เอสซีจี “สานพลังประชารัฐ” พลิกฟื้นชุมชนแออัด “บึงบางซื่อ” สู่ชุมชนเมืองต้นแบบบึงน้ำสวนสาธารณะ

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีชุมชนแออัดมากกว่า 2,000 ชุมชน และกว่า 600 ชุมชนอาศัยอยู่ตามตามรอบ ๆบึงสาธารณะ และตามริมคลองสาธารณะ ซึ่งเราเห็นได้ว่าสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนเหล่านี้เป็นแบบหาเช้ากินค่ำ ค้าขายและรับจ้าง พักอาศัยตามบ้านไม้ที่ประกอบขึ้นมาเอง ไม่มีบ้านเลขที่ทำอะไรก็ไม่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอยู่ การขอใช้ไฟฟ้า การสมัครงาน หรือแม้กระทั่งการศึกษาของบุตรพวกเขา ก็มิอาจทำได้สะดวก

เอสซีจีเล็งเห็นว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องการมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม จึงได้ผนึกกำลังโดยความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และชุมชน ได้แก่ เอสซีจี สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) การรถไฟแห่งประเทศไทย สำนักงานเขตจตุจักร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กรุงเทพมหานคร และกรมธนารักษ์  ขับเคลื่อน “โครงการ สานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ” ร่วมพลิกฟื้นชุมชนแออัดรอบบึงบางซื่อ โดยได้รับเกียติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิด “โครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ”

พัฒนาบึงบางซื่อ เพื่อคุณภาพชีวิตของชุมชนที่ดีกว่าเดิม

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “โครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 61 ไร่ ในอดีตเมื่อ 100 ปีที่แล้ว เคยเป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตปูนซีเมนต์ของโรงงานปูนซีเมนต์บางซื่อ ซึ่งสมัยนั้นนับว่าอยู่ห่างไกลจากใจกลางเมืองอย่างมาก เอสซีจี จึงได้จัดสร้างบ้านพักให้กับคนงานและครอบครัวในบริเวณโดยรอบ จนเมื่อหยุดการใช้งานในปี พ.ศ.2511 จึงได้ปรับเป็นพื้นที่บึงน้ำสาธารณะ จากนั้นมีผู้ทยอยเข้ามาสร้างที่พักอาศัยเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 5 ชุมชน รวมประมาณ 250 หลังคาเรือน มีประชากรประมาณ 1,300 คน มีสภาพความเป็นอยู่แออัด ไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ อาทิ น้ำประปา ไฟฟ้า การจัดการขยะ ถนนเข้าออก และเกิดปัญหาต่างๆ หลายประการ

สำหรับความคาดหวัง เอสซีจี มุ่งหวังที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งได้เล็งเห็นว่า ปัจจุบันบึงบางซื่อเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง ที่มีบึงน้ำขนาดใหญ่ สามารถใช้เป็นแก้มลิงเพื่อป้องกันน้ำท่วม ทั้งยังเป็นปอดและแหล่งพักผ่อนของคนกรุงเทพฯ ได้  จึงต้องการมอบที่ดินผืนนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมเมื่อมีโครงการสานพลังประชารัฐเข้ามาช่วยสนับสนุน ทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนบึงบางซื่อเป็นหัวใจสำคัญ

ด้านแผนการพัฒนาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชน และการพัฒนาบึงน้ำสาธารณะโดยการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชน จะก่อสร้างที่พักอาศัยทั้งสิ้น 197 ยูนิต เป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 60 ยูนิต อาคารชุดพักอาศัย 4 ชั้น 3 อาคาร 133 ยูนิต และบ้านกลางสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแล ไม่มีรายได้ อีก 4 ยูนิต โดยจัดพื้นที่ส่วนกลางสำหรับกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง คาดว่าในส่วนของที่พักอาศัยจะแล้วเสร็จในปี 2563 จากนั้นจึงจะพัฒนาบึงน้ำสาธารณะเพื่อการใช้ประโยชน์ต่อไป โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 600 ล้านบาท โดยแปลนจเป็นดังต่อไปนี้

โครงการนี้ มุ่งหวังให้เป็นต้นแบบการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน  4 ด้าน คือ

  1. ต้นแบบโครงการสานพลังประชารัฐ ที่ขับเคลื่อนโดยพลังประชารัฐอย่างแท้จริง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน
  2. ต้นแบบที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง ที่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากที่ดินใจกลางเมืองที่มีราคาสูง ออกแบบให้เหมาะกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน จึงจัดให้มีพื้นที่ส่วนกลาง โดยมีข้อตกลงร่วมกัน เพื่อลดโอกาสความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้พื้นที่ เช่น สนามเด็กเล่น ลานอเนกประสงค์ พื้นที่สีเขียว รวมทั้งสร้างบ้านกลางให้ผู้สูงวัยที่อยู่อาศัยเพียงลำพัง มีปัญหาสุขภาพและไม่สามารถผ่อนสินเชื่อได้
  3. ต้นแบบการมีส่วนร่วมของผู้อยู่อาศัย ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบตามวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบบ้านที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิก การวางผังบ้านที่ให้ความเป็นธรรมในเรื่องทำเล การประกอบอาชีพ และข้อจำกัดส่วนบุคคล จึงทำให้มีที่อยู่อาศัยทั้งแบบอาคารชุดและบ้านพื้นราบ การจัดระบบเลือกตำแหน่งบ้านที่รักษาความผูกพันในชุมชน รวมทั้งบริหารจัดการการอยู่อาศัยในอนาคตเมื่อทุกคนเข้ามาร่วมกัน นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ชุมชนเกิดการออมทรัพย์ เพื่อให้สามารถขอสินเชื่อจาก พอช. ในการสร้างที่อยู่อาศัยของตนเอง โดยในช่วงเวลา 1 ปี 8 เดือน ชุมชนออมได้แล้วกว่า 6 ล้านบาท
  4. ต้นแบบบึงน้ำสวนสาธารณะ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นบึงน้ำ สามารถพัฒนาเป็นแก้มลิงของกรุงเทพฯ ช่วยแก้น้ำท่วม ทั้งยังสามารถพัฒนาให้เป็นบึงน้ำสวนสาธารณะที่มีความร่มรื่น สวยงาม เหมาะเป็นสถานที่ออกกำลังกาย แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ

นอกจากนี้ Marketeer ขอพาชมบ้านและห้องตัวอย่างที่จะสร้างแล้วเสร็จในปี 2563 ซึ่งราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 200,000 – 300,000 บาท โดยผู้กู้ซื้อจะต้องเป็นคนในชุมชนบึงบางซื่อมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี และต้องมีเงินออมในบัญชี 10% ของเงินกู้ซื้อ