ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เปิดยุทธศาสตร์พา SC Asset ฝ่าวิกฤตโควิดอย่างยืดหยุ่นเพื่อความยั่งยืน

ถึงแม้วิกฤตโควิด-19 ในเมืองไทยกำลังดีขึ้น บนความหวังว่าคงไม่รีเทิร์นกลับมาอีก แต่ในเรื่องอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ผ่านไป และกลับมาเติบโตได้ง่าย ๆ เพราะสินค้าที่ยังมีอยู่อีกมากในตลาด ในขณะที่กำลังซื้อของคนที่ลดลงไป โอกาสที่จะกลับมาอีกครั้งต้องใช้เวลาแน่นอน

ที่สำคัญ วิกฤตรอบนี้จะเป็นการสกรีนให้บริษัทที่แข็งแรงและปรับตัวได้เร็วกว่า เป็นผู้ที่อยู่รอด

โชคดีที่vision สำคัญของ ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ซีอีโอหนุ่มแห่ง บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คือเรื่องของ “Super Resilient ปรับตัวเร็ว เพื่อยั่งยืนในทุกบริบท” โดยมีเป้าหมายของการพัฒนาสินค้าและบริการคุณภาพสูง พร้อมกับสร้างบ้านในทุกระดับราคา เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมี “ทุกเช้าที่ดี” ไปพร้อมกับสังคมคุณภาพ

ทำให้ในหลายปีที่ผ่านมา ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ได้มีการปรับยุทธศาสตร์ในการทำงานใน 2 เรื่องหลัก ๆ คือ  

1. Re-invent ตัวเอง ปรับวิธีคิด เพื่อลูกค้า

เพราะแลนด์สเคปของโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป วิธีคิดแบบเดิมเริ่มใช้ไม่ได้ในบริบทใหม่ของ Digital Technology ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต 

“เราจึง Re-invent เปลี่ยนตัวเองจาก “ดีเวลอปเปอร์” เป็น “ลีฟวิ่งโซลูชั่น โพรไวเดอร์” (Living Solutions Provider) ผสมผสานอสังหาฯ นอกจาก Product + Services ยังมี Platform + Solutions เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น”

 2. Resilient ยืดหยุ่น เพื่อความยั่งยืน

ปรับตัวเร็วและมองโอกาสหา S-curve ให้บริษัท สำหรับการเติบโตระยะยาว โดยขับเคลื่อนใน 2 เรื่องหลัก คือ Resilient Portfolio  กับ Resilient People      

Resilient Portfolio แบ่งเป็น 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ For Sale, For Rent และ Living Solutions

1. For Sale เน้นแนวราบ ด้วยการวางแผนเพิ่มการเติบโตของแนวราบ ด้วยการเพิ่มสัดส่วนแนวราบราคาน้อยกว่า 10 ล้านบาท จาก 40% เป็น 50% ใน 1-3 ปีนี้

โดยมี Product ครบทุก Segment และตอบโจทย์ Human-centric และยังได้ออกแบบ Prototype ใหม่ ๆ เพิ่มความหลากหลาย เพื่อเป็นบ้านสำหรับทุกคน  

2. For Rent เสริมพอร์ต Resilient Portfolio ให้มีสัดส่วนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในอนาคตมากกว่า 20%

โดยเปิดบริษัทใหม่ชื่อ SC Expedition (บริษัท เอสซี เอ็กซ์เพดิชั่น จำกัด) เพื่อพัฒนาธุรกิจโรงแรมกลุ่ม mid-to-upscale รองรับนักท่องเที่ยวทั้งต่างประเทศและในไทย โดยเฉพาะกลุ่ม FIT (Free Individual Travelers) ที่ชอบท่องเที่ยวด้วยตนเองและเติบโตในอนาคต

พร้อมด้วยเป้าหมายการเปิดโรงแรมรวม 1,000 keys ระหว่างปี 2563-2566 ประกอบด้วย 5 ทำเล ทั้งกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวที่พัทยา โดยจะเปิดในกรุงเทพฯ แห่งแรกที่ราชวัตร ส่วนอีก 3 ทำเล ได้แก่ รัชดาภิเษก, สุขุมวิท, วิภาวดี

3. หา S-curve ใหม่จาก Living Solutions

“เรามองโอกาสและหา S-curve ใหม่บนการพัฒนา Platform โดยได้เปิดตัว RueJai Club ไว้ดูแลลูกค้า  ซึ่งเป็นวิถีของโลกยุคใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งมอบ Solutions ให้กับลูกค้าทุก ๆ บ้าน ด้วยโมเดลช่วยเรื่องบ้าน จัดการเรื่องชีวิต“

ซึ่งประกอบด้วยแพ็กเกจบริการรายครั้งหรือรายเดือน สำหรับอำนวยความสะดวกทุกสิ่งที่เกี่ยวกับบ้าน ได้แก่ แม่บ้าน, ทำสวน, ล้างแอร์  เป็นต้น พร้อม Solutions ที่มากกว่า ได้แก่ บริการส่งน้ำ, ส่งแก๊ส, ตัดผม, ซักรีด, ประกันภัย, อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะร่วมกับบริษัทพาร์ตเนอร์ชั้นนำในอนาคต

ส่วน Resilient People การให้ความสำคัญกับบุคลากร ที่เป็นหัวใจของความสำเร็จขององค์กร

บริษัทได้นำวัฒนธรรมองค์กรชื่อ #SKYDIVE ภายใต้ค่านิยม (Core values) 4 ประการคือ Care, Courage, Collaboration, Continuous Improvement โดยทั้งหมดเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เปิดโอกาสให้กล้าคิดและทำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรให้สอดคล้องต่อการเป็น Living Solutions Provider

ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19  ณัฐพงศ์เคยกล่าวกับ Marketeer ว่า

“วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือสภาพธุรกิจมันเหมือนท้องอืด มันคือ ภาวะท้องอืด คือซัปพลายเยอะ ดีมานด์หนี้สูง ทีนี้ถ้าเรามองโลกตามความเป็นจริง เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกวัน ต้องกล้าคิด กล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ ก็จะทำให้เราอยู่รอด”

โดยเน้นว่าสิ่งที่ควรทำ “do” ในช่วงนี้คือต้องใช้ความยืดหยุ่น เพื่อความยั่งยืน มองหาโอกาส ในทุกวิกฤต มี portfolio ที่ยืดหยุ่น สินค้าและบริการคุณภาพสูง และวัฒนธรรมองค์กรที่ใช่ จะพา SC ผ่านปีแห่งบททดสอบนี้ไปได้อย่างแน่นอน

ส่วนในเรื่องของ “Don’t” ณัฐพงศ์บอกสั้น ๆ ง่าย ๆ แต่มีผลที่ยิ่งใหญ่มาก คือ

“การไม่ลงทุนจนเกินตัว และชะลอการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการแนวสูง (คอนโด) ที่กำลังโอเวอร์ซัปพลายอยู่ในขณะนี้”

เขาบอกว่า เมื่อวิกฤตสถานการณ์ COVID-19 มาถึง สิ่งสำคัญที่สุด คือการบริหารสภาพคล่องและรักษาระดับหนี้ พร้อมกับการดูแลลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงานให้ดีและปลอดภัยที่สุด

แผนการรับมือหลังเกิดวิกฤต  

จากวิสัยทัศน์ใน 2 เรื่องสำคัญดังกล่าว ทำให้ SC ได้พลิกกลยุทธ์การตลาดแนวราบสู่ออนไลน์ทันที ด้วยการทำ SC BOOKING FROM HOME ด้วยแนวคิด ห่างกัน แค่ไหน… ก็ซื้อบ้านได้ โดยลูกค้าสามารถช้อปแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชม. ควบคู่กับการใช้ Sales Agent ทำให้ได้รับความสำเร็จจากแคมเปญต่าง ๆ 

ฮไลท์ คือ การทำ Facebook Live สด โครงการต่าง ๆ ที่เพจ SC Asset ในทุก ๆ วันเสาร์ เวลา 13.00 น. นำเสนอบ้าน ทาวน์โฮม ที่คัดสรรมาให้ลูกค้าได้รับชม เสมือนเดินทางมาดูด้วยตัวเอง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี

ยังเพิ่มเติมด้วยแคมเปญการตลาดอื่นๆอีกเช่น ‘SC Super Free’ ผ่อนหนักให้เป็นฟรี หรือในส่วนคอนโดมีแคมเปญ “หายห่วง” Worry Free เปิดตัวบริการพิเศษ Personal Online Property Consultant

ในส่วนแผนงานโครงการแนวราบ ยังเป็นไปตามแผนเดิม โดยไตรมาส 2/63 SC ได้เปิด pre-sale บ้านเดี่ยวและคฤหาสน์วิลล่าหรู  4 โครงการใหม่ ราคา 5-50 ล้านบาท โดยเพียง 2 สัปดาห์แรกที่เปิดจอง SC สามารถสร้างยอดขายประมาณ 700 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่ายอดขายของโครงการแนวราบจะเติบโตตามเป้าหมาย

โดยในเดือนพฤษภาคมมียอดขายรวม (รวมแนวราบ + แนวสูง) เติบโต 147% (YOY) เนื่องจากบริษัทมีโครงการเพื่อขายทุกระดับราคารวม 52 โครงการ มูลค่ารวม 41,600 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 44 โครงการ และคอนโด 8 โครงการ

เมื่อวิกฤต เปิดโอกาสให้ตอกย้ำแบรนด์  

ที่น่ารักมาก ๆ คือ การเอาเรื่องใกล้ตัวของลูกค้าในช่วง “อยู่บ้านเพื่อชาติ” มาออกแคมเปญอย่างต่อเนื่อง เช่น

 #StayAtHomeForGoodMornings ‘ปรับตัว ไม่กลัวอยู่บ้าน’ รายการที่แชร์เคล็ดลับ, เทคนิคการอยู่บ้าน และการฝึก Skill ใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้ทุกคนได้เรียนรู้ และปรับตัวให้อยู่บ้านอย่างมีความสุข ผ่านการพูดคุยกับแขกรับเชิญพิเศษและผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ

#ยินดีที่เพิ่งรู้จัก’ ผลิตคลิปวิดีโอแบบไม่ต้องออกกอง ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อรับกับวิถีชีวิตแบบต้องรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยคัดสรรจากเรื่องราวจริง ๆ มาถ่ายทอดความประทับใจในการอยู่ร่วมกันที่บ้าน นอกจากทำให้ได้ใกล้ชิดกับคนในครอบครัวมากขึ้น ยังทำให้เพิ่งได้รู้จักกันมากขึ้นในช่วงนี้  ตัวอย่างเช่น

  • เพิ่งรู้จักพ่อ…ในมุมมองใหม่ คือ ‘เด็กติดเกม’      
  • เพิ่งรู้จักแม่…ผมเริ่มบางแล้วนะ ต้องดูแลมากขึ้นแล้ว
  • เพิ่งรู้จักสามี…ผ่านมา 10 ปี ก็เพิ่งรู้ว่าเธอล้างจานเป็น
  • เพิ่งรู้จักตัวเราเอง…ในเวอร์ชั่น 4.0

วิดิโอชุดนี้เป็นเรื่องราวที่ทุกคนเป็นคนกำกับเอง ถ่ายทำเอง เล่าเรื่องของพวกเขาเอง ที่เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว ก็ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ ๆ เสมอไป ทำให้การอยู่บ้านมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นภายใต้วิถีชีวิตแบบใหม่ (New Normal) ซึ่งเป็นการส่งเสริมความความสัมพันธ์อันดีของคนในครอบครัว 

ควบคู่กับการดูแลลูกบ้านผ่าน Baan RueJai Application ภายใต้

1. แคมเปญ SC Family Biz “Together We Care” โดยที่ SC เป็นสื่อกลางช่วยประชาสัมพันธ์ธุรกิจของลูกบ้านบน Application ได้แก่ ร้านอาหาร, เครื่องดื่ม เป็นต้น

2. มอบแพ็กเกจ RUEJAI… HOME QUARANTINE กรณีลูกค้าอยู่ในระหว่าง QUARANTINE 14 วัน ด้วยแนวคิดห่วงใยระยะไกล ไม่ว่าจะห่างกันแค่ไหน…ก็ดูแลกันเสมอ ผ่านคูปองมูลค่า 3,000 บาท สำหรับซื้อสินค้าและบริการบนแอปพลิเคชัน 

3. การจับมือ รพ. พระรามเก้า มอบ Privilege สำหรับลูกบ้าน ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ฟรี ผ่าน ‘PR9 Telemedicine’ ป่วยอยู่บ้านก็หาหมอได้สบายแค่ปลายนิ้วคลิก

ณัฐพงศ์ยืนยันว่า บริษัทได้ปรับตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยแนวทาง ‘Resilient’ ยืดหยุ่นเพื่อความยั่งยืน ทำให้มั่นใจและมีความพร้อมรับมือในการฝ่าวิกฤตโควิดครั้งนี้ และสามารถบริหารธุรกิจให้เติบโตสู่เป้าหมายในอนาคตได้อย่างแน่นอน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer