NRF ทำความรู้จักกับผู้ผลิต Specialty Food รายใหญ่ที่พร้อมขึ้นแท่นเป็นผู้นำระดับโลก

ในยุคที่เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพกำลังฮอตและขึ้นแท่นเป็นเมกะเทรนด์ไปทั่วโลก ทำให้ชื่อของ NRF หรือ บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) จัดอยู่ในระดับชั้นแนวหน้าในเวทีระดับนานาชาติ โดยเฉพาะเรื่องการผลิต และจำหน่ายอาหารประเภท ‘Specialty Food’

NRF ก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 แห่งการเป็นผู้ผลิต จัดหา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงอาหาร อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงสำหรับประกอบอาหาร รวมถึงอาหารมังสวิรัติที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และนม อาหารโปรตีนจากพืช และเครื่องดื่มชนิดผงและน้ำ ส่งออกไปกว่า 25 ประเทศทั่วโลก อาทิ อเมริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย เป็นต้น และในปี 2020 บริษัทฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape) เป็นครั้งแรก

ลักษณะการประกอบธุรกิจแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ

  1. ผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิต เช่น อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน อาหารมังสวิรัติและเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ กว่า 2,000 SKU และมากกว่า 500 สูตรอาหาร ด้วยฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสายการผลิตของบริษัทฯ ที่มีความยืดหยุ่นในการผลิตทั้งแบบขนาดเล็กและใหญ่ที่ได้รับการรองรับคุณภาพการผลิตจากหลายองค์กรในต่างประเทศ เช่น The British Retail Consortium (BRC) ลูกค้าของบริษัทฯ ส่วนใหญ่นั้นเป็นบริษัทอาหารและเครื่องปรุงรสระดับโลกและระดับภูมิภาค รวมถึงห้างค้าปลีก หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสาขาหลายประเทศทั่วโลกซึ่งบริษัทฯ มีความสัมพันธ์มายาวนาน รวมถึงลูกค้าใหม่ ๆ ที่เลือกบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตจากความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว และการมีวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งตรงกับ core value ของลูกค้าของบริษัทฯ
  2. ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ ซึ่งได้รับการยอมรับในคุณภาพและรสชาติมากกว่า 20 ปีในแถบอเมริกาและยุโรป เช่น เครื่องปรุงต้มยำ เครื่องปรุงแกง มันปูมันกุ้งตราพ่อขวัญ ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องปรุงรสอาหารท้องถิ่นในแถบภูมิภาคเอเชีย น้ำซุปและผงซุปสำเร็จรูป ตรา Lee Brand รวมถึงอาหารพร้อมรับประทาน ตรา Delight ซึ่งเป็นอาหารอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่พร้อมนำเข้าเตาไมโครเวฟและรับประทานได้ทันที เช่น บะหมี่ฮกเกี้ยนผัดสำเร็จ ผัดไท ข้าวราดแกง จำหน่ายในทวีปอเมริกา
  3. ผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช เช่น เนื้อเทียม เส้นชิราตากิ เนื้อปลาทูน่าหรือปลาไหลที่ทำจากมะเขือ หรือ เส้นบุกในรสชาติต่าง ๆ
  4. ธุรกิจผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape) อาทิ ผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะดวกใช้แค่ปลายนิ้วสัมผัส สำหรับทุกวัย รวมถึงผู้ป่วยและผู้พิการ ซึ่งบริษัทฯ สามารถผลิตและให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ V-shapes สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง ยา เวชภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ หรือของลูกค้า

บริษัทฯ มีรายได้ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างน่าสนใจ ในอาหารประเภท ‘Specialty Food’ หรืออาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้แก่ กลุ่มอาหารประเภทอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นในเอเชีย (Ethnic Oriental Food) และ อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) เป็นต้น

โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีรายได้จากการขายจากการรับจ้างผลิตมากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจประเภทอื่น โดย 3 เดือนแรกของปี 2563 มีรายได้อยู่ที่ 170.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 62.2 โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ในการผลิตสินค้าให้กับบริษัทอาหาร (สำเร็จรูป) ชั้นนำระดับโลกที่นอกเหนือจากความต้องการผู้ผลิตที่มีความสามารถในการตอบสนองในด้าน R&D ที่รวดเร็วและมีคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานระดับโลก ยังต้องการผู้ผลิตอาหารอย่างยั่งยืน (Sustainability) เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และเพื่อโลกที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ มากขึ้นจากการเพิ่มจำนวนลูกค้าที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและรสชาติของบริษัทฯ มากว่า 20 ปี ไปกระจายให้มากขึ้น ในแต่ละประเทศ

ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีโอกาสการเติบโตสูงในอีกหลายประเทศที่บริษัทฯ ยังไม่มีตัวแทนนำเข้า รวมถึงในประเทศสหรัฐอเมริกาเองที่บริษัทฯ ยังสามารถกระจายสินค้าไปยังอีกหลายรัฐที่มีความนิยมในอาหาร Ethnic ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้บริษัทฯ มีการเติบโตของรายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ สูงขึ้นร้อยละ 32 ในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

จาก Mega Trend แนวโน้มการบริโภคอาหารของโลกที่มีอัตราการเติบโตของการบริโภคอาหารมากกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้มีการพัฒนาโปรตีนจากพืชเพื่อให้ประชากรโลกมีโปรตีนบริโภคอย่างเพียงพอในอนาคต รวมถึงกระแสนิยมในการบริโภคโปรตีนจากพืชในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษที่เติบโตอย่างมากจากการใส่ใจสุขภาพเพื่อการมีชีวิตอยู่อย่างยั่งยืน

บริษัทฯ จึงได้เพิ่มขีดความสามารถและขยายฐานการผลิตอาหารโปรตีนจากพืช โดยการร่วมลงทุนกับพันธมิตรที่ดีในการทำธุรกิจอย่าง THE BRECKS COMPANY LIMITED (เบรคส์) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมผลิตอาหารโปรตีนจากพืชในทวีปยุโรปที่มีประสบการณ์และความชำนาญมานานกว่า 27 ปี

โดยเบรคส์มีฐานการผลิตในประเทศอังกฤษ รับจ้างผลิตสินค้าโปรตีนจากพืชให้กับตราสินค้าต่าง ๆ เช่น Quorn และ The Vegetarian Butcher ทำให้บริษัทฯ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งใน First Mover ของเอเชีย ที่มีฐานการผลิตผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชในขั้นเชิงพาณิชย์ (Commercial Stage) ป้อนเข้าสู่ตลาดโลก และกำลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมผลิตและรับจ้างผลิตอาหารโปรตีนจากพืชในประเทศไทยและในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก (The Foxconn of Plant-based food)

นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชใหม่ ๆ และเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับลูกค้ารายใหม่ ๆ บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในกองทุน Big Idea Venture และ New Protein Fund ที่ให้เงินทุนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพเกี่ยวกับอาหารโปรตีนจากพืช (เป้าหมายลงทุน 100 สตาร์ทอัพ) พร้อมทั้งให้คำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จ

โดยนอกเหนือจากการที่บริษัทฯ ได้รับความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเป็นรายแรก ๆ (First-hand information) ของหนึ่งใน Plant-based ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดแล้ว บริษัทฯ ยังได้รับสิทธิในการเป็น preferred Co-packer ให้กับสตาร์ทอัพเหล่านั้นด้วย

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีหลายสตาร์ทอัพที่มีการขายผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืชในร้านอาหารแล้ว อาทิ Phuture Food limited ซึ่งผลิตเนื้อหมูเทียมที่สามารถนำไปทำอาหารประเภทติ่มซำ และอาหารประเภทอื่น ๆ

มีการคาดการณ์ว่าการบริโภคอาหาร Ethnic Food นั้นจะเติบโตอย่างต่อเนื่องมากกว่าร้อยละ 10 ต่อปีไปจนถึงปี 2023-2024 จากแนวโน้มของการย้ายถิ่นที่อยู่มากขึ้นของประชากรโลก รวมถึงความนิยมในการบริโภคอาหารที่มีรสชาติของผู้บริโภคกลุ่ม Millennial ดังนั้น เพื่อตอบสนองการเติบโตของความนิยม Ethnic food ที่ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทฯ ในกลุ่ม Ethnic Food มีการเติบโตกว่าร้อยละ 20 ในไตรมาส 1 ปี 2020 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในบริษัท ซิตี้ฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารเครื่องปรุงรสส่งออกไปประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ เพื่อขยายฐานการผลิต

ทั้งนี้ ซิตี้ฟู้ดเป็นเจ้าของแบรนด์น้ำเต้าหู้ชินโป และมีโรงงานผลิตน้ำเต้าหู้ของตนเองทำให้บริษัทฯ สามารถใช้เป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชได้อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับสิทธิในการจัดจำหน่ายแบรนด์น้ำเต้าหู้ชินโปแต่เพียงผู้เดียว โดยบริษัทฯ มุ่งหวังว่าจะกระจายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ในประเทศไปพร้อมกับการจัดจำหน่ายน้ำเต้าหู้ชินโปซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากขึ้น

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งเป็น Functional product จากบรรจุภัณฑ์ V-shapes นั้น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้กับบริษัทฯ และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ให้กระจายไปยังผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ประเภทยา หรือสินค้าอุปโภคอื่น ๆ ที่บริษัทฯ สามารถพัฒนาร่วมกับลูกค้าหรือคู่ค้าของบริษัทฯ ได้อีกด้วย ให้มีความทันสมัย และเหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่มีความสะดวกสบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

การก้าวสู่ผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร Specialty Food ในระดับสากล ของ NRF ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด

เพราะผลิตภัณฑ์ของ NRF ถือเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในตลาดต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหาร ‘Specialty Food’ ประเภท Ethnic และ plant-based รวมถึงผลิตภัณฑ์ Functional ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคอย่าง V-shape ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างไม่หยุดนิ่งเสมอมา…

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nrinstant.com/

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer