“LINE TV” ขอท้าชิง “YouTube” No.1 Online Video Platform

เมื่อ 3 ปีก่อน “Line Thailand” ได้เปิดตัวLINE TVแพลตฟอร์มที่ถือกำเนิดขึ้นในเมืองไทย โดยที่ไม่ได้นำแพลตฟอร์มที่เคยเกิดขึ้นก่อนในประเทศอื่นๆ เข้ามาปรับเหมือนบริการที่ผ่านมา โดยวางตำแหน่งให้อยู่ระหว่างสถานี โทรทัศน์ และ YouTube

พร้อมๆกับบอกว่า ขอเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับคนดู ไม่ได้เข้ามาแข่งกับใคร

“LINE TV” ขอเป็นเบอร์ 1

หากพอเวลาผ่านไปจนถึงวันนี้ ยอดดาวโหลดขึ้นมาอยู่ในระดับ 20 ล้านครั้ง พร้อมกับยอดแอคทีฟที่ไม่ขอเปิดเผย บอกแต่เพียงว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน จากที่ไม่เคยแข่งกับใคร มาวันนี้ดูเหมือนว่า “LINE TV” อยากจะแข่งกับผู้เล่นคนอื่นขึ้นมาบ้างแล้ว

เป้าหมายที่ LINE TV ต้องการต่อจากนี้คือการเป็นเบอร์ 1 ของ Online Video Platform โดยเป็นในแง่ของ Top of Mind อย่างไรก็ตามปัจจุบัน LINE TV ก็ติด 1 ใน 3 อยู่แล้วกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจคอนเทนท์ บริษัท LINE ประเทศไทย บอกถึงสิ่งที่ LINE TV ต้องการจะไปให้ถึง

ความมั่นใจของ LINE TV มาจากข้อมูลของนีลเส็นที่ระบุว่า ผู้ชม LINE TV ใช้เวลาเฉลี่ย 176 นาทีต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ส่วนของการรับชมทีวีทั่วไป

อีกทั้งยังมาจากความเชื่อที่ว่า ในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดของ Online Video Platform ยังไม่มีใครที่ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของ LINE TV สักราย

ในขณะที่ผู้เล่นรายอื่นจะปล่อยให้ใครก็ได้อัพคอนเทนต์ที่ผลิตขึ้นเข้าสู่แพลตฟอร์มได้เลย โดยที่ไม่ต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งต่างจาก LINE TV ที่คอนเทนต์ทุกชิ้นจะต้องผ่านการคัดเลือกจาก LINE TV เอง

Line TV กับ Youtube

จุดแข็งที่ยังซ่อนจุดอ่อนไว้

แม้จะบอกว่า นี่คือความต่างที่ผู้เล่นรายอื่นไม่มี และมองว่าเป็นจุดแข็ง หากจริงๆแล้วนี่ยังเป็นจุดอ่อนที่ LINE TV ยังต้องกังวลอยู่ไม่น้อย

นั้นเป็นเพราะคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นใน LINE TV ต้องพึ่งคนอื่น 100% ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบรรดาช่องฟรีทีวีต่างๆ (LINE TV บอกว่ามีครบเกือบทุกช่อง ยกเว้นบางช่องเช่น Mono 29 ที่ส่วนใหญ่เป็นการฉายภาพยนตร์ที่มีสิขสิทธิ์อยู่) รวมไปถึงผู้ผลิตรายการต่างๆ รวมแล้วกว่า 161 ราย เพิ่มขึ้น 90% จากปี 2016

ยิ่งกับบรรดาช่องทีวีต่างๆ LINE TV ถึงขั้นจับเซ็นสัญญาให้เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ รีรันนั่นคือจะรีรีนที่ LINE TV เป็นแห่งแรกภายใน 2 ชั่วโมงหลังออกอากาศทางหน้าจอ

เหตุที่ต้องเป็น 2 ชั่วโมง เพราะมองว่ายอดวิวย้อนหลังกว่า 50% จะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรก ดังนั้นยิ่งย้อนหลังได้เร็ว ก็จะยิ่งดึงคนดูได้มาก โดยปัจจุบันยอดวิวที่เกิดขึ้นใน LINE TV กว่า 70% มาจากการดูละครรีรัน

 

ปิดจุดอ่อนด้วยออริจินัลคอนเทนต์

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมว่าวันนี้หลายๆช่อง พยายามพัฒนา Online Video Platform ของตัวเองขึ้นมา เพื่อที่ว่าจะได้กินเม็ดเงินโฆษณาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ต้องไปแบ่งกับใคร

และถ้าเกิดว่าวันใดวันหนึ่ง Platform ที่หลายช่องพยายามปั้นขึ้นมา มีฐานคนที่เข้าชมอย่างสม่ำเสมอ และมากเพียงพอที่จะยืนได้ตัวเอง เมื่อนั้นความลำบากจะต้องเกิดขึ้นกับ LINE TV อย่างแน่นอน

เนื่องจากใน LINE TV คอนเทนต์กว่า 80% เป็นทีวีรีรัน ในขณะที่เหลืออีก 20% คือ ออริจินัลคอนเทนต์ ที่เกิดจาก LINE TV ร่วมกับคอนเทนต์โพรวายเดอร์ผลิตขึ้นมา รวมไปถึงการดึงอินฟลูเอนเซอร์เข้ามาผลิตรายการ

นี่จึงเป็นทางออกของ LINE TV เพื่อป้องกันคอนเทนต์รีรันอาจจะหายไปในอนาคต ในปีนี้จึงเตรียมหันมาทุ่มผลิต ออริจินัลคอนเทนต์ ขึ้นมาอีก 100% โดยจะผลิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทำให้ออริจินัลคอนเทนต์เพิ่มสัดส่วนขึ้นมาเป็น 50% ให้ได้

และการเพิ่มออริจินัลคอนเทนต์ เป็นอีกหนึ่งความหวังที่ LINE TV มองว่า ปี 2018 อาจจะเป็นปีแรกที่ไม่ขาดทุนแม้ว่าที่ปีที่ผ่านมารายได้จากค่าโฆษณาโตขึ้น 100% ก็ตาม

 

Line TV กับ Youtube

 

YouTube ไม่มีหวั่นเพราะมีครีเอเตอร์

ในขณะที่ “YouTube” ก็รับรู้แล้วว่า “LINE TV” ประกาศขอเลื่อยขาเก้าอี้แชมป์ที่ YouTube นั่งอยู่

แต่ถึงจะมีคู่ต้อสู้ที่ประกาศตัวออกมาอย่างชัดเจน ยังมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ YouTube ยังมีความได้เปรียบมหาศาล นั้นคือ “Real Content” ที่ถือเป็น Killer ที่ยังหาผู้ใดสู้ได้ยาก

เพราะที่ผ่านมาคนทั่วไปต่างรับรู้ว่า ถ้าจะดูวิดีโอต้องมาที่ YouTube หรือหากสร้างวิดีโอขึ้นมาก็ต้องนำมาลงที่ YouTube ฉะนั้นแล้ว YouTube จึงถือเป็น First Choice เมื่อพูดถึงเรื่องวิดีโอ

ทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นแต้มต่อของ YouTube ที่มาจากทั้งจำนวนครีเอเตอร์ที่มีอยู่ในมือไม่ต่ำกว่าล้านคน รวมไปถึงจำนวนการชม YouTube ของคนไทยที่มากขนาดที่ติด 1 ใน 10 ของโลก

มุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจบันเทิง Youtube ประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่คู่แข่งประกาศตัวออกมาชัดเจนว่า

การเข้ามาของคู่แข่งมันก็เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ YouTube คงจะอยู่แพลตฟอร์มเดียวในโลกไม่ได้ เพราะเมื่อในไทยมีโอกาสมากขนาดนี้สำหรับ Video Platform ก็เป็นปกติที่จะมีแแพลตฟอร์มเปิดขึ้นมาเป็นทางเลือกผู้ชม

แม้เป็นยักษ์ก็ยังต้องกังกล

แม้จะบอกว่า การแข่งขันเป็นเรื่องปรกติและ  YouTube ยังเป็นยักษ์ที่ยังแข็งเกร่งอยู่มาก แต่ลึกๆแล้วต้องบอกว่ายักษ์ก็ยังต้องเกรงคู่แข่งอยู่บ้าง

เนื่องจากการเซ็นเอ็กซ์คลูซีฟ รีรันของ LINE TV กับช่องต่างๆ ได้ดึงสิ่งที่ถือเป็นแม่เหล็กชิ้นใหญ่ไปจาก YouTube

ยิ่งผลวิจัยล่าสุดที่ทาง YouTube ได้ร่วมกับ TNS ทำร่วมกัน ระบุว่า 51% ของผู้ที่เข้ามา YouTube ดูทีวีย้อนหลัง เป็นรองแค่ฟังเพลงอย่างเดียว ก็ยิ่งตอกย้ำว่า YouTube ต้องทำอะไรสักอย่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นบ้าง

Line TV กับ Youtube

ขึ้นอยู่กับคนดู

มุกพิม บอกว่าคงไม่สามารถไปก้าวกายการตัดสินใจได้ เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องของธุรกิจ ซึ่งที่สุดแล้วแต่ละรายก็จะรู้เองว่าแพลตฟอร์มไหน ให้ผลในแง่อะไร

ซึ่ง YouTube เองยังมีความได้เปรียบทั้งในเรื่องของเทคโนโลยี และเรื่องของ Consumer Data ที่มีอยู่มากมาย รวมไปถึงบรรดาครีเอเตอร์ ที่ถือเป็นกำลังหลักให้กับ YouTube

โดยมีสิ่งที่รายอื่นๆยังให้ไม่ได้ คือรายได้ที่ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญ ที่จะดึงดูดให้เกิดครีเอเตอร์หน้าใหม่ ให้เข้ามาผลิตคอนเทนต์เพื่ออัพขึ้นสู่ YouTube

เพื่อให้เกิดความแตกต่างกับผู้ชม YouTube ก็จะโฟกัสในจุดที่เราแข็งแกร่ง อาจจะมีการทับซ้อนกัน แต่สุดท้ายแล้วอำนาจอยู่ที่มือผู้ใช้อยู่แล้วว่า เวลานั้น เวลาที่เขาอยากดู mood นั้นเขาอยาจะเข้าไปดูแพลตฟอร์มไหน

เป็นคำพูดที่บอกว่าให้ผู้ชมเป็นคนตัดสินอย่ามามัวแต่เถียงกัน!

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer