ทันทีที่รัฐบาลจำเป็นต้องประกาศปิดประเทศ เพื่อป้องกันเชื้อร้ายโควิด-19

นารายา แบรนด์ของกระเป๋าผ้าที่มีโบว์ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ คือสินค้าอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เพราะกลุ่มลูกค้าหลักของนารายาตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา คือนักท่องเที่ยวถึง 80% แบ่งเป็นญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน และนักท่องเที่ยวชาวเอเชียอื่น ๆ

สื่อไต้หวันเคยยกให้เป็น 1 ใน 10 แบรนด์ผู้ทรงอิทธิพลในเอเชียระดับเดียวกับ Uniqlo ในญี่ปุ่น

เป็น A Must Item ที่ใคร ๆ ก็ต้องซื้อเป็นของฝากยอดฮิต โดยเฉพาะวัฒนธรรมชาวเอเชียที่ไปไหนมาไหนต้องมีของฝากที่ราคาไม่แพงนักให้ญาติพี่น้อง

และ วาสนา รุ่งแสนทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด เจ้าของและผู้ก่อตั้งแบรนด์  “นารายา” ก็ไม่ได้ผิดที่ในช่วงหลายปีมานี้ เธอขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ และที่สำคัญยอมเป็นหนี้ก้อนใหญ่ เพื่อซื้อที่ดินสร้างคลังสินค้าขนาดใหญ่ไว้รองรับการเติบโต

เป็นการขยายตัวตามตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปี และแผนขยายเที่ยวบินของอุตสาหกรรมการบิน รวมทั้งการเกิดสนามบินใหม่ ๆ ในเมืองไทย อีกหลายแห่ง 

ในวันที่ปิดประเทศ ปิดศูนย์การค้า นารายา มีสาขาทั้งหมด 27 สาขา มีโรงงานทั้งหมด 4 โรง มีพนักงานกว่า 3 พันคน และมีการว่าจ้างฝีมือแรงงานจากชนบทอีกว่า 4,000 คน

เป็นภาวะที่ทั้งกลัวทั้งตกใจ วาสนายอมรับว่าเธอถึงกับช็อก เมื่ออยู่ ๆ ขายของแทบไม่ได้เลย ในขณะที่รายจ่ายเกิดขึ้นทุกวัน แล้วแรงงานฝีมือจากต่างจังหวัดจะทำอย่างไร เมื่อไม่มีออเดอร์เลย

หน้ากากผ้าดูเหมือนจะเป็นสินค้าอย่างเดียวที่สามารถดึงคนไทยให้เข้าร้านในช่วงนั้น ถึงจะขายดีอย่างไร แต่สินค้าราคาเพียงชิ้นละ 50 บาท ก็ทดแทนกันไม่ได้กับรายจ่ายที่เป็นฟิกคอสต์เดือนหนึ่ง ๆ หลาย 10 ล้านบาท    

เมื่อตั้งสติได้ เธอเริ่มทยอยปิดโรงงาน ปิดสาขา ลดคน ลีนองค์กรให้มากที่สุด เพื่อลดต้นทุน

สิ่งเดียวที่เธอต้องลงทุน คือเรื่องของคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้เรื่องไอที และเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมทั้งทีมการตลาดที่มีวิธีคิด วิธีการทำการตลาดที่ต่างไปจากเดิม

ในวัย 67 ปี เธอต้องกลับมาสร้างแบรนด์กันใหม่เพื่อให้ได้ใจลูกค้าคนไทยมากขึ้น เปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์จากเดิมที่มีภาพเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว ให้เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่คนไทยใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ แม้แต่การ Live สด หรือตู้กด    

แต่ในขณะเดียวกันลูกค้าชาวต่างชาติก็ยังไม่ได้ทิ้ง โดยให้ความสำคัญในการขายผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ ทั้งถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  

แม้ยอดขาย ยังห่างไกลกับคำว่า เหมือนเดิม แต่วาสนา ยังไม่ยอมแพ้แน่นอน สินค้าคุณภาพแบรนด์ของคนไทยที่ครองใจคนทั้งเอเชีย ยังต้องเดินหน้าต่อไป

ขอเพียงคนไทยด้วยกันอย่าซ้ำเติม  

ทุกวิกฤต ยังมีโอกาส ยังเป็นคำพูดที่เป็นจริงในทุกยุคทุกสมัย

I- 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer