ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีที่ผ่านมา เห็นได้ว่า Sizzler คือแบรนด์ที่ไม่ค่อยทำการตลาดหวือหวามากสักเท่าไร จะมีก็เพียงแค่การทำโปรโมชั่นลดโน่นนิดแถมนี่หน่อย เพื่อเอาไว้คอยกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น

แต่ในช่วงไม่ถึงปีที่ผ่านมา Sizzler กลับทำอะไรใหม่ๆ ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำร้านรูปแบบ To Go ที่ตั้งอยู่บนสถานีรถไฟฟ้า, โฟกัสตลาด Food Delivery หรือล่าสุดคือการทำเมนูสเต๊กเนื้อเทียมออกมาขาย

โดยการลุกขึ้นมาปรับตัวเองในครั้งนี้ของ sizzler ก็ไม่ต่างจากธุรกิจร้านอาหารอื่นๆ มากสักเท่าไร

คือมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่รักความสะดวกสบายมากขึ้น momentum ของอุตสาหกรรมร้านอาหารจึงเปลี่ยนไป

จากอดีตที่คนต้องวิ่งเข้าหาร้านอาหาร แต่ตอนนี้กลับกัน เพราะร้านอาหารต้องเป็นฝ่ายเข้าหาผู้คนแทน

โดยตั้งแต่ปรับกลยุทธ์รุกตลาด Food Delivery  กรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด ผู้ให้บริการร้านอาหาร Sizzler ก็ได้เผยว่า ยอดขายจากช่องทาง Delivery เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 10% จากยอดขายทั้งหมด

และกว่า 70% เป็นออเดอร์ที่มาจาก Food Delivery เจ้าต่างๆ

ส่วนอีก 30% เป็นออเดอร์ที่มาจาก Application 1112 ของไมเนอร์เอง

กับยอดใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 400-500 บาท/บิล/ครั้ง

ที่ในปี 2563 นี้กรีฑากรตั้งเป้าไว้ว่ายอดขายจากช่องทาง Delivery จะต้องมีสัดส่วนเพิ่มมาที่ 20-30%

(กรีฑากร ศิริอัฐ)

ในวันที่ธุรกิจร้านอาหารตัดสินใจลดไซส์ตัวเองลงเพื่อเพิ่มความคล่องตัวมากขึ้น Sizzler ก็เช่นกัน กับแผนขยายร้านเพิ่ม 4-5 สาขาในปี 2563 นี้

ซึ่งเดิมที่ร้านของ Sizzler จะมีพื้นที่เฉลี่ยอยู่ 400 ตารางเมตร แต่สาขาเปิดใหม่นี้ จะมีพื้นที่ของตัวร้านอยู่ที่ 200-300 ตารางเมตรเท่านั้น

หรือกับสาขา To Go ซึ่งเป็นรูปแบบของสาขาที่มีขนาดเล็กที่สุด กับพื้นที่เพียง 2 ตารางเมตร เป็นร้านรูปแบบ Grab & Go คือมาซื้อแล้วก็ไป ไม่มีที่นั่งบริการให้

โดยในครึ่งปีแรกของปี 2563 นี้ Sizzler เล็งที่จะเปิดสาขาแบบ To Go เพิ่มอย่างน้อย 4-5 สาขา บนโลเคชั่นที่มีผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เช่น บนสถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น

อีกหนึ่งการปรับตัวที่น่าสนใจของ Sizzler ก็คือการออกเมนูใหม่อย่างสเต๊กเนื้อเทียม (Plant Based) เป็นสเต๊กที่ทำมาจากพืช แต่ให้รสสัมผัสเหมือนเนื้อสัตว์

ซึ่งจริงๆ แล้ว Sizzler ได้ทำเมนูสเต๊กเนื้อเทียมออกมาขายถึง 4 เมนู ตั้งแต่ช่วงตุลาคมที่ผ่านมา และตอนนี้ก็ได้นำมาปรับตัดทิ้งจนเหลือ 2 เมนู พร้อมลดราคาลงเพื่อให้คนเข้าถึงง่ายขึ้น

แม้อาจจะไม่ได้เป็นเมนูที่สร้างยอดขายมากมายเมื่อเทียบกับเมนูอื่นที่มีอยู่ก่อนหน้า

แต่ Marketeer มองว่าการลงทุนทำตลาดโปรโมตสเต๊กเนื้อเทียมของ Sizzler ในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมเรื่อง Brand Image ของ Sizzler ได้เป็นอย่างดี

โดยในปี 2563 นี้ Sizzler จะปรับภาพลักษณ์แบรนด์จากเดิมที่เป็น Steak House ให้กลายเป็น Healthy House

เพราะแม้ Sizzler จะเป็นเบอร์ต้นๆ ในตลาดสเต๊ก แต่หากนำมูลค่าของตลาดมาเทียบกันแล้ว แน่นอนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพย่อมมีมูลค่ามากกว่าตลาดสเต๊ก

กรีฑากร บอกว่า การปรับภาพลักษณ์นี้ไม่ได้ทำให้ Sizzler ทิ้งตลาดสเต๊กไปแต่อย่างใด

เพราะอย่างไรแล้วรายได้กว่า 70% ของ Sizzler ก็ยังคงมาจากเมนูที่เป็นสเต๊กอยู่ และสเต๊กก็ถือเป็นเมนูที่จัดอยู่ในหมวดหมู่อาหารสุขภาพได้

ดังนั้นการที่ Sizzler เปลี่ยนจาก Steak House เป็น Healthy House จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ขยับขยายไปเมนูอื่นๆ เพื่อสุขภาพที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงสเต๊กเท่านั้น

เป็นการปรับภาพลักษณ์เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายที่หลากหลายมากขึ้นนั่นเอง

:: FYI ::

-ปัจจุบัน Sizzler มีทั้งหมด 57 สาขาทั่วประเทศ

-ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของลูกค้าที่เข้ามานั่งกินในร้านอยู่ที่ประมาณ 300 บาท/บิล

-จากการทำสาขา To Go แบบ Prototype ที่ BTS ศาลาแดง เมนูที่ขายดีที่สุดคือ 1. แซนด์วิช 2. สลัด 3. น้ำผลไม้

-พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน ทำให้ทุกวันนี้ Sizzler ต้องคอยออกโปรโมชั่นใหม่ทุก 1-2 เดือน จากเมื่อก่อนที่โปรโมชั่นจะออกใหม่ทุกๆ 4 เดือน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer