ในปี 2562 ที่ผ่านมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และอัตราดอกเบี้ยต่ำ ส่งผลให้ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมอยู่ที่ 610,914 ล้านบาท เติบโตลดลง 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมาของอุตสาหกรรมนี้

พอเปิดฉากปี 2563 ธุรกิจประกันชีวิตก็ยังเจอกับเจอพายุโควิด-19 ที่โหมซัดกระหน่ำเข้าอย่างจังแล้ว Big Brand อย่างบริษัท “เมืองไทยประกันชีวิต” ได้วางแผนรับมือกับภาวะเศรษฐกิจครั้งนี้อย่างไร     

สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 
 

“ผมยอมรับว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมของบริษัทฯ ปีที่ผ่านมาลดลงเช่นกัน คืออยู่ที่ 83,840 ล้านบาท หดตัว 11% เป็นเพราะถึงแม้เบี้ยประกันภัยรับใหม่ 25,956 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 14% (เบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโต 30%) แต่เบี้ยประกันภัยต่ออายุ 57,885 ล้านบาท ซึ่งเป็นพอร์ตที่ใหญ่มาก หดตัวลงถึง 19%”

โดยมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็น Protection & Investment เมื่อเทียบกับผลงานเบี้ยประกันภัยรับใหม่ทั้งหมด สูงถึง 67% มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ Investment Linked อยู่ที่ 163% และมีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมสำหรับผลิตภัณฑ์ในประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงอยู่ที่ 11% เมื่อเทียบกับปี 2561 เบี้ยประกันภัยรายใหม่โต แต่เบี้ยต่ออายุลดฮวบ

 สาระอธิบายว่า

เมื่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ดอกเบี้ยลดลงก็จะมีผลต่อการประกันชีวิตโดยตรง เพราะประกันชีวิตเป็นเรื่องของการลงทุนระยะยาว ทำให้ในปีที่ผ่านมามีการปรับตัวในแง่ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการขายแบบสะสมทรัพย์ มีการปรับราคา ปรับเบี้ยประกัน  หรือการยกเลิกโปรดักส์ที่มีการการันตีผลตอบแทนลูกค้าไปเลยพอมีการปรับเบี้ยประกันตัวนี้ขึ้น ความน่าสนใจในเรื่องของแบบประกันก็ลดน้อยลง

“ส่งผลกระทบต่อยอดการขายทันที เพราะต้องยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เกินครึ่งของเบี้ยประกันมาจากการขายแบบสะสมทรัพย์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อการต่ออายุกรมธรรม์ที่ครบกำหนดในแต่ละปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบบสะสมทรัพย์ด้วยเช่นกัน”

ถึงแม้ว่าบริษัทมีกรมธรรม์ในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น กลุ่ม Protection & Investment, Investment Linked สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง เพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายใหม่ แต่เมื่อเทียบพอร์ตรายได้กันแล้วยังเล็กกว่ามาก

แล้วบริษัทฯ จะเดินหน้าอย่างไร  สาระกล่าวว่า วันนี้การบริหารจัดการบริษัทประกันชีวิต มองแค่มิติเดียว คือมาร์เก็ตแชร์ไม่ได้แน่นอน 

“ผมมองในเรื่องความยั่งยืนเป็นหลัก วันนี้เมื่อจะต่ออายุจำเป็นต้องหารูปแบบกรมธรรม์ที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าให้ได้มากที่สุด ไม่สามารถต่ออายุในประกันรูปแบบคล้ายเดิมเพราะผลของการลงทุนก็ไม่ได้เท่าเดิมเหมือนยุคก่อน ๆ เราต้องคิดให้ลูกค้าในเงื่อนไขที่ล้อไปกับความเป็นจริงว่าวันนี้ดอกเบี้ยเป็นอย่างไร “

เขาบอกว่า มาร์เก็ตแชร์อาจจะเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่บางครั้งต้องดูว่าเรากำลังพูดกับใครถ้าพูดกับนักลงทุน บางครั้งเขามองเรื่องยอดขายที่ต้องโตขึ้นมองความเป็นที่ 1 เป็นหลักในขณะที่คนซื้ออาจจะไม่สนใจ แต่ให้ความสำคัญว่าจะตอบโจทย์ที่เขาต้องการในระยะยาว หรือเปล่ามากกว่า

แล้วจะบริหารจัดการอย่างไรในช่วงโควิด-19

สาระบอกว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2563 เมืองไทยประกันชีวิตจะมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ และโรคร้ายแรง ซึ่งเป็นสัญญาคุ้มครองเพิ่ม พร้อมสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน เช่น ผลิตภัณฑ์เมืองไทย สมาร์ทลิงค์ 10/1 (Global) ให้ผลตอบแทนระยะยาวอย่างมั่นคง พร้อมให้ความคุ้มครองชีวิต 110% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือสัญญาเพิ่มเติมการรักษาพยาบาล ผู้ป่วยนอก คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 3,000 บาทต่อครั้ง รับความคุ้มครองปีละ 60,000 บาท

ส่วนสัญญาเพิ่ม “อีลิท เฮลท์” เลือกความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 20-100 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ ล่าสุดได้ขยายอายุความคุ้มครองถึง 99 ปีนอกจากปรับเบี้ยประกันให้ถูก ต้องขายแบบประกันที่ใช่ รวมทั้งต้องบริหารจัดการต้นทุนให้เหมาะสมด้วย

 “ผมบอกตามตรงว่า ปีนี้เบี้ยประกันรวมของธุรกิจประกันชีวิต รวมทั้งเมืองไทยประกันชีวิตเองก็ต้องลดลงแน่นอน เพราะการออกไปขายประกันทำได้ยากขึ้น ขายผ่านแบงก์ หลายสาขาก็ปิด ที่เปิดพนักงานก็จะเชี่ยวชาญกับการขายรูปแบบเดิมที่ง่าย ๆ ในขณะที่ประกันแบบใหม่ ๆ เช่น แบบประกันสุขภาพเน้นลูกค้าเฉพาะรายที่ต้องอาศัยการพูดคุยและการอธิบายจากตัวแทน”

ในขณะเดียวกัน ตอนนี้ภาคธุรกิจจำนวนมากได้หยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อรายได้ หลายคนที่ต้องการทำประกัน ก็ต้องชะลอออกไป

คิดในแง่บวก ข้อดีของโควิด-19

ช่วงวิกฤตโควิด-19 จะเป็นเหมือนตัวที่ช่วยให้บริษัทประกันหันกลับมาทดสอบระบบของบริษัทตัวเอง ว่ายังมีช่องโหว่ในเรื่องการทำงานอะไรบ้าง จะต้องแก้ไขอย่างไร ทำให้ธุรกิจประกันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้เร็วขึ้น การเดินขายประกันแบบเดิมก็ยังมีอยู่ แต่สามารถนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ด้วย

“ในมุมของธุรกิจแม้ตัวเลขจะเป็นลบ แต่ในแง่ของการทำงานผมมองเป็นบวก เพราะเราได้ลองทำอะไร ได้คิดอะไรใหม่ ๆ ตลอด มีโอกาสได้เห็นคนเก่งในองค์กร ที่โชว์ไอเดียใหม่ ๆ ขึ้นมา ได้เห็นข้อบกพร่องของระบบการทำงานของคนที่ในเวลาปกติเราอาจจะมองไม่เห็น”  

จุดแข็งของเมืองไทยประกันชีวิต ตัวช่วยยามวิกฤต

สาระ ล่ำซำ มั่นใจว่าเมืองไทยประกันชีวิตจะฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ เพราะองค์กรยังมีจุดแข็งในหลาย ๆ เรื่อง คือ

  • แบรนด์มีความเข้มแข็ง เป็นบริษัทแถวหน้าของบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย
  • มีการลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีอย่าง
    ต่อเนื่อง
  • มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและปรับปรุงทีมงานตลอดเวลา
  • ยังเป็นองค์กรที่มีความแข็งแกร่งมากทั้งรายได้ กำไร และมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 531,000 ล้านบาท เติบโต 10%

“ก็ต้องยอมรับว่าทุกเรื่องยังไม่เพอร์เฟกต์ เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์อะไรต่าง ๆ ขึ้นมา ก็จะเห็นความผิดพลาดในบางเรื่อง ก็ยังต้องพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ แต่ที่สำคัญเรามีภาพมีจุดยืนที่ชัดเจน ยอมรับได้ว่าธุรกิจเราจะถดถอย มาร์เก็ตแชร์จะลดลง แต่ก็รู้ว่าจะต้องไปต่ออย่างไรจึงจะยั่งยืน

6 สิ่งที่องค์กรต้องทำในช่วงเวลานี้

1. หัวใจหลักคือต้องดูแลลูกค้า ต้องทำหน้าที่ของบริษัทประกันชีวิตให้ดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลพนักงานและดูแลตัวแทนด้วย

2. ต้องทำงานหนักขึ้น เพราะไม่รู้ว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาอีก เรามีแผนเรื่อง Business Continuity Plan (BCP) รองรับ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสมบูรณ์ครบถ้วนแค่ไหน ก็ต้องปรับกันไปเรื่อย ๆ

3. ใจต้องนิ่ง ต้องดูแผนในเชิงรุกมองหาโอกาสใหม่ เช่น รุกหนักเรื่องดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้กับการทำงานเรื่องอะไรได้บ้าง ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ปรับเปลี่ยนวิธีการ ปรับเปลี่ยนมายเซต เพื่อให้อยู่กับเหตุการณ์ให้ได้

4. ใช้เวลานี้วางแผนเรื่อง Reskill พนักงาน

5. ให้ความสนับสนุนในนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล เช่น เรื่อง Work From Home

6. ให้ความช่วยเหลือสังคมเท่าที่จะช่วยได้

“วันนี้ผมพร้อมปรับโหมดในเชิงรุก แต่คำว่าเชิงรุกของผมไม่ได้หมายความว่ามาร์เก็ตแชร์ผมต้องขึ้น เพราะผมจะขายในสิ่งที่มันใช่ แล้วคำว่าใช่ของผม จะต้องตอบโจทย์ของผู้เอาประกันด้วย ผมย้ำว่า เราต้องเน้นในเรื่องของความยั่งยืนเป็นหลัก”

นั่นคือ วิสัยทัศน์จากผู้นำองค์กรของบริษัทประกันชีวิตของคนไทยแห่งแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ตรงกับความต้องการ ภายใต้โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer