ทำไม ร้านสะดวกซื้อ ถึงเติบโต

สะดวกซื้ในปีที่ผ่านมาสินค้า FMCG (Fast Moving Consumer Goods – สินค้าอุปโภค-บริโภค) ในช่องทาง ร้านสะดวกซื้อ มูลค่า 75,281,015,000 บาท เทียบเป็นสัดส่วน 17% ของ มูลค่า FMCG ในช่องทางค้าปลีกทั้งหมดที่มีมูลค่า 442,829,500,000 บาทอ้างอิงจากข้อมูลของกันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์)

โดย 4 ปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของมูลค่า FMCG ในช่องทางร้านสะดวกซื้อมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นปีละ 0.5% ในช่องทางค้าปลีกทั้งหมด

โดยปัจจุบัน ร้านสะดวกซื้อ มีสัดส่วน 17% และเป็นช่องทางที่มียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 3 รองจากโชห่วย และ ไฮเปอร์มาร์เก็ต

ซึ่งอิษณาติ  วุฒิธนากุล  ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) คาดการณ์ไว้ว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า มูลค่า FMCG ในร้านสะดวกซื้อจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 0.5% ต่อไปเรื่อยๆ และมูลค่า FMCG ในช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ตประสบปัญหาการเติบโตทรงตัว หรือถดถอย
สะดวกซื้อ

เท่ากับว่าภายในปี 2563 ร้านสะดวกซื้อ จะกลายเป็นช่องทางมีมูลค่าสัดส่วนเป็นอันดับ 2 รองจากโชห่วยสะดวกซื้อ

การเติบโตของร้านสะดวกซื้อ ฮาเวิร์ด ชาง กรรมการผู้จัดการ กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) วิเคราะห์ว่ามาจาก

1.การปรับตัวของร้านสะดวกซื้อสู่ Point of Connect ด้วยการเพิ่มบริการใหม่ๆ เช่นบริการรับชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ บริการเติมเงินมือถือ และอื่นๆ

ร้านสะดวกซื้อบางสาขายังปรับตัว ด้วยการจัดสรรพื้นที่ในร้านให้ลูกค้าที่ซื้ออาหารและเครื่องดื่มนั่งรับประทาน ซึ่งการมีพื้นที่ในนั่งทานในร้านเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า FMCG อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นลูกค้าทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในร้าน และหิวน้ำก็สามารถเดินไปหยิบน้ำดื่มมาชำระเงินได้ทันที

นอกจากนี้ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ในประเทศไทยอย่าง 7/11 ยังมีการปรับตัวสู่ Point of Connect ด้วยการเพิ่มบริการ Click and Collect เชื่อมโยงการซื้อสินค้าออนไลน์ไปยังสาขาของ 7/11 โดยในอนาคตผู้ซื้อสินค้าออนไลน์สามารถมารับสินค้าที่สั่งซื้อได้ทาง 7/11 สาขาที่สะดวกได้อีกด้วย

การปรับตัวสู่ Point of Connect ของร้านสะดวกซื้อ เป็นเทรนด์ทั่วเอเชีย โดยในประเทศต่างๆ มีการปรับตัวและเพิ่มบริการที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น 7/11 ในประเทศไต้หวัน มีบริการซื้อขายหุ้นในร้าน, ร้าน Alfamart ในประเทศอินโดนีเซีย มีการแชร์ข้อมูลดาต้าของลูกค้าในร้านให้กับแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าเพื่อพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น เป็นต้น

2.ไฮเปอร์มาร์เก็ตเช่นเทสโก้ และบิ๊กซี ปรับตัวขยายสู่ช่องทางสะดวกซื้อในรูปแบบต่างๆสะดวกซื้อ

3.ครอบครัวคนไทยมีขนาดเล็กลง คนกรุงเทพฯ มีพฤติกรรมการอยู่คอนโด มากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากซื้อที่ละมากๆ เพื่อใช้ในครัวเรือนขนาดใหญ่ เป็นซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

แต่ทั้งนี้การเติบโตของร้านสะดวกซื้อกลับสวนทางกับความถี่ในการซื้อสินค้า FMCG ของแต่ละครัวเรือน โดยในปีที่ผ่านมาผู้บริโภคซื้อสินค้า FMCG เฉลี่ย 200 ครั้งต่อปี ต่อครัวเรือน ลดลงจากปี 2559 ที่มีจำนวน 208.2 ครั้ง และปี 2558 จำนวน 210.1 ครั้ง จากเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว เพราะผู้บริโภคเชื่อว่าการออกไปซื้อสินค้า FMCG น้อยลง จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายที่จะตามมากับการเดินทางไปซื้อสินค้า และเป็นไปได้ว่าพวกเขาเลือกที่จะซื้อสินค้าตามร้านสะดวกซื้อมากขึ้น จากความสะดวกในการเดินทาง และมีโปรโมชั่นด้านราคาที่ดึงดูดผู้ซื้อไม่แตกต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต

 

อ่านคอนเทนต์การตลาดอื่นๆ อ่าน MarketeerOnline.co