เคยสังเกตรอบตัวบางไหมว่า “ตลาดสด” หลายแห่งหายสาบสูญไปจากชีวิตประจำวันโดยที่เราอาจไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย

ตลาดติดแอร์ คู่แข่งที่มาแรง

ต้นเหตุที่ทำให้ “ตลาดสด” เข้าสู่ยุคล่มสลายเหตุผลหลักๆ นั้นคือการขยายตัวของ Tesco Lotus Express และ Mini Big C ที่เน้นขายของสดรวมไปถึงผักผลไม้ที่สยายปีกครอบคลุมตามแหล่งชุมชนต่างๆ ให้กลุ่มแม่บ้านได้ช้อปปิ้ง ตลอดจนมาถึงการสั่งสินค้าอาหารและของสดผ่านช่องทางออนไลน์ ต้องบอกว่าทุกปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พฤติกรรมคนมีอัตราการช้อปปิ้ง “ตลาดสด” ขนาดเล็กน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด

“ยอมรับว่าคนเข้ามาซื้อของในตลาดยิ่งเจริญน้อยลง อีกทั้ง Life cycle ของลูกค้าก็เปลี่ยนไปเพราะลูกค้าที่อายุสูงวัยก็อาจไม่มีแรงมาจ่ายตลาด อีกทั้งคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาแทนที่ก็ไม่ค่อยชอบซื้อสินค้าในตลาดสด ณ วันนี้ ตลาดสดที่อยู่ได้ก็คือตลาดสดขนาดใหญ่ที่เน้นขายให้กลุ่ม B2B คือกลุ่ม ร้านอาหารข้างทางต่างๆ และกลุ่มธุรกิจรับจัดเลี้ยง” ณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุวพีร์โฮลดิ้ง จำกัด เจ้าของตลาดยิ่งเจริญบอกถึงสถานการณ์ล่าสุด

รายใหญ่ ยังต้อง ดิ้นรนและปรับตัว

ถือเป็นยุคถดถอยของ “ตลาดสด” อย่างแท้จริง เพราะแม้แต่รายใหญ่อย่าง “ตลาดยิ่งเจริญ” แม้จะมีรายได้หลักจาก B2B ถึง 70% ซึ่งอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ในกลุ่มลูกค้าคนทั่วไป 30% นั้นมี Traffic ที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดทำให้ที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาด้านกายภาพให้ตลาดยิ่งเจริญไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์,ใช้เขียงเย็น,ห้องน้ำสะอาด พร้อมปรับปรุงคุณภาพสินค้าและการบริการ ให้มีการใช้ QR Code เพื่อตรวจสอบให้รู้ถึงที่มาของแหล่งผลิต

เป้าหมายทั้งหมดก็เพื่อทำให้ตลาดยิ่งเจริญมีเสน่ห์ดึงดูดคนทั่วไปโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันหลังให้กับตลาดสด แล้วตบเท้าเข้าร้าน Mini super market ติดแอร์ที่กระจายอยู่ตามชุมชนต่างๆ

ทำให้ “ตลาดยิ่งเจริญ” รู้ดีว่าการแข่งขันในยุคที่ Lifestyle ผู้บริโภคเปลี่ยน หากสลัดภาพเก่าของตลาดสดในยุคเดิมๆ ไม่ได้ก็มีแต่จะ “เสียเปรียบ” ในเชิงการแข่งขันกับกลุ่ม Mini super market

ตลาดสดออนไลน์

เท่านี้ดูจะไม่เพียงพอแต่ “ตลาดยิ่งเจริญ” ยังเลือกที่จะ Go Online อย่างเต็มตัวด้วยการให้ลูกค้าสั่งผ่าน Website : http://www.songsod.com / Facebook :songsoddelivery / Line : @songsod โดยเมื่อสั่งสินค้าจะมีพนักงาน Personal Shopper ทำหน้าที่เลือกสินค้าให้ลูกค้าจากนั้นจะส่งไปยังทีมงานบริษัทพันธมิตรอย่าง Lalamove โดยเริ่มต้นของการจัดส่งนั้นมีรัศมีการจัดส่งสินค้า 15 กิโลเมตรใช้เวลาในการส่งไม่เกิน 60 นาที (ในอนาคตจะเพิ่มเป็น 3 กิโลเมตร) พร้อมกับมีอัตราค่าบริการสตาร์ทเริ่มต้น 42 บาทในกิโลเมตรแรก ต่อจากนั้นกิโลเมตรถัดไป 7 บาท

“เราคำนวณแล้วว่าผู้บริโภคคุ้มค่าหากต้องนั่งรถมาช้อปปิ้งที่ตลาดยิ่งเจริญ โดยเราตั้งเป้าในปีแรกจะมียอดสั่งซื้ออยู่ที่ 600 – 1,000 บิลต่อวันผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมกับยังเตรียมที่จะเปิดแอพพลิเคชั่น Fresh Mate ”

และการมุ่งสู่ช่องทางออนไลน์นั้นทาง “ตลาดยิ่งเจริญ” เลือกที่จะไม่เก็บค่าใช้จ่ายหรือคิด % จากช่องทางออนไลน์ร้านค้าที่มาเช่าพื้นที่ตัวเอง

“นี่เป็นอีกหนึ่งนโยบายช่วยเหลือเพิ่มยอดขายให้แก่กลุ่มแม่ค้าในตลาดเราอีกทาง และในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา เราเองก็ไม่มีการขึ้นค่าเช่าแผงยังที่อยู่ที่ราคา 12,000 บาท/เดือน เพราะต้องบอกว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดีอีกทั้งคนทั่วไปก็เข้าตลาดสดน้อยลง”

ส่วนเป้าหมายในอนาคตของ “ตลาดยิ่งเจริญ” นั้นคือการทำให้ตลาดสดแห่งนี้กลายเป็น “แหล่งช้อปปิ้งผสมผสานวัฒนธรรม” โดยเตรียมทำความสะอาดคลองข้างๆ ตลาดให้เป็นน้ำใสสะอาดพร้อมกับจะมีการปล่อยปลาสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามา พร้อมกับการมีร้านอาหาร QSR อย่าง KFC และ Macdonald มาเปิดสาขาในตลาด

เพราะอย่าลืมว่า ย่านทำเลตลาดยิ่งเจริญนั้นคืออยู่ใกล้สนามบินดอนเมืองซึ่งหากทำเป็นแหล่งช้อปปิ้งทางวัฒนธรรมได้สำเร็จ ก็เปรียบเสมือนประตูหน้าด่านที่จะให้นักท่องเที่ยวมาช้อปปิ้งที่แรกในกรุงเทพ อีกทั้งในช่วงปลายปี 2562 รถไฟฟ้า BTS ก็จะเปิดทำการหน้าตลาดยิ่งเจริญ

เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เพราะนั้นหมายถึงลูกค้าสามารถเดินทางมาตลาดยิ่งเจริญได้ง่ายขึ้นกลับกันลูกค้าในย่านดอนเมืองก็สามารถหมางเมินตลาด “ยิ่งเจริญ” เข้าไปช้อปปิ้งในตัวเมืองและ Hyper market ได้สะดวก

แต่เหนือสิ่งอื่นใด Marketeer ก็ยังมองว่า “ตลาดสด” ยังมีเสน่ห์หลากหลายที่สะท้อนถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมการซื้อ-ขาย ที่การค้าในยุคดิจิตอลไม่สามารถมอบประสบการณ์นี้ได้เลย

 

3 Generations 3 ภารกิจ

Gen แรก ก่อนมาเป็นตลาด “ยิ่งเจริญ” นั้นเป็นร้านอาหารแต่ไม่ประสบความสำเร็จทำให้ สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ เลือกจะทำธรกิจตลาดสดโดยเปิดบริการในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2498

Gen สอง – จากนั้นมาสู่รุ่นลูกที่ “ณฤมล ธรรมวัฒนะ” ดูแลพร้อมกับเน้นสร้างแบรนด์ตลาดยิ่งเจริญให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

Gen สาม – นาย อริย ธรรมวัฒนะ และ กัญจนิดา ตันติสุนทร ซึ่งเป็นรุ่นหลาน และเป็นยุคที่ตลาดยิ่งเจริญต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล พร้อมกับต้องมีธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาเสริมในตลาดสดแห่งนี้

 

เรื่อง : ฉลองศักดิ์ สุขใจธรรม