OKRs คืออะไร และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรได้อย่างไร ? โดย รวิศ หาญอุตสาหะ

ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม เรื่องของการวัดผลและติดตามเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถวัดผลหรือติดตามความคืบหน้าของโปรเจกต์ที่เรากำลังทำอยู่ได้ จะทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้เป็นสิ่งที่สำคัญจริงๆ ใช่ไหม หรือเรากำลังวุ่นวายทำแต่สิ่งที่ไม่สำคัญ (ทำงานเยอะ แต่ไม่ใช่งานสำคัญ) เมื่อเป็นแบบนี้ก็ยากที่จะบรรลุ Goals ที่ตั้งไว้ได้

และ Tools ที่ใช้ในการติดตามและวัดผลก็มีมากมาย แต่ช่วงหลังๆ มานี้มีเครื่องมืออันหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากเพราะถูกใช้โดยบริษัทดังๆ ของโลกหลายแห่ง และเริ่มมีบริษัทใหญ่ในไทยหลายแห่งใช้ นั้นก็คือ OKRs นั่นเองครับ

วันนี้เลยอยากจะมาแชร์การใช้ OKRs กับบริษัทมีเดียเล็กๆ ให้ฟังครับว่า เป็นอย่างไรบ้าง และเจ้า Tools นี้มีวิธีการใช้งานอย่างไร

OKRs ย่อมาจาก Objectives and Key Results

O: Objectives
KRs: Key Results

หลักคิดนี้ถูกคิดขึ้นโดยศาสตราจารย์ แอนดี้ โกรฟ (Andy Grove) สุดยอดซีอีโอแห่งอินเทล

และจากบันทึกในวิดีโอที่แอนดี้พูดไว้ในปี ค.ศ. 1975 อธิบายสิ่งนี้ไว้อย่างเรียบง่ายว่า OKRs คือ วัตถุประสงค์ (Objectives) และผลลัพธ์หลัก (Key Results) วัตถุประสงค์คือทิศทาง ในขณะที่ผลลัพธ์หลักจะต้องถูกตรวจวัด และท้ายที่สุดแล้วมันจะชัดเจนทันทีว่า ทำได้, ไม่ได้ หรือยังไม่ได้ทำโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

ส่วนเรื่องของวิธีการตั้งนั้น การตั้ง O (วัตถุประสงค์: Objectives) ควรที่จะต้องตั้งให้ท้าทาย ไม่ง่ายเกินไป หรือยากเกินไป อัตราความเป็นไปได้ควรจะอยู่ที่ 50-70% และ KRs ผลลัพธ์หลัก (Key Results) ควรที่จะชัดเจน วัดได้ในเชิงตัวเลข และส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2-5 KRs (ส่วนใหญ่ผมมักจะให้ทีมตั้งไม่เกิน 3 KRs แต่ก็มีที่มากกว่า 3 อยู่พอสมควร)

ตัวอย่าง

O: เป็นแบรนด์รองเท้าที่คนชอบและพูดถึงมากที่สุดในไทย

KRs 1: ต้องมียอดขาย 200,000 คู่
KRs 2: Engagement บน Social Media เพิ่มขึ้น 300% (ในด้านดี)

โดยทีมผมมักจะตั้ง OKRsของปี และแบ่งออกมาเป็นของแต่ละไตรมาส และแต่ละคนก็จะมีOKRs ไตรมาสของตัวเองอีกที สิ่งสำคัญสำหรับการตั้ง OKRsส่วนตัวคือ ต้องให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การแข่งกันทำเยอะ แต่เป็นการโฟกัสและลงมือทำในสิ่งที่สำคัญและมีผลกับเป้าหมายจริงๆ

หลังจากนั้นผมจะใช้ไวท์บอร์ดขนาดใหญ่หนึ่งอัน และวาดช่องสี่เหลี่ยมลงไปในนั้น โดยจะมีลักษณะนี้ครับ

(ใช้ตัวอย่างจากเรื่องรองเท้าต่อนะครับ)

This Week:

P1ทำเว็บไซต์ใหม่ให้เสร็จ

P1 สร้างตัวแทนจำหน่ายในข่อนแก่น

P1 ปล่อยสินค้าตัวใหม่ศุกร์นี้

Objective: Q1
1. สร้างแบรนด์ใหม่ 3/10
2. เป็น top of mind ในกลุ่มสินค้ารองเท้า 5/10
3. ปรับระบบ recruitment 6/10
Next 4 Week:

1. จัดงานเปิดรองเท้ารุ่นใหม่

2. Brand Collaboration กับ ….

Health Metrics:
1. ลูกค้า: เหลือง
2. ความสุขของทีม: เหลือง
3. Code ในเว็บ: แดง (bug เยอะต้องรีบแก้)

 

วิธีนี้ผมได้มาจากการอ่านหนังสือที่ชื่อว่า Radical Focus เลยหยิบมาลองปรับๆ และใช้ดูก็พบว่ามันเวิร์กมากทีเดียว

ช่องซ้ายบน This Week ผมจะให้ทีมจัดลำดับความสำคัญของสัปดาห์นี้ว่ามีอะไรบ้างที่สำคัญและต้องทำให้เสร็จ (แน่นอนต้องเป็นสิ่งที่ช่วยให้ O สำเร็จด้วย) โดยจะเขียนนำหน้าด้วยตัว P และตามด้วยตัวเลข เช่น P1, P2 (P=Priority, 1=สำคัญมากสุด, 2=รองลงมา)

ต่อมาที่ช่องซ้ายล่าง Next 4 Week ช่องนี้จะเป็นการแพลนไว้ให้รู้ว่ามีอะไรสำคัญ ที่ต้องทำในอีก 4 สัปดาห์ต่อจากนี้บ้าง

ขวาบนในช่องของ Objective อันนี้เป็นช่องเพื่อใช้อัปเดตสถานะของ O ตามไตรมาสที่กำลังทำงานอยู่ โดยจะเขียนคะแนนความคืบหน้าไว้ข้างหลัง เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้เราถึงไหนกันแล้ว

ส่วนช่องสุดท้ายคือ Health Metrics ผมจะให้ทีมเขียนสิ่งที่ควรจะต้องให้ความสำคัญและระมัดระวังในช่วงนี้ หรือสิ่งที่เราจะต้องไม่สูญเสียมันไประหว่างที่กำลังมุ่งไปสู่เป้าหมาย (คือถ้าสูญเสียไปจะมีผลอย่างมาก) และจะเขียนต่อท้ายไว้สีต่างๆ อย่าง แดง, เหลือง, เขียว

และทุกวันจันทร์ทีมของผมก็จะมาอัปเดตและพูดคุยกันสั้นๆ เกี่ยวกับความคืบหน้าของ OKRsผ่าน 4 ช่องนี้

ต้องบอกว่าจริงๆ แล้ว OKRsนั้นไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อน อย่างที่หลายคนคิด เพราะเอาจริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องของวิธีคิดซะส่วนใหญ่ ดังนั้น ในช่วงแรกของการนำ OKRsมาใช้ อาจจะมีติดๆ ขัดๆ บ้าง แต่เมื่อทุกคนในทีมเข้าใจดีแล้ว ก็จะทำให้ทุกคนรู้ว่า ณ ตอนนี้ อะไรคืองานที่สำคัญจริงๆ ที่ต้องลงมือทำ

เหมือนกับที่ แอนดี้ โกรฟ เคยพูดไว้ว่า
“ทุกสิ่งที่คุณรู้มา มันแทบจะไม่มีความสำคัญเลย การลงมือทำต่างหากล่ะ ที่สำคัญที่สุด”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน