สลากออมสิน จากกุศโลบายเสี่ยงโชคสู่เงินออมที่เป็นเส้นเลือดหลักของรายได้เงินฝาก

สำหรับนักเสี่ยงโชคเงินออม สลากออมสินถือเป็นหนึ่งในทางเลือกของใครหลายๆ คน ที่ได้ออมเงินเย็นแบบยาวๆ พร้อมลุ้นรางวัลทุกๆ เดือน

ปี 2562 ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีกำไรสุทธิ 270,900 ล้านบาท เติบโต 30.8%

โดยรายได้หลักของธนาคารพาณิชย์มาจากการนำเงินออม เงินฝากของลูกค้า ที่นำมาฝากกับธนาคาร เพื่อแลกกับดอกเบี้ยเล็กๆ น้อยๆ จากเงินฝาก มาบริหารให้งอกเงยผ่านสินเชื่อปล่อยกู้ประเภทต่างๆ ที่ได้ดอกเบี้ยจากผู้กู้สินเชื่อสูง รวมถึงการนำเงินฝากไปลงทุนในหุ้นและอื่นๆ เพื่อผลกำไรที่มากขึ้น

การหาเงินฝากของธนาคารพาณิชย์แต่ละธนาคารส่วนใหญ่จะเป็นเงินฝากจากบัญชีออมทรัพย์และฝากประจำเป็นหลัก

แต่ก็มีบางธนาคารที่ออกเงินออมผ่านฉลากเสี่ยงโชคต่างๆ อย่างเช่น สลากออมสิน ซึ่งเป็นสลากเสี่ยงโชคในรูปแบบออมทรัพย์ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 78 ปี นับตั้งแต่ปี 2485 ในชื่อสลากออมสินสามัญ ก่อนที่จะพัฒนาเป็นสลากออมสินพิเศษเหมือนในปัจจุบัน

วัตถุประสงค์แรกของการออกสลากออมสินมาจากกุศโลบายเพื่อจูงใจให้ผู้ชอบการเสี่ยงโชคหันมาออมเงินมากขึ้น ด้วยการนำจุดเด่นของการเสี่ยงโชค คือการลุ้นรางวัล มารวมกับจุดเด่นของการฝากเงิน คือดอกเบี้ยเงินฝาก

 

โดยผู้ซื้อสลากออมสินจะต้องถือสลากในระยะยาว 1-5 ปี ซึ่งเหมือนการฝากเงินประเภทฝากประจำ เพื่อแลกกับสิทธิ์ลุ้นรางวัลในทุกเดือน จนครบอายุตามกำหนดของสลาก และเมื่อครบอายุการถือสลากตามกำหนดจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย ทำให้ผู้ฝากมีเงินเก็บออมดีกว่าการเสี่ยงโชคประเภทอื่น

จากกุศโลบายเหล่านี้ทำให้ที่ผ่านมาเงินฝากของธนาคารออมสินส่วนใหญ่จะมากจากสลากออมสินประเภทต่างๆ 6 ประเภท ซึ่งถือว่าเป็นการหาเงินฝากที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ และเป็นเงินฝากประจำระยะยาวที่ธนาคารสามารถนำไปคำนวณสภาพคล่องทางการเงินของธนาคารได้ชัดเจนและแม่นยำกว่าเงินฝากออมทรัพย์ หรือประจำในรูปแบบอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ถือสลากออมสิน จะนำเงินเย็นมาซื้อสลาก และเมื่อครบตามระยะเวลาที่กำหนดจะนำเงินมาซื้อสลากใหม่เพื่อออมเงินและเสี่ยงโชคต่อไป

 

ในปี 2562 ธนาคารออมสินมีเงินฝากในระบบรวมเงินฝากจากสถาบันการเงินและสหกรณ์ทั้งสิ้น 2,332,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 มากถึง 84,022 ล้านบาท

เงินฝากของธนาคารออมสินมาจากสลากออมสิน 46.0% รองลงมา ได้แก่ เงินฝากออมทรัพย์เผื่อเรียกและเผื่อเรียกพิเศษ 34.5% เงินฝากประจำ 12.1% เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต 3.8% ตราสารหนี้หุ้นกู้ 3.3% และอื่นๆ 0.3%

ส่วนปี 2561 ธนาคารออมสินมีสัดส่วนเงินฝากจากสลากออมสิน 43.8% เงินฝากออมทรัพย์เผื่อเรียกและเผื่อเรียกพิเศษ 33.4% เงินฝากประจำ 15.6% เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต 4.7% ตราสารหนี้หุ้นกู้ 2.2% และอื่นๆ 0.3%

 

แม้ สลากออมสิน จะเติบโตแต่ก็มีความท้าทายที่น่าสนใจ

1. การเติบโตของสลากออมสินในปีที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากการเปิดสลากในรูปแบบใหม่ๆ เช่นสลากออมสินดิจิทัล แต่การเติบโตนี้เป็นการเติบโตบนการแข่งขันที่สูงขึ้น จากคู่แข่งที่เป็นธนาคารต่างๆ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีการทำตลาดโปรโมตสลากเงินฝากของตัวเอง พร้อมมูลค่ารางวัลที่ให้กับสลากที่ถูกรางวัล

รวมถึงการเปิดขายสลากใหม่ๆ เพื่อดึงเงินของนักลงทุนเข้ามาซื้อสลากของตัวเองแทนคู่แข่ง หรือดึงนักลงทุนหน้าใหม่ ให้ถอนเงินฝากต่างๆ เข้ามาซื้อสลากเงินออมเพื่อเสี่ยงโชคพร้อมออมเงินแทน

 

2. ในปีที่ผ่านมาแม้สลากออมสินจะมีสัดส่วนที่เติบโต แต่ถ้ามองลึกลงไปจะพบว่า การเติบโตนี้ ทำให้สัดส่วนของเงินฝากประจำลดลง ซึ่งเป็นไปได้ว่าผู้ซื้อสลากออมสินส่วนหนึ่งนำเงินฝากประจำที่ฝากอยู่กับธนาคารมาซื้อสลากออมสินแทน

 

3. การมีผู้ซื้อสลากออมสินที่มากขึ้น ผ่านสลากรูปแบบใหม่ๆ ที่ธนาคารออมสินนำออกมาจำหน่าย ทำให้ธนาคารมีค่าใช้จ่ายในการจ่ายเงินให้กับผู้ถูกรางวัลเพิ่มขึ้นตามมา

ในปีที่ผ่านมาธนาคารออมสินจ่ายเงินให้กับผู้ถูกรางวัลรวมกันทั้งสิ้น 13,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่จ่ายเงินรางวัลไป 12,282 ล้านบาท

 

4. ในกรณีที่ผู้ถือสลากครบระยะเวลา แม้จะมีโอกาสกลับมาซื้อสลากอีกครั้งมากขึ้นก็ตาม แต่ผู้ซื้อสลากบางคนมองดอกเบี้ยที่สลากออมสินให้กับการซื้อสลากด้วย ซึ่งถ้าในช่วงเวลาที่สลากครบระยะเวลา และเมื่อซื้อสลากออมสินใหม่ พบว่าธนาคารออมสินให้ดอกเบี้ยที่น้อยลงกว่าเดิมมาก โอกาสในการเปลี่ยนใจและนำเงินไปทำอย่างอื่นก็มีมากขึ้นตามมา อย่างเช่น การซื้อสลากเงินออมของคู่แข่ง การฝากประจำที่ให้ดอกเบี้ยสูงของธนาคารขนาดเล็ก ซื้อพันธบัตรรัฐบาล และอื่นๆ

ในปีที่ผ่านมา ธนาคารออมสินมีสลากครบระยะเวลาในจำนวนเงิน 1,105,918.94 ล้านบาท ส่วนปี 2561 มี 1,003,263.61 ล้านบาท

ทั้งนี้ แม้สลากออมสินจะเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับการออม แต่วัตถุประสงค์หลักในวันนี้ของสลากออมสินคือการระดมเงินฝากเพื่อมาต่อยอดรายได้ให้กับธนาคาร ซึ่งธนาคารต้องบริหารเงินฝาก และเงินสินเชื่อที่ปล่อยไปในระบบให้สมดุล เพราะถ้ามีเงินฝากจากการซื้อสลากมากเกินไป โอกาสที่ธนาคารมีกำไรลดลงจากการนำเงินมาจ่ายกับผู้ถูกรางวัลก็มีมากขึ้นตามมา

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer