เพราะประชาชนต้องรู้จัก “กลลวง” ของ “มิจฉาชีพ” ที่หลอกให้โอนเงิน

ธนาคารธนชาต จับมือ DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) เปิดโครงการ “ รู้จักกลลวง รู้ทันมิจฉาชีพ ปลอดภัยทางการเงิน ” เพื่อให้ข้อมูลความรู้ประชาชนถึงรูปแบบกลลวงของมิจฉาชีพ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยจัดทำเป็นรูปแบบคลิปวีดีโอที่เข้าใจง่าย จำนวน 10 คลิปด้วยกัน

รู้จักกลลวง รู้ทันมิจฉาชีพ ปลอดภัยทางการเงิน

สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ DSI ในครั้งนี้ ทางธนาคารธนชาตขอเป็นอีกหนึ่งส่วนของภาคเอกชนที่จะให้ความรู้และเตือนภัยประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือ แก๊งขายทัวร์ และในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งทุกๆรูปแบบนั้นอยู่ใกล้ตัวเป็นอย่างมาก โดยธนาคารฯ จะจัดทำคลิปวีดีโอเพื่อเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์จำนวน 10 คลิป แต่ละคลิปจะมีเนื้อหาที่จำลองมาจากเหตุการณ์จริงของกลุ่มมิจฉาชีพ พร้อมมีคำแนะนำเพื่อรับมือหากต้องประสบเหตุการณ์ดังกล่าว”

จากการสำรวจของ DSI พบว่าผู้ที่ถูกหลอกส่วนใหญ่คือ ผู้สูงอายุที่ทำงานเก็บเงินก้อนมาทั้งชีวิต และคนที่มีอาชีพค้าขายที่ต้องยืนภาษีเอง ซึ่งส่วนใหญ่ที่ DSI เก็บข้อมูลมาจะเป็นคดีเกี่ยวกับ “การหลอกคืนภาษี ผ่านตู้ ATM” และ “หลอกพาทัวร์ไปต่างประเทศ” มากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2

และในโอกาสนี้ Marketeer ขอนำเสนอ อุบายและ วิธีรับมือ ดังนี้

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นสรรพากรหลอกคืนภาษีผ่านตู้ ATM

ในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี  เป็นช่วงของการยื่นชำระภาษีของบุคคลทั่วไป และผู้ที่ยื่นชำระภาษีนั้นมีจำนวนไม่น้อยที่ขอคืนเงินภาษี กลุ่มมิจฉาชีพโดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงใช้ช่องว่างนี้ โทรมาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร มาทำการตรวจสอบเรื่องเงินภาษี การขอคืนภาษี หรือระบบการเงินต่างๆ เพื่อให้ผู้เสียหายตายใจและให้ข้อมูลทางการเงิน

อุบายต่าง ๆ ที่มักจะใช้ในการแอบอ้าง

  1. มีการแอบอ้าง การแจ้งคืนภาษี ผ่านบัญชีธนาคาร และ หลอกโอนเงินทาง ATM
  2. ต่อมาแอบอ้าง ชื่อกรมสรรพากร ผู้บริหารกรมสรรพากร หรือ เจ้าหน้าที่ กรมสรรพากร เพื่อให้ ช่วยบริจาค ไถ่ชีวิตโค – กระบือ
  3. แอบอ้าง ชื่อกรมสรรพากร ผู้บริหารกรมสรรพากร ข้าราชการกรมสรรพากร เพื่อให้ช่วยบริจาคเงิน เป็นทุนการศึกษา หรือ ซื้อสินค้าเพื่อการกุศล
  4. แอบอ้าง ชื่อกรมสรรพากร ทางอีเมล์ ( no-reply@irs.gov ) ให้ผู้เสียภาษีเข้าไปตรวจสอบ Tax Statement โดยให้กดผ่าน Link ที่ส่งมาให้

การรับมือ คือ “ต้องทราบว่ากรมสรรพากร ยันไม่มีนโยบายโทรสอบถามข้อมูลผู้เสียภาษี โดยการคืนภาษีจะมี 2 รูปแบบคือ 1. คืนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ 2. คืนผ่านในรูปแบบเช็ค ไม่มีคืนผ่านตู้ ATM”

และอีกหนึ่งรูปแบบ คือ  หลอกคนพาทัวร์ต่างประเทศ
โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพ มีการสมคบกันหลอกลวงผู้ที่อยากไปเที่ยวต่างประเทศ โดยให้สมัครสมาชิกในธุรกิจเครือข่าย กำหนดโปรโมชั่นจูงใจให้หลงเชื่อ คือ เมื่อสมัครสมาชิกแล้วและซื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นเงินรวมกันประมาณ 1 หมื่นบาท สมาชิกจะได้รับสิทธิ์ไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

ดังนั้น เมื่อกลโกงการหลอกลวงเพิ่มขึ้น เราจึงต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจซื้อทัวร์ แต่ถ้าเกิดซื้อแล้วและได้รับความเสียหาย สามารถร้องเรียนไปยังนายทะเบียนที่อยู่ที่กรมการท่องเที่ยว ก็จะสามารถเอาเงินประกันของบริษัทที่ทำความเสียหายออกมาใช้เยียวยาได้ แต่ก็คงไม่ได้คืนร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีเกิดจากการซื้อทัวร์จากบริษัทไม่ถูกกฎหมาย ต้องไปตามกระบวนการของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

วิธีป้องกันไม่ให้ถูกหลอก คือ

  1. ตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาต ประเภท นำเที่ยว และ วัน เดือน ปี ที่ออกใบอนุญาตให้ชัดเจน จากกรมการท่องเที่ยว
  2. เลือกซื้อรายการนำเที่ยวที่มีรายละเอียดชัดเจนและราคาที่เหมาะสม
  3. เลขที่บัญชีโอนเงินควรตรงกับชื่อบริษัท หรือผู้มีอำนาจในบริษัท

 


อ่านคอนเทนต์การตลาดอ่าน MarketeerOnline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline