ไม่ว่าแบรนด์ไหนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สำหรับ J.Crew วิกฤตครั้งนี้คือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้แบรนด์ต้องล้ม โดย J.Crew แบรนด์แฟชั่นค้าสุดหรูในสหรัฐ ได้ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์จากการล้มละลาย หลังไม่สามารถชำระหนี้สะสม 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 65,000 ล้านบาท) ได้ ยอดขายลดลงหลังผู้บริโภคหันไปซื้อผ่าน e-commerce กันมากขึ้น และผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดที่ทำให้ต้องปิดสาขาที่มีอยู่ราว 500 แห่งแบบไม่มีกำหนด

การระบาดที่ยังทำให้ IPO ของ Madewell แบรนด์ในเครือที่วางแผนไว้ต้องเลื่อนออกไปอีกด้วย โดยระหว่างที่ J.Crew ปรับโครงสร้างและชำระหนี้ กองทุนบริหารความเสี่ยงในสหรัฐ 3 แห่งคือ Capital Group ,GSO Capital Partners และ Davidson Kempner Capital Group ที่ให้ทุ่มเงินก้อนใหญ่ J.Crew คลายวิกฤต จะเข้ามาเป็นถือหุ้นใหญ่

การล้มละลายของ J.Crew แม้เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ เพราะมีปัญหาสะสมอยู่แล้ว แต่การระบาดก็เร่งให้สถานการณ์ทรุดหนักเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับ J.Crew เริ่มต้นมาจากการขายเสื้อผ้าแฟชั่นผ่านแคตตาล็อกในปี 1983 จากนั้นก็ขยับขยายจนสามารถเปิดสาขาแรกได้ที่ย่าน Manhattan นคร New York ในปี 1989

Michelle J.Crew

และตามมาด้วย IPO ในปี 2006 โดย ณ จุดสูงสุดโด่งดังไปทั่วโลกจากการเป็นแบรนด์ที่ Michelle Obama อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐใส่เป็นประจำ

แต่หลังจากนั้นก็ทรุดไม่หยุด ทั้งจากยอดขายที่ลดลง พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไป “ช้อปออนไลน์” กันมากขึ้น เสียส่วนแบ่งตลาดให้ Zara กับ H&M แบรนด์ยุโรปที่ราคาถูกกว่า

นอกจากนี้ในปี 2014 ยังเกือบกลายเป็นแบรนด์ในเครือ Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ที่สนใจเข้ามาซื้อกิจการ และปี 2017 รอดพ้นการล้มละลายมาได้อย่างหวุดหวิดหลังสามารถเจรจายืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปได้

J.Crew นับเป็นแบรนด์แรกในวงการค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าสหรัฐที่ล้มละลายจะผลกระทบของสถานการณ์ระบาด โดยมีการคาดหมายว่า J.C. Penny และ Neiman Marcus อาจเป็นรายต่อไป / cnn ,reuters ,bbc ,theguardian



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer