คุณซื้อ ‘ขนมไทย’ ครั้งสุดท้ายเมื่อไร ?

คุณซื้อขนมไทยครั้งสุดท้ายเมื่อไร ?

เชื่อว่ามากกว่า 80% จะต้องใช้เวลาคิดอยู่นานว่า เมื่อไร ที่ไหน ?

เป็นสัญญาณอันตรายที่กำลังบอกว่าขนมไทยกำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากยุคสมัยนี้ และขนมไทยบางชนิดเองแทบจะกลายเป็นสินค้าหาซื้อยากจนเป็นตำนานเช่น ขนมจีบนก,ขนมเปียกปูนขาว,ขนมกระลา

เพื่อย้ำถึงความวิกฤติให้ชัดเจนมากขึ้น ด้วยข้อมูลรายการ “ครัวคุณต๋อย” ระบุว่าเวลานี้มี SME ที่ขายขนมไทยประมาณ 1,000 กว่าราย ในขณะที่ในอดีตนั้นแตะหลักหมื่นรายเลยทีเดียว

5 เหตุผลที่คนไทยไม่ In Love ขนมไทย

แล้วทำไมเรตติ้งขนมไทยจึงตกต่ำ ? จนเข้าขั้นวิกฤติและกลายเป็นขนมที่หาทานได้ยากหากเทียบกับขนม Inter Brand และอีกสารพัดขนมที่ขายในร้านสะดวกซื้อ

1.เด็กยุคใหม่ที่เกิดมา พ่อแม่เลือกซื้อขนม Inter Brand และขนมคบเคี้ยวต่างๆ ให้ทาน แต่แทบจะไม่เคยซื้อขนมไทยให้ลูกทาน ไม่แปลกที่เด็กยุคใหม่หลายคนจะไม่รู้จักขนมไทย

2.ร้านขนมไทยชื่อดังหลายแห่ง ทายาทเลือกจะทอดทิ้งธุรกิจ แม้กิจการที่บ้านจะมีรายได้มหาศาล แต่ทายาทร้านดังๆ เหล่านี้จบการศึกษาสูง และมองว่าธุรกิจทำขนมไทย เหนื่อยและมีกระบวนการผลิตที่ยุ่งยาก

ไม่ต่างจากร้านอาหาร Street Food ที่มีคนไทยเป็นเจ้าของจะปิดกิจการไปหลายร้านด้วยเหตุผลเดียวกัน โดยข้อมูลจาก “รายการครัวคุณต๋อย” ที่อยู่ในคลังข้อมูลจากจำนวน 4,000 ร้านอาหารมีเพียงแค่ 4 -5 ร้านเท่านั้นที่มีอายุเกิน 100 ปี

หากเทียบกับร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่นจะพบว่า “แตกต่าง” เพราะมีให้พบเห็นหลายร้านว่าเป็นเมนูอาหารระดับตำนานสูตรโบราณมากกว่า 100 ปี

3.กลุ่มผู้ผลิตขนมไทย SME ส่วนใหญ่เลือกจะใช้แพคเกจจิ้งธรรมดา ไม่มีดีไซน์ที่ทันสมัย ทำให้คนทั่วไปและเด็กวัยรุ่นไม่กล้าที่จะซื้อสินค้าเพราะกลัวถูกคนอื่นมองว่าจะดูเป็นคนเชยล้าสมัย

  1. ขนมไทยอร่อยขั้นเทพนั้นต้องใช้ วัตถุดิบที่ดีๆ แต่ราคาสูงขึ้นตลอดเวลา แถมยังหาวัตถุคุณภาพดีได้ยากขึ้นหากเทียบกับในอดีต และเมื่อขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคไม่ซื้อ ขาดทุนต้องปิดกิจการ ขณะที่คนไทยเองก็ไม่ให้ราคาขนมไทยของเราเอง

ที่มาพร้อมคำถามคือ ทำไมผู้บริโภคไทยซื้อ โตเกียว บานาน่า ทั้งๆ ที่ราคาแพงกว่า กล้วยตาก หรือ กล้วยฉาบ หรือทำไมคนไทยกล้าซื้อเค้กทานตามร้านกาแฟชิ้นละ 100 บาทแต่ไม่กล้าซื้อขนมไทยในราคาเดียวกัน เหตุผลเพราะผู้บริโภคไทยไม่ได้ให้ราคาขนมไทยเหมือนขนม inter Brand ชาติอื่นๆ

ปัญหานี้มาจาก Branding ล้วนๆ เพราะผู้ผลิตขนมไทยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม SME และเป็นคนรุ่นเก่าแม้จะมีฝีมือและสูตรลับอันแสนอร่อยแต่ก็เป็นคนหัวสมัยเก่า ที่ไม่สร้างแบรนด์และไม่ปรับธุรกิจตัวเองไปยังออนไลน์ เพื่อขยายโอกาสในการขาย

แล้วขนมไทยที่ประสบความสำเร็จไม่มีบ้างเหรอ ? จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่ามี SME ผู้ผลิตขนมไทยเกือบๆ 500 ราย  พัฒนาสินค้าตัวเองส่งออกไปสู่ตลาดต่างประเทศทั้งเอเชียและยุโรป จนปัจจุบันขนมไทยสามารถส่งออกต่างประเทศเกิน 1,000 ล้านบาท

แต่ในเมืองไทยยังไม่มีใครที่สำรวจมูลค่าขนมไทยเป็นตัวเลขที่แน่ชัดออกมา แต่หากประเมินด้วยสายตาใน 1 วันคุณเห็นคนรอบข้างซื้อขนมไทยบ่อยแค่ไหน ?

เชื่อว่าทุกคนคงมีคำตอบในใจกับสถานการณ์ขนมไทย ณ เวลานี้

จุดอ่อน ขนมไทย

1.เป็นผู้ประกอบการเล็กๆ ที่แหล่งเงินทุนต่างๆ ไม่ค่อยอนุมัติสินเชื่อการลงทุน

2.ภาครัฐไม่ค่อยสนใจและให้ความสนับสนุน

3.ถึงผู้ผลิตจะมีความสามารถการทำขนมไทยชำนาญและอร่อยแต่ขาดในเรื่องดีไซน์แพคเกจจิ้งทันสมัย

4 วัตถุดิบหลายอย่างไม่สามารถเก็บได้นาน เช่น ใบเตย ใบตอง และขนมไทยบางชนิดเก็บรักษาไว้ได้ไม่นาน

5.Image ของขนมไทยสู้ขนมต่างชาติไม่ได้

6. ผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นเก่า บางรายต่อต้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และไม่เข้าใจช่องทางออนไลน์

ที่มา : ครัวคุณต๋อย


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline