KAS ระบบเกษตรรูปแบบใหม่ ที่ช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายได้อย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งเกษตรกรรม” คำกล่าวสั้นๆที่เราเคยได้ยินกันอย่างบ่อยๆตั้งแต่เด็กจนโต เป็นคำพูดที่แสดงออกถึงประเทศไทยที่เป็นประเทศที่ผลิตอาหารที่สมบูรณ์ เพาะปลูกได้ทุกฤดูกาล และมีพืชเศรษฐกิจที่ทำให้ทั้งคนไทยและหลายๆประเทศอิ่มท้องกันทั่วหน้า แต่จะมีสักที่คนที่รู้ว่า “เกษตรกร” ผู้ที่ทำให้เราอิ่มท้องนั้นต้องประสบปัญหาหลายๆอย่าง

โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้นที่ส่งผลทำให้รายได้ของเกษตรกรนั้นลดน้อยลงจนไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต สยามคูโบต้า ผู้ขับเคลื่อนเกษตรกรรมไทยมามากกว่า 40 ปี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาโดยตลอด  โดยมอบองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่เรียกว่า “KUBOTA (Agri) Solutions” หรือ KAS เกษตรครบวงจร ให้กับเกษตรกรไทย

ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ให้ยั่งยืนแก่เกษตรกรไทย

KUBOTA (Agri) Solutions หรือ KAS เกษตรครบวงจร ที่ทางสยามคูโบต้า ได้ส่งมอบให้นั้นคือ ระบบการจัดการด้านการเกษตร ที่นำการจัดการเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามามีบทบาทในการทำเกษตรในแต่ละขั้นตอนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากคลิปวิดีโอการทำเกษตรด้วยวิธี KAS ที่สยามคูโบต้าได้อธิบายพร้อมเปรียบเทียบการทำเกษตรระหว่างวิธีปัจจุบันที่เกษตรส่วนใหญ่ใช้กัน กับวิธีของ KAS ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การบำรุงรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว พร้อมทั้งยังให้ข้อมูลและเผยถึงผลการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน

ด้านผลลัพธ์ที่ซึ่งเห็นจากการรับชมคลิปวีดีโอจากการทำการเกษตรทั้ง 2 แบบนั้น เห็นได้ว่าวิธี KAS มีส่วนช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน และเพิ่มรายได้จากผลผลิต เช่น

  1. การเตรียมดิน วิธีปัจจุบันทำให้เปิดหน้าดินมากเกินไป แต่วิธีของ KAS มีการแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงให้เหมาะสม ไม่มีการเปิดหน้าดินจะช่วยลดปัญหาอ้อยตายในภาวะแล้งได้
  2. การปลูก วิธีปัจจุบันได้ใช้แรงงานคนทำให้ได้หน้าปลูกที่แคบยากต่อการดูแลรักษา ส่วน KAS จะใช้แทรกเตอร์ติดอุปกรณ์ปลูกอ้อยจะทำให้ได้ร่องปลูกที่กว้างง่ายต่อการดูแลรักษา
  3. การบำรุงรักษา วิธีปัจจุบันเป็นผลจากการปลูกที่ทำให้ร่องปลูกแคบจึงต้องทำให้ใช้คนเข้าไปพรวนดินและใส่ปุ๋ย ด้าน KAS สามารถวิเคราะห์สภาพดินเพื่อให้ทราบถึงปริมาณปุ๋ยที่ต้องใช้และด้วยความกว้างของร่องทำให้สามารถดูแลได้ทั่วถึง
  4. เก็บเกี่ยว วิธี KAS ได้ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาช่วยทำให้เก็บเกี่ยวได้เต็มที่ทั้งยังมีคุณภาพดี ทำให้นำไปขายได้ราคาดี ต่างจากวิธีปัจจุบัน ที่ต้องเผาใบอ้อยและใช้คนเก็บเกี่ยวที่ส่งผลให้คุณภาพลดลงและเมื่อนำไปขายจึงได้ราคาไม่ดี

นอกจากนี้ KAS ยังช่วยลดการใช้สารเคมี และการเผาไหม้ ซึ่งเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนต่างจากวิธีปัจจุบัน ที่นอกจากจะได้ผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพแล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่ายให้มากขึ้นอีกด้วย ฉะนั้น วิธีการทำเกษตรแบบ KAS จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจในยุคปัจจุบัน

สำหรับท่านใดที่ต้องการศึกษารายละเอียดการทำเกษตรด้วยวิธี KAS สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ www.kubotasolutions.com  แล้วอย่าลืม…นำองค์ความรู้ดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อในชุมชนของตนเอง เพื่อให้ภาคเกษตรกรรมของไทย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของประเทศเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer