mPay-TrueMoney เกมดวลศึก eMoney

Operator Payment    ePayment และ QR Code ได้เข้ามา เปลี่ยนวิธีการชำระเงินของผู้บริโภคยุคใหม่จากเงินสด สู่ eMoney การชำระเงินอิเลคทรอนิกส์ ผ่าน Mobile Payment เป็นหลัก

eMoney คือ

การให้บริการ eMoney และการชำระเงินผ่าน Mobile Payment ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านั้นโอเปอเรเตอร์มือถือ ต่างพัฒนาบริการ eMoney ในรูปแบบกระเป๋าเงินสด ให้บริการกับลูกค้าของโอเปอเรเตอร์มานานกว่า 5-10 ปี

แต่การให้บริการeMoneyของโอเปอเรเตอร์ในยุค 5-10 ปีก่อนหน้านั้นไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก เพราะส่วนใหญ่ผู้ใช้บริการจะใช้บริการเพียงเป็นช่องทางชำระค่าบริการมือถือ และเติมเงินมือถือเป็นหลัก

ส่วนการจ่ายเงินในรูปแบบอื่นๆ แทบจะไม่มีผู้ใช้บริการ เพราะส่วนหนึ่ง มองว่ายุ่งยาก ไม่มีประสบการณ์ในการชำระเงินซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้ เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ต User Interface รวมถึงความมั่นใจของผู้บริการในการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ยังไม่มากพอ และทางผู้ให้บริการไม่มีแคมเปญการตลาดเช่น ส่วนลดที่ทำให้รู้สึกว๊าวที่ออกมาอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย

จนวันนี้อะไรๆ ก็พร้อม โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดการใช้งาน eMoneyผ่านพร้อมเพย์ และ OR Code โดยธนาคารแห่งประเทศไทย

ศึกการแข่งขัน eMoney ในฟากของโอเปอเรเตอร์ระลอกใหม่จึงเกิดขึ้น โดยในครั้งนี้มีผู้รอดชีวิตเหลือให้บริการเพียง 2 รายคือ AIS และ True ซึ่งทั้ง 2 รายนี้ ต่างมองหาจุดแข็งในการแข่งขันดึงผู้ใช้เข้ามาใช้บริการมากที่สุด เพราะผู้ใช้คุ้นชินกับการชำระเงินผ่านระบบของตัวเองมากขึ้นเท่าไร ย่อมหมายถึง การใช้งานที่เพิ่มขึ้นย่อมตามมาในอนาคต Operator Payment

 

TrueMoney ขยายอาณาจักร eMoney ด้วย 7/11 

ลำพัง Business Model เดิมของ TrueMoney ที่ให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่าน 3 บริการยอดนิยมได้แก่ 1.ชำระค่าบริการมือถือ อินเทอร์เน็ต และอื่นๆ ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น 2.เติมเงินทรูมูฟเอชในระบบพรีเพด และซื้อไอเทมในเกม คงไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันในยุคที่eMoneyมีการแข่งขันกันสูง จากผู้ให้บริการ Bank และ Non-Bank Operator Payment Operator Payment

เกมการแข่งขันของ TrueMoney ในยุคนี้นอกเหนือจากการร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ รับชำระสินค้าและบริการผ่าน TrueMoney และกระตุ้นการใช้จ่ายด้วยแคมเปญส่วนลดเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งาน จนกลายเป็นความคุ้นเคยและเป็นนิสัย
Operator Payment
TrueMoney ยังได้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการผนึกกำลังกับธุรกิจในเครือข่ายอย่าง 7/11 โดย ให้ 7/11 ที่มีมากกว่า 10,000 สาขา ทั่วประเทศ เป็นหนึ่งในจุดรับชำระสินค้า บริการ และจุดเติมเงินในรูปแบบ eWallet ของ TrueMoney และเป็นช่องทางที่คู่แข่งอื่นๆ ไม่สามารถเข้าไปให้บริการได้

นอกจากนี้ TrueMoney ยังได้กระตุ้นการใช้งานใน 7/11 ผ่านแคมเปญกิจกรรมต่างๆ ที่ใช้จ่ายด้วย eMoney ของ TrueMoney เช่นกิจกรรม รับเงินฟรี 50 บาท เมื่อสมัครใช้บริการ TrueMoney, แคชแบ็ค 5% ทุกการใช้จ่าย, แคมเปญลุ้นรับแคชแบ็ค 3 เท่าของยอดใช้จ่าย และอื่นๆ เป็นต้น

และจากการร่วมมือกับ 7/11 ปัจจุบัน TrueMoney มีลูกค้า Active 4 ล้านราย และคาดการณ์เพิ่มเป็น 8 ล้านรายในสิ้นปีได้ไม่ยาก

แต่เมื่อลองใช้บริการจริง การชำระเงินผ่าน TrueMoney ใน 7/11 ยังมีจุดบอดในการใช้งานอยู่หลายจุดอยู่ Operator Payment

เช่นจุดแรกการชำระเงินผ่าน eWallet ของ TrueMoney ใน 7/11 สามารถชำระผ่าน 2 แอป คือแอป TrueMoney และ7 แอป ซึ่ง 2 แอปนี้เป็นแอปที่ใช้กระเป๋าเงิน eWallet กระเป๋าเดียวกัน แต่บางแคมเปญโปรโมชั่น เช่นแคมเปญแลกซื้อ เมื่อชำระผ่าน 7แอป  จะได้ส่วนลดเพิ่มอีก 1 บาท ส่วนชำระผ่านแอป TrueMoney จะไม่ได้รับส่วนลด ทำให้ผู้ใช้บริการเกิดความสับสนได้

จุดที่สองสินค้าบางหมวด เช่นหมวดยาไม่สามารถชำระผ่าน eWallet ของ TrueMoney ได้ทั้ง 2 แอป แม้ปริมาณการซื้อยาใน 7/11 มีสัดส่วนค่อนข้างน้อย แต่ก็สร้างความหงุดหงิดในการชำระเงินผ่าน TrueMoney ได้ เพราะลูกค้าที่ซื้อสินค้าและยาใน 7/11 จะต้องแยกรายการยาออกมาจ่ายเป็นเงินสด หรือเลือกจ่ายเป็นเงินทั้งหมดแทนเพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากลง

แต่เชื่อว่าถ้าสามารถชำระค่าสินค้าและบริการทุกหมวดใน 7/11 ผ่าน TrueMoney ได้ จะสามารถสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น และเป็นต่อ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอื่นๆ เช่น mPay ที่ยังห่างไกลด้านจำนวนจุดรับชำระสินค้าและจุดเติมเงินระบบ eMoney ที่มีอยู่อย่างจำกัด

 

เอไอเอสไม่ขอสู้ด้วย mPay

แม้เอไอเอสเป็นผู้บุกเบิก eMoney ในฝั่งโอเปอเรเตอร์ผ่านบริการ mPay เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นหนึ่งในช่องทางในการชำระเงินให้ลูกค้าเอไอเอสก่อนที่จะขยายบริการไปยังลูกค้าโอเปอเรเตอร์รายอื่น

แต่การแข่งขันในธุรกิจeMoneyในวันนี้รุนแรงกว่าที่เป็นมาในอดีต และ TrueMoney ได้ผนึกกำลัง 7/11 ธุรกิจในเครือในการเพิ่มจุดรับชำระและเติมเงิน TrueMoney ใน 7/11 ที่มาพร้อมกับแคมเปญการตลาดกระตุ้นการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

การแข่งกันตรงๆ แบบเดิมจึงไม่ใช่ทางออกที่ดีของธุรกิจ mPay นัก เพราะในปัจจุบัน mPay มีฐานลูกค้าที่ใช้บริการ 3 ล้านราย ซึ่งเป็นทั้งลูกค้าของเอไอเอสและโอเปอเรเตอร์คู่แข่ง แต่เป็นลูกค้าที่ Active เพียง 5-6 แสนราย เท่านั้น ทั้งๆ ที่ เอไอเอส มีลูกค้าในเครือข่ายมากกว่า 40 ล้านเลขหมาย

ซึ่งลูกค้า mPay ส่วนใหญ่นิยมใช้ mPay จ่ายค่าบริการรายเดือน และเติมเงินในระบบพรีเพดของเอไอเอส ไม่แตกต่างจากลูกค้า TrueMoney ที่ผ่านมา

เอไอเอสจึงได้เปลี่ยนเกมการแข่งขันในธุรกิจ จากผู้ให้บริการeMoneyในกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์ผ่าน mPay สู่การเป็น Digital Money Platform ด้วยการเข้าซื้อหุ้น Rabbit Line Pay ในสัดส่วน 33.33% มูลค่า 787 ล้านบาท

Rabbit Line Pay จึงประกอบด้วยผู้ถือหุ้น 3 ราย ในสัดส่วนเท่าๆ กันได้แก่ Operator Payment

ไอเอเอส 33.33%

ไลน์ เพย์ คอร์ปอเรชั่น และ ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) 33.33%

และ แรบบิทเพย์ ซิสเทม 33.33% Operator Payment

การซื้อหุ้นใน Rabbit Line Pay ของ เอไอเอส จึงกลายเป็นเกมการแข่งขันในธุรกิจ eMoney ระลอกใหม่ที่ เอไอเอส ปรับเพื่อหนีออกจากเกมการแข่งขันของ TrueMoney และเพิ่มรายได้จากธุรกิจใหม่ๆ ที่ร่วมมือกับ Rabbit Line Pay

การเข้าไปถือหุ้นใน Rabbit Line Pay ซึ่งเป็นธุรกิจeMoneyเหมือนกับ mPay ของ เอไอเอส เอไอเอสเลือกที่จะลดบาทของ mPay ในส่วนของลูกค้าบุคคลลงแต่ยังมีให้บริการอยู่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเก่า และผันตัวเองเป็นผู้ให้บริการ Payment Gateway Platform ในกลุ่มลูกค้า B2B (Business to Business) ที่สนใจเป็นหลักแทน

โดยให้ทาง Rabbit Line Pay เป็นผู้อยู่เบื้องหน้าในการให้บริการ eMoney กับลูกค้าคอนซูเมอร์ จากการมองเห็นศักยภาพของ Rabbit Line Pay ที่มีผู้ใช้บริการ 3 ล้านบัญชี ใช้ชำระสินค้าและบริการสูงสุด 1.5 ล้านครั้งต่อวัน

ซึ่งทาง Rabbit Line Pay ยังมีฐานลูกค้าจากบัตร BTS Rabbit 8.5 ล้านรายใน และฐานผู้ใช้งานแอปแชทไลน์ 42 ล้านราย และเมื่อรวมกับฐานลูกค้าเอไอเอสอีก 40 ล้านราย ทำให้ Rabbit Line Pay มีฐานลูกค้าจำนวนมหาศาลที่สามารถทำกิจกรรมการตลาด และ Cross Promotion ได้ในอนาคต

 

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer