนามบินนานาชาติทั้ง 2 แห่งในกรุงเทพฯ ปิดให้บริการ

–          เหตุการณ์น้ำท่วมในปี พ.ศ. 2554 ที่ท่วมพื้นที่หลายแห่งในกรุงเทพฯ ทำให้นกแอร์ต้องย้ายฐานบินจากสนามบินนานาชาติดอนเมือง ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ

–    การล่มของระบบไอทีที่เกิดขึ้นกับนกแอร์ในปี พ.ศ. 2558 เมื่อระบบการจองล้มเหลวทำให้เกิดความล่าช้าในการเช็กอิน และเกิดความไม่สงบที่อาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบิน

–         และการประท้วงของนักบินนกแอร์ปี พ.ศ. 2559

นายพาทียังเปิดเผยเป็นครั้งแรก ถึงความล้มเหลวของนกแอร์ในประเทศไทยว่ามีความเกี่ยวข้องกับไลอ้อนแอร์ สายการบินต้นทุนต่ำของอินโดนีเซีย “หนึ่งในความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราคือการพบกับนายรุสดี คิรานา ประธานอำนวยการของกลุ่มสายการบินไลอ้อนแอร์ สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย เมื่อผมมองย้อนกลับไปในชีวิตของผมตอนนั้น ผมสงสัยว่าทำไมเราถึงพบกับนายรุสดี”

“เรารู้กันมานานแล้วว่าไลอ้อนแอร์ต้องการที่จะตั้งสายการบินในประเทศไทย และเราคิดว่าหากไลอ้อนแอร์จะเข้ามาสู่ตลาดเต็มตัว เราควรเริ่มพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเป็นพันธมิตร แต่การพูดคุยกับไลอ้อนแอร์กลายเป็นบทพิสูจน์ความผิดพลาดครั้งใหญ่ เพราะแทนที่จะเป็นพันธมิตรกับนกแอร์ ไลอ้อนได้ก่อตั้งไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air) ซึ่งเข้ามาในตลาดไทยและจุดประกายสงครามราคา ไลอ้อนเข้าสู่ตลาดไทยไม่ใช่เพื่อแข่งขันกับนกแอร์แต่เพื่อแข่งขันกับแอร์เอเชีย นายรุสดีและนายโทนี่ เฟอร์นานเดส ผู้บริหารของแอร์เอเชียเป็นคู่แข่งกัน แต่ที่น่าเศร้าคือนกแอร์กลายเป็นฝ่ายได้รับความเสียหายจากการต่อสู้เพื่อครองตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างกลุ่มแอร์เอเชียและกลุ่มไลอ้อนแอร์”

Smiling Through Turbulence มีวางจำหน่ายทางช่องทางต่างๆ ดังนี้

–          Amazon.com (Kindle และ Amazon สั่งพิมพ์ตามต้องการ)

–         IngramSpark (สั่งพิมพ์ตามต้องการ)

–         Barnes & Noble online

–         Apple Books

–         Google Play

–         Rakuten Kobo

–         Kobo Plus

–         Overdrive

–         SCRIBD

–         dang dang.com

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer