2559 เป็นปีที่ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยสู่ Thailand 4.0
“ทางการเงินก็เช่นกัน”
จากการผลักดันของภาครัฐสู่สังคม Cashless Society มีการพูดถึง ePayment ในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ที่มาพร้อมกับบริการใหม่ๆ ผ่านเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่น ที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติคนไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินมากขึ้น

ในวันนี้คนไทยมองคำว่า ePayment เปลี่ยนไปจากเดิม
จากการสำรวจประจำปีของวีซ่าเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค 2559 โดย Toluna ในนามของวีซ่า พบว่า 59% ของคนไทยต้องการใช้ ePayment เพิ่มขึ้นจาก 52% ในปี 2558 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าเงินสดที่มีต้นทุนการผลิตกำลังจะพ่ายแพ้แก่ ePayment ในแง่ทัศนคติ
โดยคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงเป็นกลุ่มคนที่ใช้ ePayment สูงสุดถึง 83% เมื่อเทียบกับคนทั่วไปที่ใช้เพียง 68% เหตุผลหลักเพราะ 60% มาจากเรื่องความไม่ปลอดภัยในการถือเงินสด ซึ่งเป็นทัศนคติที่สูงขึ้นกว่าปี 2558 ที่มีเพียง 57%

สิ่งที่ทำให้คนไทยพกเงินสดน้อยลงมาจาก
60% มองว่าไม่ปลอดภัย จากการสูญหาย และเกิดโจรกรรม
48% เครื่อง ATM มีจำนวนมาก สามารถกดเงินสดมาใช้อย่างง่ายดายเมื่อต้องการ
36% ชำระเงินผ่าน ePayment เพิ่มขึ้น ทั้งการจ่ายผ่านบัตรเครดิต เดบิต โมบาย-อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง แอพตัวกลางชำระเงินอย่าง Samsung Pay Line Pay Air Pay mPay และอื่นๆ ซึ่ง 67% ต้องการชำระเงินแบบอัตโนมัติ เป็นสัญญาณที่ดีว่าพฤติกรรมการใช้เงินสดจะเปลี่ยนไป และสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย เชื่อมั่นว่าเมื่อโครงการต่างๆ อย่าง One QR Code เริ่มให้บริการ หรือแอพตัวกลางชำระเงินให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ภาพ ePayment จะชัดเจนมากกว่าเดิม

Biomatric สแกนลายนิ้วมือไม่ใช่ปัญหา
การเข้าสู่สังคมไร้เงินบางคนมองว่าปัญหาที่หนักใจที่สุดคือความปลอดภัยในการใช้จ่าย ซึ่ง Biomatric ได้กลายเป็นทางออกที่นักพัฒนาเทคโนโลยีการเงินใช้แทนยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมการเงินเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบัน ที่เห็นความชัดเจนมีอยู่ด้วยกัน 2 แนวทางคือการใช้ลายนิ้วมือ และม่านตา
โดยการใช้ลายนิ้วมือถือว่าเป็น Biomatric ที่มีความชัดเจนในการนำมาให้บริการมากกว่า เพราะคนคุ้นเคยการสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคสมาร์ทโฟน และปัจจุบัน บางธนาคารเริ่มนำการสแกนลายนิ้วมือมาใช้กับการทำธุรกรรมในโมบายแบงก์กิ้งบางธุรกรรมแล้ว
การที่ธนาคารผู้ซีเรียสเรื่องความปลอดภัยสูงสุดยังเริ่มให้บริการสแกนลายนิ้วมือยืนยันตัวตน ทัศนคติของคนไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงให้การตอบรับมากถึง 75% โดยแบ่งเป็น Gen Y อายุ 18-36 ปี 79% และ Gen X อายุ 31-51 ปี 70%
บัตรพลาสติกผู้บุกเบิกสังคมไร้เงิน
จากตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าในเดือนมีนาคม 2560 มีผู้ใช้บัตรพาสติก มากถึง 80,565,787
แบ่งเป็น บัตรเครดิต19,409,557 ใบ เดบิต 50,997,308 ใบ และ เอทีเอ็ม 10,158,922 ซึ่งการเติบโตของบัตรเครดิตและเดบิต ยังมาพร้อมกับทัศนคติที่เปลี่ยนไปของคนไทย
ยืนยันได้จากผลสำรวจของวีซ่า ที่พบกว่า กลุ่มตัวอย่าง 54% ใช้บัตรเครดิตและเดบิตในการทำธุรกรรมทางการเงิน ด้วยเหตุผล
76% สะดวก
71% ใช้กดเงินได้
61% สะดวกในการพกพา
58% ไม่ต้องกังวลว้าเงินสดในมือจะมีไม่พอจ่าย
54% มีจุดรับบัตรเพิ่มขึ้น
53% ทำธุรกรรมได้รวดเร็ว

บริการออนดีมานด์เปลี่ยนพฤติกรรมคนใช้เงิน
การเติบโตของ Startup ที่เป็นตัวกลางในการให้บริการออนดีมานด์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Uber Grab Line Man Airbnb และอื่นๆ ทำให้เกิดการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น
จากการสำรวจของวีซ่า 54% รู้จักบริการเหล่านี้ และ 29% ใช้บริการมากถึง 2-3 ครั้งต่อเดือน เหตุผลในการใช้บริการมาจาก
49% สะดวกมีประสิทธิภาพ
48% คุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับการเดินทางไปซื้อด้วยตัวเอง
47% มี Choice ให้เลือกมากมาย
47% สามารถซื้อสินค้า สั่งซื้อได้แม้อยู่บ้าน
แต่ในมุมของการใช้บริการจริงพวกเขากลับพบว่า 53% ได้ประสบการณ์ที่ใช้ในแต่ละครั้งไม่เหมือนกันเพราะเป็นบริการแบบ Peer to Peer ที่ไม่สามารถควบคุมบริการได้ 100%
เมื่อแยกเป็นบริการต่างๆ ที่ผู้ถูกสำรวจเคยใช้บริการ จะพบว่า
75% ใช้บริการ Food Delivery และ 72% ยังคงจ่ายเป็นเงินสด
67% ใช้บริการTravel เช่นจองโรงแรม และจ่ายผ่านเครดิต เดบิต 100% จากข้อบังคับของผู้ให้บริการ
60% Grocery สั่งของชำ จ่ายผ่านเงินสด 54%
58% Transportation เช่น แอพเรียกรถ จ่ายผ่านเงินสด 58%
แสดงให้เห็นว่า บริการออนดีมานด์ เป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสนใจแต่ติดปัญหาคือ คนส่วนใหญ่มากถึง 71% ยังคงนิยมจ่ายเงินสด 56% ต้องการจ่ายเงินเมื่อได้รับสินค้าแล้ว โดยยินดีที่จะจ่ายผ่าน Mobile Payment
*ทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค 2559 สำรวจ 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย โดยประเทศไทยสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 500 คน เป็นพนักงานอายุ 18 ปีขึ้นไป เงินเดือนมากกว่า 15,000 บาท ในเดือนตุลาคม 2559
เรื่อง : ณัฐจิตต์ บูราณทวีคูณ วลัยรัตน์
