สงครามในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในแถบดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังทำให้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกต้องสะเทือน โดยในเอเชียกำลังเผชิญกับภาวะ “Double Shock” ทั้งจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% และวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน จนดันราคาตั๋วเครื่องบินให้แพงขึ้นตามไปด้วย

Korean Air สายการบินแห่งชาติของเกาหลีใต้ จำเป็นต้องปรับราคาตั๋วเครื่องบินขึ้นเพื่อรับมือกับราคาด้านน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างกะทันหัน เนื่องจากเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียเกือบทั้งหมด ความเปราะบางต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจึงสูงกว่าประเทศอื่น

พร้อมกันนี้ยังได้เตือนทั้งองค์กรให้ช่วยกันประหยัดจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ส่วนสายการบินร่วมชาติอย่าง Asiana Airlines และ Busan Air ก็ใช้มาตรการเดียวกัน และยังชะลอการลงทุนที่ไม่จำเป็น รวมถึงการซื้อเครื่องบินใหม่ออกไปก่อนอีกด้วย

ด้าน China Eastern Airlines สายการบินใหญ่ของจีน ก็ได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบที่รุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจในปีนี้จากวิกฤตพลังงาน ซึ่งมาตรการที่จำเป็นในตอนนี้คือการขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินตามค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge)

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่า แม้จีนจะเป็นผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ แต่ก็เป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกเช่นกัน

สถานการณ์ในฮ่องกงก็ไม่ต่างกัน โดยสายการบิน Cathay Pacific ได้ขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินหลังจากรวมค่าธรรมเนียมน้ำมันเข้าไปในตั๋วทุกประเภทแล้ว

ส่วนทางด้านญี่ปุ่น สายการบิน Japan Airlines ต้องเผชิญกับราคาตั๋วที่พุ่งสูงขึ้นในเส้นทางยุโรป เนื่องจากความต้องการที่ล้นหลามหลังจากการปิดเส้นทางบินผ่านตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่แพงขึ้น

ด้านสายการบินร่วมชาติอย่าง ANA แม้จะยังไม่ขึ้นค่าธรรมเนียมในทันทีเนื่องจากมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไว้แล้ว แต่เมื่อสัญญาดังกล่าวหมดลง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็เพิ่มขึ้นและต้องปรับราคาตั๋วเครื่องบินครั้งใหญ่

ทางแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานการณ์ในบางพื้นที่เข้าขั้นวิกฤต โดยอินเดียต้องเผชิญกับการยกเลิกเที่ยวบินไปตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดหลัก จนรัฐบาลต้องตัดสินใจยกเลิกเพดานราคาค่าโดยสารชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้สายการบินปรับราคาตั๋วตามต้นทุนที่แท้จริงได้

ส่วนที่สิงคโปร์ ทางสายการบิน Singapore Airlines และ Scoot ยืนยันว่าค่าน้ำมันได้กลายเป็นค่าใช้จ่ายหลักถึง 30% ของต้นทุนทั้งหมดไปแล้ว ดังนั้นราคาตั๋วเครื่องบินในช่วงนี้จึงแพงขึ้น

ขณะที่ฟิลิปปินส์ หลังกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ประกาศสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ถึงขั้นระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะต้องสั่งระงับการบินเนื่องจากขาดแคลนเชื้อเพลิง เช่นเดียวกับเวียดนามที่การส่งมอบน้ำมันล่าช้าจนต้องระงับเที่ยวบินภายในประเทศบางส่วนไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตยังมีโอกาส โดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบินมองว่าสายการบินขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมทางด้านเงินทุนและฝูงบินที่ทันสมัย จะสามารถฉวยโอกาสในช่วงที่สายการบินจากตะวันออกกลางไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ ด้วยการโยกย้ายเครื่องบินลำใหญ่ไปลงในเส้นทางที่มีความต้องการสูงและมีผู้โดยสารที่มีกำลังซื้ออย่างเส้นทางลอนดอนหรือยุโรป ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ Singapore Airlines และ Qantas กำลังดำเนินการอยู่

ในทางตรงกันข้าม สายการบินขนาดเล็กที่ใช้เครื่องบินรุ่นเก่าซึ่งสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า จะต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างสาหัส เนื่องจากมีตัวช่วยในการบริหารความเสี่ยงน้อยกว่าในยามที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่เช่นนี้

วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางจากสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ได้กลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการบินเอเชียอีกครั้งต่อจากยุคล็อกดาวน์ โดยการก้าวเข้าสู่โหมดฉุกเฉินของสายการบินเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่การเอาตัวรอดจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่คือการปรับตัวเชิงโครงสร้างเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาว

ดังนั้นผู้ที่จะอยู่รอดได้ในวิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงผู้ที่มีเงินทุนหนาที่สุด แต่คือผู้ที่มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ และสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา / bbc