UV-C ยับยั้งเชื้อโรคสำหรับชีวิตยุค New Normal ได้จริงหรือ ? (วิเคราะห์)

ในช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึงการฆ่าเชื้อไวรัส CORONA โดยใช้ UV-C อย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ดี ยังคงมีความกังวลในเรื่องข้อจำกัดในการใช้งาน โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่มีคำแนะนำที่ชัดเจน ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายได้

Marketeer ได้รับเกียรติจาก คุณอานนท์ กุลวงษ์วาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิกนิฟาย คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Signify ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ส่องสว่าง ทั้งในระดับมืออาชีพ ผู้บริโภค และผลิตภัณฑ์ส่องสว่างสำหรับอุปกรณ์เชื่อมต่อ IoT ซึ่งกำกับดูแลแบรนด์ไฟฟ้าส่องสว่าง Philips, Interact และแบรนด์ดัง ๆ อีกหลายแบรนด์ในตลาด มาให้ข้อมูลถึงเทคโนโลยีหลอดไฟ UV-C ทั้งในส่วนของการยับยั้งเชื้อไวรัส และความเหมาะสมในการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ

UV-C กำจัดไวรัสได้จริง

หลายท่านอาจสงสัยว่า เทคโนโลยี UV-C สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสได้จริงหรือ?

เมื่อไม่นานมานี้ มีการรับรองการทดสอบในห้องปฏิบัติการโดยมหาวิทยาลัยบอสตัน แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดแสงUV-C ของ Signify สามารถยับยั้งการแพร่พันธุ์ของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

“เป็นเวลานานกว่า 35 ปีที่ Signify เป็นผู้นำระดับแนวหน้าของเทคโนโลยี UV และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ส่องสว่างที่ให้แสงUV-C ด้วยแบรนด์ Philips ซึ่งเราอยู่ในตลาดเมืองไทยมานานมากแล้ว แต่จะจำกัดใน Niche Market เช่น วงการแพทย์ และโรงงานอุตสาหกรรม เรามีการทดสอบมาก่อนหน้านี้แล้วอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โรคซาร์ส  อีโบล่า ซึ่งก็สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เราเห็นหลาย ๆ แบรนด์เริ่มผลิตสินค้าประเภทUV-C ออกมา และเป็นที่พูดถึงใน Mass Market มากขึ้น ซึ่งตอนนี้ Signify กำลังจะเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น และเกี่ยวข้องกับ Consumer ซึ่งจะมีความใกล้ตัวผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกในการยับยั้งการทำงานของเชื้อโรคทั้งในอากาศ พื้นผิวและวัตถุ”

เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและมีมาตรฐาน

แม้จะสามารถกำจัดเชื้อต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีผลกระทบทางอ้อมถึงบุคคล เนื่องจากลำแสงนี้ไม่ควรกระทบกับสายตาหรือผิวหนัง ซึ่งเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

“ผมมองว่าสิ่งที่ต้องให้ความรู้กับผู้บริโภคมาก ๆ คือเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับแรก เพราะลำแสงนี้มีผลกระทบโดยตรงกับคน และสัตว์ นั่นคือสาเหตุว่า ทำไมคุณถึงต้องใช้แบรนด์ Philips เพราะเรายึดถือเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั้งชาวไทยและทั่วโลกมาอย่างยาวนานถึงความน่าเชื่อถือ คุณภาพสินค้าที่ดีเยี่ยม มีมาตรฐาน มอก. มีการทดสอบ ทดลอง และพิสูจน์ที่ชัดเจนโดยสถาบันชั้นนำระดับโลก พร้อมด้วยคู่มือและคำแนะนำที่ชัดเจน”

“นอกจากนี้ เรายังใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาฟังก์ชันความปลอดภัยเพื่อจำกัดความเสี่ยง โดย โคมไฟ Philips UVC Desk Lamp ที่เราจะนำเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค จะมีสัญญาณที่เป็นคลื่นไมโครเวฟ ตรวจจับการเคลื่อนไหว หากเครื่องพบว่ามีคน หรือสัตว์อยู่ในพื้นที่เครื่องก็หยุดทำงานทันที พร้อมทั้งมีเสียงแจ้งเตือนทุกขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ได้อย่างง่าย ถูกต้องตามคำแนะนำ และปลอดภัย”

ที่ผ่านมา Signify ถือเป็นหัวหอกในการผลักดันให้เกิดการตั้งมาตรฐานความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ให้กับเทคโนโลยีUV-Cทั่วโลก ซึ่งออกด้วยองค์กร Global Lighting Association เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้บริโภค

Signify เล็งเห็นถึงมาตรฐานความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากคุณใช้หลอดที่นำเข้ามาแบบไม่ได้มาตรฐาน ไม่มี มอก. ไม่มี Safety Instructions หรือ Safety Issues ที่เชื่อถือได้นั่นอาจเป็นอันตรายได้ รวมถึง หลอดUV-Cที่ไม่ได้มาตรฐานจะมีการปล่อยโอโซนที่มีสารพิษออกมา ซึ่งแทนที่เราจะปลอดภัย กลายเป็นทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพคนที่สูดดมโอโซนแทน”

“เราพยายามให้ความรู้เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคนำไปใช้แบบผิดประเภท ผิดวิธีการ เพราะเทคโนโลยีนี้มีระยะเวลาการทำงาน ต้องเปิดนานแค่ไหน กี่นาที ถึงเหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ถ้าใช้ไม่ถูกต้องตามค่าที่เหมาะสม ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงอันตรายกับผู้ใช้งานอีกด้วย”

“ซึ่งในผลิตภัณฑ์ของเราไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Professional หรือ กลุ่ม Consumer เรามีเจ้าหน้าที่ขายและคู่มือมาตรฐานการใช้งาน แนะนำการใช้งานต้องใช้อย่างไร คำนวณสูตรการใช้งานที่เหมาะสมให้ ห้องกี่ตารางเมตร ควรใช้กี่นาที ถึงจะฆ่าเชื้อได้เท่าไร เราจะมีคำแนะนำที่เหมาะสมให้ เชื้อตัวนี้ต้องใช้เวลาเท่าไร เชื้อโรคแต่ละตัวก็จะไม่เหมือนกัน บางตัวอาจต้องใช้เวลาการทำงานที่นานกว่า บางตัวใช้เวลานิดเดียวก็สามารถยับยั้งเชื้อโรคได้แล้ว โดยอ้างอิงจากผลทดสอบอย่างเป็นทางการในระดับโลกของเรา”

หลอดไฟUVC สิ่งจำเป็นในยุค New Normal

UV-Cจะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันยุคใหม่ และสามารถใช้งานได้ทั่วไปในทุก ๆ สถานที่ ตั้งแต่บ้าน ออฟฟิศ โรงแรม โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล โรงเรียน โรงยิม ร้านค้าปลีก และพื้นที่ที่มีการพบปะของผู้คน และมีความเสี่ยงติดเชื้อสูง”

คุณอานนท์ กล่าวกับ Marketeer ว่าเทคโนโลยีนี้จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งความสะดวก และการยับยั้งเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพสูง มั่นใจได้ และกลายเป็นสิ่งสำคัญในเวลาที่องค์กรต่าง ๆ กำลังมองหาวิธีในการดำเนินงานและให้บริการในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

“ผมมองว่าUV-Cจะกลายเป็นสินค้าที่จะมีในทุกบ้าน คล้าย ๆ ที่เรามีเครื่องฟอกอากาศ เพราะเชื้อโรคจะไม่มีทางหายไปจากโลกนี้ มันจะอยู่กับเราไปอีกนาน สิ่งที่เราต้องทำคือ ให้ความรู้กับตลาด และต้องให้มีสินค้าเหล่านี้อยู่ในที่ที่เป็นสาธารณะ เพราะเราคงไม่สามารถพ่นยาฆ่าเชื้อได้ตลอดเวลา แต่UV-C สามารถเปิดเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถกำจัดเชื้อโรคออกไปได้เลย”

“และคุณจะเห็นเทคโนโลยีUV-C ในรูปแบบที่คุณอาจคาดไม่ถึง คือ การนำหลอดUV-C ติดตั้งไว้ในท่อดักแอร์ อากาศที่ดูดขึ้นไป จะถูกUV-C ฆ่าเชื้อ และพอปล่อยออกมาก็จะสะอาด ซึ่งเทคโนโลยีพวกนี้เรามีมานานมากแล้ว”

“ถ้าเน้นไปทางธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ต้องการพิสูจน์เรื่องมาตรฐานของโรงแรมที่มีการฆ่าเชื้อเหล่านี้ นี่ก็อาจจะเป็นจุดที่เราสามารถนำมาใช้เป็นมาตรฐานใหม่ของสมาคมโรงแรมหรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต่อไปในอนาคต ซึ่งโรงแรมถือว่าเหมาะมาก ๆ ในการช่วยให้การทำความสะอาดเข้าถึงในทุกจุด เปลี่ยนถ่ายห้องได้อย่างรวดเร็ว เพราะถ้าจะให้พ่นฆ่าเชื้อกันทุก ๆ วัน คงเป็นไปไม่ได้”

เปิดไลน์สินค้าครอบคลุมทุกความต้องการ

Signify มีการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์UV-C โดยได้เข้าซื้อสินทรัพย์ของบริษัท Germicidal Lamps & Applications (GLA) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการยับยั้งการทำงานของเชื้อโรคด้วยแสงUV-C  ในอากาศโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มความรู้เชิงลึกในการใช้ ลักษณะการใช้งาน และผลิตไลน์สินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม

“ปัจจุบันในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์UV-C ของเราเริ่มทำการตลาดอย่างจริงจังแล้ว ก็จะมีสินค้าหลัก ๆ อยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. Desk Lamp: เป็นแบบ Portable ขนาดกะทัดรัดสามารถนำไปตั้งในห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนได้เลย จะมีข้อแนะนำว่าห้องขนาดเท่าไร ต้องใช้เวลาเท่าไร ถึงจะสะอาดคลีนทั้งหมด
  2. UV-C Chamber: คล้าย ๆ กับตู้อบ ซึ่งอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ฆ่าเชื้อขวดนมอยู่แล้ว แต่ตอนนี้สามารถใช้กับโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ ได้
  3. UV-C กลุ่ม Professional จะเป็นกลุ่มที่ใช้ในโรงพยาบาล หรืออุตสาหกรรม เป็นรุ่นที่มีลักษณะเป็นหุ่นยนต์คล้าย ๆ รถเข็นที่มีแขน สามารถฆ่าเชื้อได้ และเคลื่อนที่ได้ด้วย กลุ่มนี้จะมีลักษณะที่เป็นหลอดพร้อมราง นำไปใช้ได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น ในรถไฟฟ้าหรือในสนามบิน”

ส่งต่อความรู้ มอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้บริโภค

“เทคโนโลยีUV-Cจะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตให้กับผู้บริโภค หน้าที่ของเราคือ มอบสินค้าคุณภาพดี มีมาตรฐาน และยังนำเสนอความปลอดภัยให้กับลูกค้า เราตั้งใจบุกตลาดนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งสิ่งที่เป็นความท้าทายที่สุดคือ ตลาดยังมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีนี้ค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้นเราต้องให้ข้อมูลให้ได้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้ก็อาจจะทำได้แค่ผ่านทางสื่อโซเชียลทั้งหลาย และส่งข้อมูลไปทางกลุ่มตัวแทนจำหน่ายของเรา และเข้าไปหาโดยตรงกับลูกค้ากลุ่ม End User จริง ๆ ที่มีความต้องการใช้สูง เช่น กลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ สนามบิน เพื่อส่งมอบข้อมูลและให้ความรู้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคน” คุณอานนท์กล่าวปิดท้าย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับUV-C ที่มีมาตรฐาน และคุณภาพได้ที่ https://www.signify.com/global/innovation/uv-c

Facebook: Signifythailand

Instagram:  Signifythailand/

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน