M 150, กระทิงแดง,คาราบาวแดง,ลิโพวิตันดี เชื่อว่าทุกคนต่างคุ้นเคยกับเครื่องดื่มชูกำลังเหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะนี้คือกลุ่มแบรนด์หลักที่ขับเคลื่อนให้ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเมืองไทยมีมูลค่าสูงถึง 23,000 ล้านบาท

ช่องว่างตลาดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

โดยแบรนด์เหล่านี้ต่างมีฐานลูกค้าหลักใหญ่สุดคือกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทำให้เมื่อ 10 ปีที่แล้วกลุ่มธุรกิจ TCP เจ้าของแบรนด์“กระทิงแดง” เองเลือกที่จะคิด “ต่าง” ด้วยการผลิตอีกหนึ่งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อว่า “Ready” จับกลุ่มหนุ่มสาวออฟฟิศและกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษา

แต่โจทย์ที่ต้องตีให้แตก คือจะทำอย่างไรให้เครื่องดื่มชูกำลังที่ถูกตีตรา Image สินค้าว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับคนมีรายได้น้อย ในมุมมองของหนุ่มสาวออฟฟิศและวัยรุ่นให้กล้าหยิบดื่มแล้วรู้สึกภูมิใจไม่รู้สึกเคอะเขิน

ทางออกของ “Ready” คือต้องสลาย “ความเชื่อ” ดังกล่าวนี้ ด้วยการดีไซน์ขวดให้ทันสมัยพร้อมกับใช้ Presenter หลายคนอย่าง “ชาคริต แย้มนาม” แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ Ready เลือกใช้ Presenter ผู้หญิงหลายคนทั้ง พลอย เฌอมาลย์, ชมพู่,อารยา เอ ฮาร์เก็ต จนมาถึงล่าสุดเลือกใช้ “มาร์กี้ – ราศรี” เป็น Presenter คู่กับ “กันต์ กันตถาวร” ในการเปิด 2 รสชาติใหม่ Ready Pink และ Ready Black

เมื่อบวกกับคุณประโยชน์เรื่องช่วยบำรุงผิวพรรณและดวงตาทำให้ปัจจุบันมียอดขายประมาณ 700 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนฐานลูกค้าคือกลุ่มผู้หญิง 70% และผู้ชาย 30%

“Ready เป็นแบรนด์เดียวที่ทำตลาดนี้อย่างจริงจังตั้งแต่เริ่มต้น และพอตลาดเริ่มได้รับการยอมรับก็เริ่มมีคู่แข่งมากขึ้นโดยปัจจุบันกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังระดับ Premium ราคาขาย 15 บาทอัพมีมากกว่า 10 แบรนด์แต่ก็ไม่ค่อยมีแบรนด์ไหนทำการตลาดเชิงรุกเหมือนเรา” สุรชัย จงเลิศวราวงศ์ ผู้อำนวยการสายการตลาด กลุ่มธุรกิจ TCP บอกถึงสถานการณ์ของเครื่องดื่มชูกำลัง Premium

วัดความคุ้มค่าการลงทุนของ Ready

การค่อยๆ สร้างแบรนด์และค้นหา New Segment ของ Ready ที่กินเวลานานมาถึง 10 ปีจนมียอดขายปีล่าสุดอยู่ที่ 700 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 50%จากตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง Premium มูลค่า 1,400 ล้านบาท

คุ้มหรือไม่คุ้มนั้น ในมุมมองของ สุรชัย มองว่าหากดูที่ยอดขายของ Ready เองก็เติบโตต่อเนื่องอีกทั้งในภาพรวมตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่า 23,000 ล้านบาทเติบโตแค่ปีละ 1% กลับกันแต่ในกลุ่ม Premium กลับเติบโตถึงปีละ 7 %

สรุปง่ายๆคือ “คุ้มและมาถูกทาง” เพราะแม้จะมียอดขายแต่ละปีไม่มากแต่ก็เติบโตต่อเนื่องอีกทั้ง Segment นี้ยังเติบโตกว่าภาพรวมตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง

“ตลาดเติบโตก็เลยทำให้มีทั้งแบรนด์หน้าเก่าๆออกไป และมีแบรนด์หน้าใหม่ๆ เข้ามาเพื่อแย่งชิงยอดขายโดยแต่ละแบรนด์เองก็สร้างจุดขายที่แตกต่างกันออกไป”

“และปีนี้เรามองว่า Premium จะมีมูลค่า 1,400 ล้านบาทและอีก 2 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่า 2,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน”

แม้ Ready จะเป็นเครื่องดื่มชูกำลังแต่ก็มีคุณประโยชน์ที่ไปชนกับ functional drink ที่สื่อสารว่าดื่มแล้วสวย ดูอ่อนกว่าวัย ชะลอริ้วรอย มีสารต้านอนุมูลอิสระ (ในกลุ่มรสชาติผู้หญิง) ซึ่ง ณ เวลานี้ ตลาด functional drink เองได้เสื่อมมนต์ขลังตลาดติดลบต่อเนื่องทุกปี

ซึ่งนั่นหมายความว่าในอนาคต Ready ก็มีโอกาสที่จะประสบปัญหาชะตากรรมเดียวกับเหล่าบรรดาเครื่องดื่ม functional drink หากวันใดวันหนึ่งผู้บริโภครู้สึกว่าดื่มแล้วไม่เห็นผลอย่างที่คิดหรือคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องดื่ม

 

ช่องทางการขาย “สลับขั้ว” ของเครื่องดื่มชูกำลัง

โดยปกติเครื่องดื่มชูกำลังราคา 10 บาทในกลุ่ม Mass นั้นสัดส่วนการขายจะอยู่ที่ Traditional trade หรือตามร้านโชห่วยต่างๆ 70% และตาม Modern Trade คือ 30%

แต่สำหรับ Ready นั้นด้วยการเจาะกลุ่มหนุ่มสาววัยทำงานและวัยรุ่นทำให้ Traditional trade อยู่ที่ 60% และ Modern Trade คือ 40%

 

ใครบ้างที่เสิร์ฟเครื่องดื่มชูกำลัง Premium

ปัจจุบันมีมากกว่า 10 แบรนด์ โดยมีกลุ่มแบรนด์นำเข้าด้วย แต่ในที่นี้ Marketeer ขอนับเฉพาะแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาในตลาดนี้