เทรนด์ สเตย์ แอท โฮม อีโคโนมี (Stay at Home Economy) โตแรงในจีนหลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดเครื่องปรุงรสสำหรับการบริโภคในครัวเรือนขยายตัวมากขึ้น พาณิชย์แนะผู้ประกอบการติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคจีนอย่างใกล้ชิด เน้นพัฒนาช่องทางออนไลน์ และนำบิ๊ก ดาต้า มาใช้กำหนดทิศทางและกลยุทธ์เจาะตลาด

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สินค้าเครื่องปรุงรสอาหารไทยได้รับความต้องการในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว จากสถิติการส่งออก 3 เดือนแรกของปี 2563 ไทยส่งออกเครื่องปรุงรสอาหารเป็นมูลค่าสูงถึง 207.64 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 12.05 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยมีเอเชียเป็นตลาดส่งออกหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน ซึ่งอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญ จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยต้องเฝ้าจับตามองและเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด 

“ตลาดจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังซื้อสูง ซอสและเครื่องปรุงรสจากไทยได้รับความนิยมอย่างมาก อีกทั้งจีนเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีหรือ FTA ที่ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องปรุงรสอาหารจากไทย จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนให้สินค้าเครื่องปรุงรสอาหารของไทยเติบโต โดยเฉพาะเมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดรูปแบบทางเศรษฐกิจใหม่อย่าง Stay at Home Economy ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หันมาบริโภคที่บ้าน นอกจากการทำงานและการเสพความบันเทิงแล้ว การประกอบอาหารรับประทานเองในครัวเรือนยังเป็นกิจวัตรประจำวันที่เพิ่มมากขึ้น และคาดว่าจะยังคงมีแนวโน้มเช่นนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ส่งผลให้เครื่องปรุงรส อย่าง ซอสพริก ซอสถั่วเหลือง น้ำปลา เครื่องแกง และผงปรุงรส ได้รับความนิยมมากขึ้นตามไปด้วย” นายสมเด็จ กล่าว

ทั้งนี้ เครื่องปรุงรสเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคจีนจำเป็นต้องใช้ทุกวัน วันละ 3 เวลา ถือเป็นจิตวิญญาณของรสชาติอาหารจีนที่ทุกครัวเรือนต้องมี หลายปีที่ผ่านมานี้ อุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการในการแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับประทานอาหารที่มีรสชาติอร่อย จนกลายเป็นไอเทมที่สำคัญในชีวิตประจำวัน ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจและกลายเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนรายใหม่ๆ ที่ต้องการขยายธุรกิจมากขึ้นตามไปด้วย

นายสมเด็จ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณภาพของสินค้าที่จะต้องรักษามาตรฐาน และการมีจุดยืนของผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างความแตกต่าง อาทิ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคระดับสูง กลาง และระดับล่าง หรือผลิตภัณฑ์ที่ขายในท้องถิ่นกับผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาให้เข้าสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซก็ย่อมมีความแตกต่างทั้งรูปลักษณ์และราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน” 

สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสที่สนใจเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อเจาะตลาดจีน สามารถเข้าร่วมโครงการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs Pro-active โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สามารถศึกษาข้อมูลและหลักเกณฑ์โครงการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์โครงการฯ https://smesproactive.ditp.go.th/ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2507-7783 หรือ 0-2507-7786 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer