Game Changer ปี 63 ของ “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” จะ Change หรือ Unchangeable?

‘ไม่ขี้เหร่’-อาจเป็นนิยามผลการดำเนินงานของ “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” เพราะถ้ามองในแง่ตัวเลขการเติบโตในปี 2562 สะท้อนว่าธุรกิจกลุ่มบัตรเครดิตและสินเชื่อของกรุงศรีฯ สามารถเติบโตต่อได้เรื่อยๆ

– จำนวนบัญชีอนุมัติใหม่รวม 978,000 บัญชี เพิ่มขึ้น 24%

– ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 330,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%

– ยอดสินเชื่อใหม่ 100,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14%

– ยอดสินเชื่อคงค้างรวม 150,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%

แม้ภาวะเศรษฐกิจฝืดๆ จะกระทบต่อ ‘กำลังซื้อ’ ของผู้บริโภค ทำให้บริษัทต้องเข้มงวดในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับลดเป้าบัญชีอนุมัติใหม่ลง 10% หรือประมาณ 890,000 บัญชี

ยิ่งเทียบ ‘เป้าหมาย’ กับ ‘ผลการดำเนินงาน’ ในปีที่ผ่านมา “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” มองว่าปี 63 จะเติบโตช้าลงกว่าเดิม ตั้งแต่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเหลือการเติบโตที่ 8% ยอดสินเชื่อใหม่ 11% และยอดสินเชื่อคงค้าง 6%

“สาเหตุที่ปรับลดลง เพราะตั้งแต่กลางเดือนมกราคม เราทำนโยบายใหม่เรื่องภาระหนี้ต่อรายได้ หนี้ที่มากกว่า 70% เราต้องขออนุญาตปฏิเสธไปก่อน และกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทที่มีภาระหนี้ก็ต้องปฏิเสธไปก่อน” ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ให้เหตุผล

ยิ่งภาพรวมตลาดมีปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวก ได้แก่ อัตราภาระหนี้สูง อัตราหนี้เสียสูง ประชากรวัยทำงานลดลง เข้าสู่สังคมสูงวัย และกำลังซื้อลดลง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ performance จะไม่หวือหวาเท่าปี 62

กล่าวคือเศรษฐกิจมีผลโดยตรงต่อธุรกิจแบงก์

ยิ่งกว่านั้นแบงก์ยังมี ‘คู่แข่ง’ ที่มากกว่าแบงก์ นั่นคือ ‘สตาร์ทอัพ’ รวมไปถึงแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีจากหลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น

Line Grab Gojek Lazada JDCentral หรือ Shopee

ฐากรมองว่าธุรกิจเหล่านี้คือคู่แข่งใหม่ๆ เนื่องจากมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ บางรายมีถึง 40 ล้านราย มีเทคโนโลยีทันสมัย มี data พฤติกรรมของผู้บริโภค มีการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ มีเงินทุน และนัยสำคัญคือความต้องการขยายตลาดเข้าสู่ธุรกิจสินเชื่อ

นี่คือความท้าทายที่ “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” มองว่าหากไม่ปรับตัวขนาดที่เป็น Game Changer อาจทำให้ธุรกิจค่อยๆ หายไป

ขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

ส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทมองว่า ตลาดเมืองไทยเริ่มถึงจุดอิ่มตัว เติบโตต่อแบบไม่ก้าวกระโดด ผิดกับตลาดเพื่อนบ้าน

บริษัทเข้าไปรุกตลาดโดยเน้นประเทศกลุ่ม CLMV รวมถึงฟิลิปปินส์

ธุรกิจที่เข้าไปลงทุนในแต่ละประเทศจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เช่น ลาว-สินเชื่อรถยนต์ กัมพูชา-ไมโครไฟแนนซ์และสินเชื่อผ่อนชำระ ฯลฯ

แผนปี 2560-2562 คือศึกษาโอกาสในการขยายธุรกิจสินเชื่อรายย่อยในประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ พม่า และอินโดนีเซีย

ส่วนในไตรมาส 2/63 บริษัทจะเข้าไปขยายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อส่วนบุคคล ประกันชีวิต และบัตรเครดิตในประเทศฟิลิปปินส์

โดยตั้งเป้ารายได้จากต่างประเทศคิดเป็น 10% ของกำไรสุทธิ ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากตลาดต่างประเทศเพียง 5% ของกำไรสุทธิ

ใช้แอปพลิเคชัน U Choose ต่อยอด Ecosystem เร่งสร้างการเติบโต

U Choose แอปพลิเคชันเครือธนาคารกรุงศรีฯ ที่บริษัทนิยามเป็น “แพลตฟอร์มการทำตลาดรูปแบบใหม่” ที่ช่วยลูกค้าสมัครสินเชื่อบนแอปพลิเคชัน

ปัจจุบันบัตรเครดิตกรุงศรีมีฐานลูกค้าราว 6 ล้านบัญชี มีวงเงินพร้อมใช้ราว 500,000 ล้านบาทในปี 2562 โดยบริษัทได้ใช้ data เข้ามาเสนอผลิตภัณฑ์ตามความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภค

“หลังจากนี้เราจะทำ Data Monetization เรียกง่ายๆ ว่าเราจะทำมาหากินกับข้อมูลที่เรามีอยู่ เพราะข้อมูลบัตรเครดิตจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรม เรารู้ว่าลูกค้าทำงานที่ไหน เพศอะไร มีครอบครัวหรือเปล่า เข้าโรงพยาบาลหรือเปล่า เล่นฟิตเนสหรือเปล่า สั่งแกร็บหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้เรารู้หมด” ฐากรกล่าว

แต่การใช้ Data จะต้องมาบน Right Time และ Right Channel เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็น data ที่เป็นประโยชน์และต้องไม่รู้สึกว่าถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว

ทั้งนี้ยอดการใช้จ่าย 12 อันดับสูงสุด ตามลำดับ ดังนี้ (1) ประกันภัย 134,000 ล้านบาท (2) ซูเปอร์มาร์เก็ต 82,000 ล้านบาท (3) น้ำมัน 71,000 ล้านบาท (4) บ้าน 60,000 ล้านบาท (5) หมวดเดินทางท่องเที่ยว 58,000 ล้านบาท (6) ห้างสรรพสินค้า 44,000 ล้านบาท (7) แฟชั่น 39,000 ล้านบาท (8) ร้านอาหาร 36,000 ล้านบาท (9) แกดเจ็ตไอที 32,000 ล้านบาท (10) โรงพยาบาล 31,000 ล้านบาท (11) ออนไลน์ช้อปปิ้ง 24,000 ล้านบาท และ (12) รถยนต์ 23,000 ล้านบาท

เน้น AI และนำ Data

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการทำการตลาดของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ในปี 62 ที่ทำแคมเปญไปมากกว่า 6,000 แคมเปญ

แต่วิธีการทำตลาดรูปแบบใหม่จะเน้นการใช้ Data และ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ตามความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้า จากเดิมที่มีทีมงานคิดแคมเปญและวิธีการทางการตลาดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แต่ปัจจุบันทีมการตลาดจะไปหาข้อมูลเบื้องต้นมาวางไว้ในระบบหลังบ้าน

แล้วบริษัทได้สร้าง “AI Prediction Algorithm” เพื่อนำข้อมูลพื้นฐานของลูกค้าไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ตามความต้องการ โดยใช้เวลาคิดแคมเปญที่เร็วที่สุดเพียง 2 วินาทีเท่านั้น

“เมื่อลูกค้าทำบางสิ่งบางอย่าง แล้ว AI จะบอกว่าอะไรเป็น Next Best Offer” ฐากรเสริม

สถานการณ์ตัวอย่างคือ เมื่อลูกค้าได้จองโรงแรมที่ต่างจังหวัด แล้ว AI จะไปวิเคราะห์ความต้องการต่อไปว่าอะไรที่จำเป็นต่อลูกค้า จากนั้น AI จะนำเสนอเรื่องประกันการเดินทางในเวลาถัดมา ผ่านแพลตฟอร์มทั้งแอปพลิเคชัน U Choose และโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ ยังมีคอลเซ็นเตอร์ชื่อ “น้องมะนาว” ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยเพื่อลดขั้นตอนซ้ำซ้อนของพนักงาน และยังช่วยประหยัดเวลาการทำงานอีกด้วย

Krungsri Unicorn Start up

เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ของแบงก์ที่ต้องการปั้นสตาร์ทอัพเพื่อเป็น Unicorn ที่จะมาช่วยเสริมธุรกิจแบงก์ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

ฐากรให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นบริษัทวางงบไว้ 20 ล้านบาท โดยตั้งเป้าพัฒนาสตาร์ทอัพจำนวน 8 ทีม ทีมละ 3 คน โดยแต่ละทีมจะได้งบประมาณเฉลี่ยเกือบ 3 ล้านบาทในการพัฒนาโปรเจกต์

ปัจจุบันมีพนักงานของกรุงศรีฯ มาสมัครในโครงการดังกล่าวถึง 600-700 คน

บริษัทแบ่งขั้นตอนการเป็นสตาร์ทอัพ 3 ช่วง คือ Pony ในระยะ 4 เดือนถือเป็นช่วงเสนอไอเดียเพื่อให้เข้าตากรรมการ ช่วงถัดมาคือ Centaur ในระยะ 8-12 เดือนถัดมา เพื่อเริ่มพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และโมเดลธุรกิจอย่างจริงจัง

โดยขั้นตอน Centaur จะได้ทดลองพัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อนำไปขายงานจริง หากสตาร์ทอัพรายไหนมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นบริษัทได้ก็จะแยกออกมาเป็นบริษัท และมี “กรุงศรีฯ” เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนั้นๆ ส่วนสตาร์ทอัพรายไหนที่ยังไม่สามารถพัฒนาเป็นโมเดลเพื่อหารายได้ด้วยตัวเองแต่สามารถเติมเต็ม Ecosystem ให้กับธนาคารได้ ก็จะเป็นแผนกใหม่โดยทีมสตาร์ทอัพก็จะเป็นหัวหน้าแผนกใหม่แผนกนั้น

จนมาถึงปลายทางของโครงการคือการเป็นยูนิคอร์น เพื่อเป็นบริษัทรายใหม่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

สรุปแล้ว Game Changer จะต้องไม่ใช่แค่การวางเป้าหมายในทางธุรกิจเท่านั้น หากเป็นการใช้ประโยชน์จาก Ecosystem ที่คู่แข่งไม่ดีเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AI และ Data ที่ต้องเข้าไปอยู่ในทุกวิธีคิดการทำงาน

เพราะถ้าไม่ใช่ ‘Bank’ จะแพ้ Non-Bank เข้าสักวัน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน