การมาของเทคโนโลยี และดิจิทัลเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้พฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้บริโภคเปลี่ยนในแบบ New Normal
รวมทั้งพฤติกรรมด้านเงินฝากของผู้บริโภคเองก็เปลี่ยนไป
จากการเดินเข้าไปที่สาขาธนาคารต่อคิวเพื่อเปิด “บัญชีเงินฝาก” ก็หันมาเปิด “บัญชีเงินฝากดิจิทัล” “บัญชีเงินฝากออนไลน์” หรือ e-Saving กันมากขึ้น
สอดคล้องกับทิศทางของธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่ต่างผลักดันและมีทิศทางที่จะยกระดับธุรกิจธนาคารให้สอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
ธนาคารต่าง ๆ จึงหันมาออกผลิตภัณฑ์ในรูปแบบการเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์ ซึ่งหนึ่งในคีย์เมสเซสที่ธนาคารใช้สื่อสารจูงใจผู้บริโภคคือ การให้อัตราดอกเบี้ยสูง
สูงกว่าการเปิดบัญชีธนาคารแบบมีสมุดทั่วไป และไม่ต้องมีสมุดบัญชีเงินฝาก ก็สามารถฝาก ถอน โอน เงิน ออมเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารนั้น ๆ ได้แบบสะดวกสบาย
จริง ๆ แล้วเทรนด์การเปิดบัญชีออนไลน์ บัญชีดิจิทัลไม่ได้เพิ่งมาในช่วงปีนี้ แต่การเปิดบัญชีออนไลน์มีมาสักพักแล้ว ใครจำได้คงต้องย้อนกลับไปสัก 3-4 ปี ธนาคารแรกที่เริ่มทำคือ ธนาคารทหารไทย กับบัญชี “ME by TMB” แต่ในยุคนั้นยังไม่บูมและมีเทรนด์เหมือนอย่างตอนนี้
ถัดมาก็มีธนาคารพาณิชย์เจ้าอื่น ๆ ลงมาชิงสนามบัญชีเงินฝากดิจิทัลมากมาย รายล่าสุดคือธนาคารกรุงศรี ที่ถึงแม้มี “บัญชีออมทรัพย์มีแต่ได้ออนไลน์” ที่ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปแล้ว
ธนาคารกรุงศรียังออกแอปพลิเคชันในชื่อ Kept by krungsri ที่มาพร้อมฟีเจอร์ปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ผ่าน 3 บัญชี คือ บัญชี Kept บัญชี Grow และบัญชี Fun ในระบบ 1 กระเป๋า 2 กระปุก

